Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2318/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

บุคคลผู้มีสัญชาติไทยตามกฎหมาย แม้จะไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่จดชื่อ เข้าในทะเบียนบ้านของผู้อพยพ ก็ไม่ทำให้ต้องสูญเสียสัญชาติไทย ตามที่โจทก์ทั้งหกและมารดาได้ขอให้เจ้าหน้าที่เพิกถอนชื่อโจทก์ทั้งหกออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ แต่เจ้าหน้าที่ไม่จัดการให้โดยโต้แย้งว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนต่างด้าว เช่นนี้ย่อมถือได้ว่าสิทธิของโจทก์ถูกโต้แย้งแล้ว โจทก์มีอำนาจฟ้อง.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาและพิพากษาโจทก์ทั้งสองสำนวนขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนสัญชาติไทย ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันถอนชื่อโจทก์ทั้งหกออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพจำเลยให้การว่านางพรหม รินระทัย เป็นมารดาโจทก์ทั้งหกและมีสัญชาติไทย แต่ปรากฏหลักฐานว่า นายยือเป็นคนสัญชาติญวนเกิดนอกราชอาณาจักรไทยและเข้ามาอาศัยในราชอาณาจักรไทยโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2518และตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515นั้นการได้สัญชาติและการถอนสัญชาติของคนต่างด้าวเป็นไปตามกฎหมายหาได้เกิดจากการกระทำของจำเลยไม่ ในปี 2519 จำเลยที่ 1 ไม่เคยอ้างว่าโจทก์ที่ 5 เป็นคนสัญชาติญวน และในปี 2514 จำเลยที่ 2ไม่เคยอ้างว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนสัญชาติญวนและเพิ่มชื่อโจทก์ทั้งหกลงในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ

การที่ปรากฏชื่อโจทก์ทั้งหกในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพเพราะโจทก์ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าตนเองมีสัญชาติญวนจึงได้ไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ไว้ปรากฏเป็นหลักฐานคือทะเบียนบ้านคนญวนอพยพและประวัติคนญวนอพยพทั้งยังให้เจ้าหน้าที่ทำบัตรประจำตัวคนญวนอพยพประจำตัวโจทก์แต่ละคนไว้เป็นหลักฐานด้วยการกระทำของโจทก์เอง เพราะโจทก์ไม่เคยมีสัญชาติไทยมาก่อนนางพรหม รินระทัย เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายยือ บุ่ยซึ่งมีสัญชาติญวน โจทก์ทั้งหกอ้างว่าถูกโต้แย้งสิทธิในปี พ.ศ. 2519และ 2514 เป็นระยะเวลาที่ล่วงเลยมานานจึงขาดอายุความแล้ว จำเลยทั้งสามมิได้โต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับสัญชาติของโจทก์ทั้งหกแต่อย่างใดโจทก์ทั้งหกจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้พิพากษายกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

โจทก์ทั้งสองเป็นคนสัญชาติไทย ให้จำเลยร่วมกันถอนชื่อโจทก์ทั้งหกออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพเลขที่ 211ถนนพรหมราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานีค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองสำนวนให้เป็นพับจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ทั้งสองสำนวนศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับโจทก์ทั้งหกฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้มีว่าโจทก์ทั้งหกมีอำนาจฟ้องหรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยอ้างเอาว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติญวนและต่อมาได้เพิ่มชื่อโจทก์ลงในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ และเพิ่มเติมในสูติบัตรว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติญวน ฟ้องเช่นนี้หมายความว่าจำเลยเป็นคนลงชื่อโจทก์ในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพและลงชื่อโจทก์ในสูติบัตรว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติญวนด้วยตนเอง แต่โจทก์กลับนำสืบว่า เมื่อโจทก์เกิดบิดามารดาของโจทก์ได้ไปแจ้งให้โจทก์ทั้งหกคนเข้าในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ ก็เท่ากับว่าเจ้าหน้าที่หรือจำเลยไม่ได้ทำเอง แต่ทำไปตามที่บิดามารดาโจทก์แจ้งให้ทำ จำเลยจึงไม่ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์เกี่ยวกับสัญชาติ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า หากโจทก์ทั้งหกเป็นคนมีสัญชาติไทยตามกฎหมายแล้วแม้บิดามารดาของโจทก์จะไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่จดแจ้งชื่อโจทก์ทั้งหกคนเข้าในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ

ก็ไม่ทำให้โจทก์ทั้งหกต้องสูญเสียสัญชาติไทยและกลายเป็นคนสัญชาติญวนไป ปัญหาทำนองนี้เคยมีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้แล้วดังคำพิพากษาฎีกาที่1487-1489/2500 ระหว่างพนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์นางสาวสุดา ดาลจาวัล หรือฟาติมาบีบี จำเลย ฯลฯ คำพิพากษาฎีกาที่570/2506 ระหว่าง นายแก้ว แซ่ลี้ โจทก์ นายร้อยตำรวจเอกระวีครองแก้ว ในฐานะโดยตำแหน่งนายทะเบียนต่างด้าวประจำอำเภอบางมูลนากจำเลย นอกจากนี้ยังปรากฏข้อเท็จจริงว่าก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ทั้งหกและมารดาได้ขอให้เจ้าหน้าที่เพิกถอนชื่อโจทก์ทั้งหกออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพยพแต่เจ้าหน้าที่ไม่จัดการให้โดยโต้แย้งว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนต่างด้าวเช่นนี้ ย่อมถือได้ว่า จำเลยทั้งสามได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้วโจทก์ทั้งหกจึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งหกไม่มีอำนาจฟ้องนั้น

ศาลฎีกาไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งหกฟังขึ้นพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาประเด็นข้ออื่น ๆ ตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสาม แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ ให้ศาลอุทธรณ์รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่".

Matter details

Panel of judges
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

Supreme Court Judgment No. 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

Supreme Court Judgment No. 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

Supreme Court Judgment No. 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

Supreme Court Judgment No. 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up