Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2333/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์หนังสือมอบอำนาจให้ผู้คัดค้านไว้ล่วงหน้า ก่อนนำไปจดทะเบียนขึ้นเงินจำนองเป็นเวลาประมาณ 1 ปีและได้มีการจดทะเบียนขึ้นเงินจำนองจำนวน 3,500,000 บาท เมื่อวันที่15 กุมภาพันธ์ 2533 ซึ่งอยู่ในระหว่างระยะเวลา 3 เดือนก่อนมีการขอให้จำเลยล้มละลาย ดังนี้ ต้องถือเอาวันที่มีการจดทะเบียนขึ้นเงินจำนองเป็นวันที่จำเลยกระทำ หรือยินยอมให้กระทำการจำนองหาใช่ถือเอาวันที่จำเลยลงลายมือชื่อลอยในแบบพิมพ์หนังสือมอบอำนาจให้ไว้แก่ผู้คัดค้านไม่ การที่จำเลยกระทำหรือยินยอมให้กระทำการจดทะเบียนขึ้นเงินจำนองจำนวนดังกล่าว ทั้งที่มีเจ้าหนี้อื่น ๆยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้รวมเป็นเงิน 16,069,344.06 บาท ในขณะที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รวบรวมทรัพย์สินของจำเลยได้เพียง200,000 บาทเศษ ย่อมถือได้ว่าจำเลยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น ชอบที่ศาลจะมีคำสั่งให้เพิกถอนการขึ้นเงินจำนองดังกล่าวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115 โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้คัดค้านสุจริตหรือรู้เห็นเป็นใจเอาเปรียบเจ้าหนี้อื่นหรือไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าจำเลยได้จดทะเบียนขึ้นเงินจำนองจำนวน3,500,000 บาท ในระหว่างระยะเวลา 3 เดือน ก่อนมีการขอให้ล้มละลายโดยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น ขอให้เพิกถอนการขึ้นเงินจำนองดังกล่าวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 115ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ได้มีการขึ้นเงินจำนองครั้งที่ 1เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2533 อีกจำนวน 3,500,000 บาท จริงแต่จำเลยมิได้มีส่วนรู้เห็นและไม่ทราบว่ามีการขึ้นเงินจำนองแต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำการใดเพื่อมุ่งให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการจดทะเบียนขึ้นเงินจำนองเป็นประกันครั้งที่ 1 ในโฉนดที่ดินเลขที่ 2328 แขวงคลองมหานาคเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์2533 ระหว่างจำเลยกับผู้คัดค้านตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 115ผู้คัดค้านอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดเต็กเฮงหลีค้าไม้เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2531 ห้างหุ้นส่วนจำกัดเต็กเฮงหลีค้าไม้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไว้กับผู้คัดค้านจำนวนเงิน 12,000,000บาท วันที่ 31 ตุลาคม 2531 จำเลยได้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 2328เลขที่ดิน 63 หน้าสำรวจ 359 ตำบลคลองมหานาค (นางเลิ้ง) อำเภอป้อมปราบศัตรูพ่าย (ดุสิต) กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ทั้งหลายทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนจำกัดเต็กเฮงหลีค้าไม้ต่อผู้คัดค้านโดยตกลงรับผิดชอบเป็นลูกหนี้ร่วมกับห้างดังกล่าวปรากฏตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี และหนังสือสัญญาจำนองที่ดินเอกสารหมาย

ร.5 และ ร.7 ตามลำดับ ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2533ห้างหุ้นส่วนจำกัดเต็กเฮงหลีค้าไม้เป็นหนี้ผู้คัดค้านรวมทั้งดอกเบี้ยเป็นเงิน 20,213,035.83 บาท ปรากฏตามบัญชีกระแสรายวันเอกสารหมาย ร.8 แผ่นที่ 23 และเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2533ได้มีการจดทะเบียนเพิ่มเงินจำนองดังกล่าวขึ้นอีก 3,500,000 บาทปรากฏตามบันทึกข้อตกลงเรื่องขึ้นเงินจำนองเป็นประกันครั้งที่ 1เอกสารหมาย ร.9 คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยล้มละลายเมื่อวันที่4 พฤษภาคม 2533 ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่20 มิถุนายน 2533 มีเจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้รวม 10 ราย จำนวนเงิน16,069,344.06 บาท ปรากฏตามสำเนารายงานของผู้ร้องเอกสารหมาย ร.1ผู้ร้องรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยได้ 200,000 บาทเศษคดีมีปัญหาตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า

