Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2330/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยกำลังซื้อ บุหรี่อยู่ที่ร้านริมถนน เมื่อจำเลยเห็นเจ้าพนักงานตำรวจก็มีท่าทางพิรุธตกใจและรับขับรถจักรยานยนต์หลบหนี เจ้าพนักงานตำรวจจึงขับรถจักรยานยนต์ไล่ตาม ไปและจับกุม ตัว ได้ เมื่อตรวจ รถจักรยานยนต์ที่จำเลยขับปรากฏว่าไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การต่อ เจ้าพนักงานตำรวจว่าขอยืมรถมาจากนาย ปอย มิใช่นายเชียร ดัง ที่เบิกความต่อศาลทั้งในชั้นจับกุมจำเลยแจ้งชื่อ เท็จ พฤติการณ์ฟังได้ว่า จำเลยได้รับ รถจักรยานยนต์ของกลางไว้ โดย รู้ว่าเป็นทรัพย์ซึ่ง ได้ มา จากการ กระทำผิดฐาน ชิงทรัพย์อันเป็นความผิดฐาน รับของโจร โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาชิงทรัพย์ ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำผิดข้อหารับของโจร ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐาน รับของโจรตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสาม.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 339,340 ตรีจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี, 83 ให้ลงโทษจำคุก 18 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุได้มีคนร้าย 2 คนชิงทรัพย์คือรถจักรยานยนต์คันหมายเลขทะเบียน ฉ-1675 นครศรีธรรมราช ไปจากผู้เสียหาย ต่อมาเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวอยู่ในครอบครองของจำเลย ปัญหาวินิจฉัยมีว่า จำเลยเป็นคนร้ายชิงทรัพย์หรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานมาเบิกความเพียงปากเดียวว่า เห็นคนร้ายจากแสงไฟสปอทไลท์ที่เสาไฟฟ้าจำหน้าคนร้ายได้คนเดียวคือคนที่ใช้อาวุธปืนจี้ เมื่อวันที่ 20เมษายน 2531 พยานได้ไปดูตัวคนร้ายและรถจักรยานยนต์ของกลางจำได้ว่าเป็นรถจักรยานยนต์ของพยาน แต่จำเลยไม่ใช่คนร้ายที่ใช้อาวุธปืนจี้และจะใช่คนร้ายอีกคนหนึ่งหรือไม่ก็จำไม่ได้

พยานได้บอกแก่เจ้าพนักงานตำรวจไปแล้วว่าจำเลยไม่ใช่คนร้าย เช่นนี้ พยานโจทก์จึงไม่อาจรับฟังว่าจำเลยเป็นคนร้ายชิงรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายแต่ตามคำเบิกความของจ่าสิบตำรวจประมูล บุตรครุฑ ผู้จับกุมได้ความว่าก่อนจับกุมจำเลยกำลังซื้อบุหรี่อยู่ที่บ้านริมถนน เมื่อจำเลยเห็นเจ้าพนักงานตำรวจก็มีท่าทางพิรุธตกใจและรีบขับรถจักรยานยนต์หลบหนีพยานจึงขับรถจักรยานยนต์ไล่ตามไปและจับกุมตัวได้ เมื่อตรวจรถจักรยานยนต์ที่จำเลยขับไม่พบหลักฐานใด ๆ จำเลยเองก็เบิกความตอบคำถามค้านของโจทก์ว่า รถจักรยานยนต์ของกลางไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนในชั้นสอบสวนจำเลยก้ได้ให้การต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่าขอยืมรถมาจากนายปอยมิใช่นายเชียรดังที่มาเบิกความต่อศาล

ทั้งในชั้นจับกุมจำเลยแจ้งชื่อว่าชื่อสายัญณ์ รัตนกระจ่าง ซึ่งเป็นเท็จ เพราะตามบัตรประจำตัวประชาชนจำเลยชื่อประจวบ เสละพัฒน์ ดังนี้ พฤติการณ์ฟังได้ว่า จำเลยได้รับรถจักรยานยนต์ของกลางไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ซึ่งได้มาจากการกระทำผิดฐานชิงทรัพย์อันเป็นความผิดฐานรับของโจร และศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรตามที่พิจารณาได้ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคสาม..."

Result

พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357วรรคสอง ให้จำคุก 4 ปี.

Matter details

Panel of judges
สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สัญชัย สิงหลกะ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 797/2561

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามมิให้พิพากษา หรือสั่งเกินคำขอหรือมิได้กล่าวในฟ้อง" แม้โจทก์จะนำสืบข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 336 ทวิ และจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ…

Supreme Court Judgment No. 7387/2558

การที่จำเลยที่ 1 ครอบครองพระหลวงพ่อฤาษีลิงดำองค์ใหญ่ทรัพย์ของผู้เสียหายซึ่งถูกคนร้ายลักไปแล้วอ้างว่าเป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 ได้รับยกให้จากบิดาซึ่งเป็นความเท็จ แสดงว่าจำเลยที่ 1 ได้รับทรัพย์ดังกล่าวมาโ…

Supreme Court Judgment No. 1851/2557

วันเกิดเหตุ เวลากลางคืน รถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียหายที่ 1 จอดไว้ในห้องทำงาน สถานีบริการน้ำมันของผู้เสียหายที่ 2 และน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ เครื่องคิดเลข วิทยุ กับกล้องวงจรปิดของผู้เสียหายที่ 2 ถูกคนร…

Supreme Court Judgment No. 3392/2556

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานปล้นทรัพย์ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายแล้วนำมาแบ่งกันที่บ้านของจำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 4 ได้รับทรัพย์…

Supreme Court Judgment No. 3356/2556

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะหรือร่วมกันรับของโจร ย่อมแสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ศาลพิจารณาพิพากษาลงโทษฐานใดฐานหนึ่งตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในชั้นพิจารณา ศาลย่อมม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up