Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 228/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยสั่งโจทก์พิมพ์หนังสือไดเร็คตอรี่ จำนวน 5,000 เล่ม เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2525 โดยกำหนดให้ส่งมอบในวันที่ 8 ธันวาคม2525 มีเวลาให้โจทก์ทำงานและส่งมอบเพียง 13 วัน ซึ่งโจทก์ไม่สามารถทำได้ทันแต่จำเลยได้ตกลงผ่อนผันให้ทะยอนส่งและให้ทำอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จำเลยไม่ได้ถือเอาวันที่ 8ธันวาคม 2525 เป็นข้อสำคัญ ทั้งจำเลยก็ส่งต้นฉบับไปให้โจทก์ล่าช้า แต่โจทก์ก็ได้จัดพิมพ์และทะยอยส่งให้จำเลยครบเมื่อวันที่7 กุมภาพันธ์ 2526 เมื่อจำเลยรับไว้โดยมิได้บอกกล่าวเลิกสัญญาต่อโจทก์ จึงไม่ถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา.(ที่มา-ส่งเสริม)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของจำเลยทั้งเจ็ดได้ว่าจ้างโจทก์พิมพ์นามบัตร ใบสมัครสมาชิก หนังสือไดเร็คตอรี่ นามบัตรขอบคุณและหัวกระดาษจดหมายหลายครั้งเป็นเงิน 179,150 บาท จำเลยรับเอกสารและหนังสือไปเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ชำระค่าจ้าง โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งเจ็ดยังเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระเงินค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ให้การและฟ้องแย้งว่า ไม่เคยว่าจ้างโจทก์หรือมอบหมายให้จำเลยที่ 2 ว่าจ้างโจทก์พิมพ์เอกสาร นามบัตรและบัตรขอบคุณ แต่ได้ว่าจ้างโจทก์พิมพ์เฉพาะหนังสือไดเร็คตอรี่เป็นเงิน 241,600 บาท โจทก์ได้รับมัดจำไว้บางส่วนเป็นเงิน 100,000บาท โจทก์ตกลงส่งมอบสิ่งของในวันที่ 8 ธันวาคม 2525 และจำเลยจะชำระเงินที่เหลือให้โจทก์ภายใน 60 วัน

นับแต่วันส่งมอบ โจทก์ไม่ได้ส่งมอบสิ่งของให้จำเลยตามกำหนด ทำให้สมาชิกของจำเลยที่สั่งจองหนังสือถอนชื่อจากการสั่งจองถึง 400 รายเศษ จำเลยขาดกำไรที่ควรจะได้รับถึง 231,240 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ย ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ชำระเงิน 242,802 บาท ให้จำเลยทั้งหกโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่เคยผิดนัด โจทก์ไม่เสียหายขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งเจ็ดจ้างโจทก์พิมพ์เอกสารตามฟ้องจริงเป็นเงิน 179,140 บาท จำเลยวางมัดจำไว้ 100,000 บาทจึงต้องชำระให้โจทก์อีก 79,150 บาท และโจทก์ไม่ได้ผิดนัด จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ไม่มีอำนาจฟ้องแย้ง พิพากษาให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระเงิน 79,150 บาท ให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

นับตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องแย้งจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองฝ่ายให้เป็นพับโจทก์อุทธรณ์ขอให้ชำระเต็มตามฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์ชำระค่าเสียหายตามฟ้องแย้งศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระเงิน 179,150 บาท ให้โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...จำเลยทั้งเจ็ดได้ว่าจ้างโจทก์พิมพ์หนังสือไดเร็คตอรี่รายชื่อห้างร้านบริษัทที่บริษัทเคาท์ดาวน์ จำกัดได้ติดต่อไว้เพื่อแจกให้สมาชิกจำนวน 5,000 เล่ม ราคา 241,600 บาทวางมัดจำไว้ 100,000 บาท