มีเหตุที่ศาลจะสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนขึ้นเงินจำนองตามคำร้องของผู้ร้องหรือไม่พิเคราะห์แล้ว โจทก์ขอให้จำเลยล้มละลายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม2533 และศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 20มิถุนายน 2533 ได้มีการจดทะเบียนขึ้นเงินจำนองจำนวน 3,500,000 บาทตามเอกสารหมาย ร.9 เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2533 ซึ่งอยู่ในระหว่างระยะเวลา 3 เดือนก่อนมีการขอให้จำเลยล้มละลาย แม้จะรับฟังตามทางนำสืบของผู้คัดค้านว่าจำเลยได้ลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์หนังสือมอบอำนาจให้ผู้คัดค้านไว้ล่วงหน้าก่อนนำไปจดทะเบียนขึ้นเงินจำนองเป็นเวลาประมาณ 1 ปีก็ตาม ก็ต้องถือเอาวันที่มีการจดทะเบียนขึ้นเงินจำนองเป็นวันที่จำเลยกระทำหรือยินยอมให้กระทำการจำนอง

หาใช่ถือเอาวันที่จำเลยลงลายมือชื่อลอยไว้ในแบบพิมพ์หนังสือมอบอำนาจให้ไว้แก่ผู้คัดค้าน ดังฎีกาของผู้คัดค้านไม่การที่จำเลยกระทำหรือยินยอมให้กระทำการจดทะเบียนขึ้นเงินจำนองจำนวน 3,500,000 บาท ดังกล่าว ทั้งที่มีเจ้าหนี้อื่น ๆยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้ในคดีนี้รวม 10 ราย เป็นเงิน 16,069,344.06บาท ในขณะที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รวบรวมทรัพย์สินของจำเลยได้เพียง 200,000 บาทเศษเท่านั้น การจดทะเบียนขึ้นเงินจำนองดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้คัดค้านแต่ผู้เดียวมีสิทธิบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์จำนองได้ก่อนเจ้าหนี้อื่น ๆ ย่อมถือได้ว่าจำเลยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น ชอบที่ศาลจะมีคำสั่งให้เพิกถอนการขึ้นเงินจำนองดังกล่าวเสีย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 115

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่ผู้คัดค้านฎีกาว่าผู้คัดค้านได้จดทะเบียนขึ้นเงินจำนองโดยสุจริต จะฟังว่าผู้คัดค้านรู้เห็นเป็นใจเอาเปรียบเจ้าหนี้อื่นไม่ได้ เห็นว่า การเพิกถอนตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กล่าวข้างต้นเพียงแต่ลูกหนี้ได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำโดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนหนึ่งได้เปรียบเหนือเจ้าหนี้อื่นศาลก็มีอำนาจสั่งเพิกถอนได้แล้วกฎหมายหาได้คำนึงถึงความสุจริตของเจ้าหนี้ผู้ถูกเพิกถอนไม่ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
จิระ บุญพจนสุนทร · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สมิทธิ์ วราอุบล
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5396/2550

การฟ้องคดีล้มละลายเป็นการฟ้องให้จัดการทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย เจ้าหนี้รายอื่นของลูกหนี้แม้ไม่ได้ยื่นฟ้องก็มีสิทธิในทรัพย์สินของลูกหนี้โดยอาศัยวิธีการในกฎหมายล้มละลาย เมื่อป…

Supreme Court Judgment No. 2626/2542

จำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันหนี้เงินกู้แก่ผู้คัดค้านต่อมาโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยล้มละลาย การจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวของจำเลย จึงเป็นการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด…

Supreme Court Judgment No. 3845/2541

การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านทำความเห็นส่งสำนวนเรื่องหนี้สินที่มีผู้ขอชำระหนี้ต่อศาล แม้จะมีความเห็นควรให้ได้รับชำระหนี้ แต่ความเห็นของผู้คัดค้านนั้นไม่มีผลบังคับ เพราะศาลอาจพิจารณาวินิจฉัย…

Supreme Court Judgment No. 4363/2540

ผู้คัดค้านยอมตกลงให้จำเลยที่ 2 กู้เงินโดยจำนองที่ดินพิพาทไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้ของตนเองและหนี้เงินกู้ของ อ. ที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามสัญญาค้ำประกัน ซึ่งการจำนองเป็นสัญญาที่เอาทรัพย…

Supreme Court Judgment No. 8385/2540

การโอนทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115 ต้องเป็นการโอนให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งเป็นเจ้าหนี้อยู่ก่อนแล้ว และการโอนเช่นนั้นทำให้เจ้าหนี้อื่น ๆ ของจำเลยเสียเปรียบ แต่กรณีการโอนตามสัญญาจะขายที่ด…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up