กำหนดส่งมอบในวันที่ 8 ธันวาคม 2525จำเลยจะชำระเงินจำนวนที่เหลือภายใน 60 วัน นับแต่วันรับหนังสือนางสาวสุณิธิรับหนังสือไดเร็คตอรี่ไว้เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2526ซึ่งช้ากว่ากำหนด จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ฎีกาเป็นข้อแรกว่า นางสาวสุณิธิ เปล่งศรีงาม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทเคาท์ดาวน์ จำกัดและไม่ได้เป็นตัวแทนเชิดของจำเลยทั้งเจ็ด จำเลยทั้งเจ็ดไม่ได้ว่าจ้างโจทก์พิมพ์หนังสือเชิญชวน (โบรชัวร์) บัตรขอบคุณ ใบสมัครนามบัตรตามฟ้อง เห็นว่า ตามหนังสือบริคณห์สนธิบริษัทเคาท์ดาวน์จำกัด ผู้เริ่มก่อการ 7 คน นอกจากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 แล้ว ยังมีนางสาวทวิพร เปล่งศรีงาม อยู่บ้านเลขที่ 259/122 ซอยสุขุมวิท 71แขวงพระโขนง เขตพระโขนง

กรุงเทพมหานคร เป็นผู้เริ่มก่อการด้วยอีกคนหนึ่ง และมีนางสาวสุณิธิ เปล่งศรีงาม อยู่บ้านเดียวกันกับนางสาวทวิพรเป็นผู้ลงลายมือชื่อต่อหน้านางสาวสุณิธิด้วย ซึ่งหนังสือดังกล่าวทำขึ้นวันที่ 17 ธันวาคม 2525 ตามเอกสารหมาย จ.2แต่ตามใบสั่งพิมพ์หนังสือเชิญชวนหรือโบรชัวร์จำนวน 5,000 ชุดเป็นเงิน 25,000 บาท ตามเอกสารหมาย จ.3 โดยนางสาวสุณิธิเปล่งศรีงาม ลงลายมือชื่อ และระบุตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทเคาท์ดาวน์ จำกัด กลับปรากฏว่าลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2525 กำหนดส่งมอบของในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2525 และโจทก์ส่งมอบให้แล้วตามใบส่งของเอกสารหมาย จ.4 โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับไว้ในวันที่ 19พฤศจิกายน 2525 ซึ่งจำเลยที่ 2 ก็เบิกความยอมรับว่าเป็นผู้รับสิ่งของดังกล่าวไว้

อันเป็นเวลาก่อนที่จะจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิเอกสารหมาย จ.2 ประมาณ 1 เดือน ส่วนใบสั่งพิมพ์เอกสารหมาย จ.5 ที่สั่งพิมพ์กระดาษหัวจดหมาย จำนวน 600 แผ่น กับกระดาษหัวจดหมาย พร้อมข้อความเป็นภาษาอังกฤษ 2 แบบ ๆ ละ 200 แผ่นรวมเป็น 400 แผ่น นั้น จำเลยที่ 2 เป็นผู้ลงลายมือชื่อ ก็สั่งพิมพ์ก่อนจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิเอกสารหมาย จ.2 เช่นกันเอกสารหมาย จ.3 และ จ.5 นี้ โจทก์ได้ระบุอ้างไว้แล้ว เพียงแต่มิได้ส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยเท่านั้น เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลมีอำนาจรับฟังได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 87(2) เพราะเป็นพยานสำคัญในคดี และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6ซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบภายหลังก็ยังมีสิทธินำสืบคัดค้านได้ไม่ทำให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 เสียเปรียบ

ทั้งจำเลยที่ 2 ผู้ลงลายมือชื่อในเอกสารจ.5 ก็มิได้เบิกความปฏิเสธว่า ไม่ใช่หนังสือของตน ตรงกันข้ามจำเลยที่ 5 กลับเบิกความยอมรับว่า ลายมือชื่อในเอกสารหมาย จ.5เป็นของจำเลยที่ 2 สำหรับกระดาษที่ใช้พิมพ์เอกสารหมาย จ.3 และเอกสารหมาย จ.5 นี้เหมือนกับกระดาษที่ใช้พิมพ์ใบสั่งพิมพ์หนังสือไดเร็คตอรี่เอกสารหมาย จ.9 ซึ่งจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ยอมรับว่าได้สั่งโจทก์พิมพ์โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ลงลายมือชื่อ โดยเป็นกระดาษแบบฟอร์มของบริษัทเคาท์ดาวน์ จำกัด ชนิดเดียวกัน ที่จำเลยนำสืบว่านางสาวสุณิธิมิได้เกี่ยวข้องกับกิจการของบริษัทเคาท์ดาวน์จำกัด หรือจำเลยทั้งเจ็ดนั้นก็เบิกความลอย ๆ ทั้ง ๆ ที่เอกสารยืนยันอยู่ จึงรับฟังได้ว่าขณะที่ยังมิได้จดทะเบียนบริษัทเคาท์ดาวน์จำกัด

จำเลยทั้งเจ็ดได้เชิดนางสาวสุณิธิเป็นกรรมการผู้จัดการหรือตัวแทน จึงเชื่อว่าจำเลยทั้งเจ็ดได้สั่งโจทก์พิมพ์หนังสือเชิญชวน(โบรชัวร์) นามบัตร ใบสมัครและบัตรขอบคุณลูกค้าจริง ซึ่งโจทก์ได้พิมพ์ส่งมอบให้จำเลยทั้งเจ็ดเรียบร้อยแล้วตามใบส่งของเอกสารหมายจ.4, จ.6, จ.7 จำเลยทั้งเจ็ดจึงต้องร่วมกันชำระเงินตามเอกสารดังกล่าวรวม 36,500 บาท ส่วนเงินจำนวน 1,050 บาท ตามใบส่งของเอกสารหมาย จ.8 นั้น นายยรรยงค์ มณีบูลย์ เป็นผู้สั่งพิมพ์นามบัตรและเป็นผู้ลงลายมือชื่อรับของเอง น่าเชื่อว่านายยรรยงค์สั่งโจทก์พิมพ์เองไม่เกี่ยวกับบริษัทเคาท์ดาวน์ จำกัด และจำเลยทั้งเจ็ดศาลฎีกาจึงเห็นว่าจำเลยทั้งเจ็ดไม่ต้องรับผิดในเงินจำนวน 1,050บาทนี้ และคดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ จึงเป็นหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้

แม้จำเลยที่ 7 จะมิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาก็ให้มีผลถึงจำเลยที่ 7 ด้วย ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ฎีกาว่าสำหรับหนังสือไดเร็คตอรี่ที่สั่งโจทก์พิมพ์ตามเอกสารหมาย จ.9 จำนวน 5,000 เล่ม โจทก์ไม่ส่งให้จำเลยในเวลาที่กำหนดไว้โดยส่งล่าช้าจำเลยไม่ได้รับไว้ จึงไม่ต้องชำระค่าจ้างที่ค้างอยู่อีกจำนวน 141,600 บาทนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ในเอกสารหมาย จ.9จะกำหนดวันที่ส่งมอบไว้ในวันที่ 8 ธันวาคม 2525 แต่วันที่จำเลยสั่งพิมพ์คือวันที่วางเงินมัดจำไว้ 100,000 บาท ซึ่งเป็นวันที่ 25พฤศจิกายน 2525 มีเวลาให้โจทก์ทำงานและส่งมอบเพียง 13 วัน น่าเชื่อตามที่โจทก์นำสืบว่า ทำไม่ทันโดยจำเลยได้ตกลงผ่อนผันให้ทะยอยส่งและให้ทำให้อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จำเลยไม่ได้ถือเอาวันที่ 8 ธันวาคม 2525 เป็นข้อสำคัญ จำเลยส่งต้นฉบับให้โจทก์ช้าแต่โจทก์ก็ได้จัดพิมพ์และทะยอยส่งให้จำเลยงวดแรกวันที่ 28 ธันวาคม2525 และส่งครบในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2526 ซึ่งนางสาวสุณิธิเป็นผู้รับไว้ตามเอกสารหมาย จ.10 โดยจำเลยทั้งเจ็ดมิได้บอกกล่าวเลิกสัญญาต่อโจทก์แต่อย่างใด จึงถือว่าจำเลยทั้งเจ็ดได้รับหนังสือไดเร็คตอรี่จำนวน 5,000 เล่ม

จากโจทก์ครบถ้วนโดยไม่ถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยทั้งเจ็ดจึงต้องรับผิดชำระเงินส่วนที่ค้างอยู่อีก 141,600 บาท แก่โจทก์ รวมกับจำนวนแรกเป็นเงินทั้งสิ้น178,100 บาท ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 อ้างว่าจำเลยไม่ยอมรับหนังสือดังกล่าวแล้ว แต่โจทก์กับนางสาวสุณิธิสมคบกันทำเอกสารหมาย จ.10ขึ้นนั้นเห็นว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 มิได้คัดค้านเอกสารหมาย จ.10ว่าเป็นเอกสารที่ไม่ถูกต้องแต่อย่างใด จึงฟังว่านางสาวสุณิธิกรรมการผู้จัดการบริษัทเคาท์ดาวน์ จำกัด หรือตัวแทนเชิดของจำเลยทั้งเจ็ดได้รับมอบหนังสือไดเร็คตอรี่ไว้ตามสัญญาถูกต้องแล้ว ส่วนที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งเจ็ดชำระเงินจำนวน 179,150 บาท เป็นการเกินคำขอท้ายฟ้อง

หากจะรับผิดก็ไม่เกิน 79,150 บาท นั้นก็เห็นว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องและขอให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระเงินจำนวน 179,150 บาท อยู่แล้วอันเป็นจำนวนสุทธิหลังจากหักค่ามัดจำไว้แล้ว ศาลอุทธรณ์จึงมิได้พิพากษาเกินคำขอ เมื่อโจทก์มิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดตามฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 จำเลยทั้งเจ็ดจึงต้องร่วมกันรับผิดชำระเงินรวมทั้งสิ้น 178,100 บาทแก่โจทก์ ฎีกาจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ฟังขึ้นบางส่วนพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระเงินจำนวน178,100 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากจำนวนเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 7 เมษายน 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ"

Matter details

Panel of judges
วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปชา วรธรรมพินิจ · เสียง ตรีวิมล
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5565/2540

แม้หนังสือสัญญาว่าจ้างทำเฟอร์นิเจอร์ฉบับพิพาทจะได้กำหนดให้ทำเฟอร์นิเจอร์ส่งมอบแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2532 แต่ต่อมาโจทก์ในฐานะผู้รับจ้างกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างก็ได้ตกลงเลื่อนกำหนดวันส่งม…

Supreme Court Judgment No. 1873/2528

ในวันที่โจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนนำพยานเข้าเบิกความจำเลยกับทนายจำเลยไม่ได้มาศาลโดยทนายจำเลยมอบฉันทะ ให้ เสมียนทนายมายื่นคำร้องขอเลื่อนคดี แต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตและให้โจทก์สืบพยานไปฝ่ายเดียวต่อมาจำเล…

Supreme Court Judgment No. 2033/2567

สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ถือเอาผลสำเร็จแห่งการงานที่จ้างเป็นสำคัญ และการจ่ายสินจ้างถือเอาความสำเร็จของผลงานหรือตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อสัญญาจ้างดังกล่าวกำหนดชำระค่าจ้าง 3 ง…

Supreme Court Judgment No. 6407/2545

สัญญาจ้างระบุว่าโจทก์จะต้องเริ่มลงมือทำงานจ้าง ณ สถานที่ที่กำหนดภายในวันที่ 25 กันยายน 2533 แสดงว่าตั้งแต่วันดังกล่าวจำเลยต้องเตรียมพื้นที่สำหรับก่อสร้างพร้อมที่จะส่งมอบเพื่อลงมือก่อสร้างแล้ว แม้ในสัญ…

Supreme Court Judgment No. 7809/2540

ฎีกาโจทก์ที่ว่า ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงินเพียง 46,000 บาท น้อยเกินไป ควรจะเป็นเงินจำนวนไม่น้อยกว่า 446,000 บาท ปรากฏว่าในชั้นอุทธรณ์โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ในข้อนี้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกข…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up