Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2267/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตได้อนุญาตให้พนักงานซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาออกนอกโรงงานในเวลาทำงานเพื่อไปร้องเรียนต่อสำนักงานแรงงานโดยมิได้ยื่นใบลาและมิได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาก่อน ดังนี้การที่โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์อนุญาตให้พนักงานออกนอกโรงงานในเวลา12 นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาพักเที่ยงของบริษัทจำเลย จึงเท่ากับเป็นการอุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่ได้อนุญาตให้พนักงานออกนอกโรงงานในเวลาทำงาน อันเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน.

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำต่อมาเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2533 จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยที่โจทก์ไม่มีความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ครั้งสุดท้ายโจทก์ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายผลิต ได้รับค่าจ้างเดือนละ 11,000 บาทกำหนดจ่ายค่าจ้างในวันที่ 15 และวันสุดท้ายของเดือน การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้าวไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 8,433 บาท และใช้ค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำนวน 110,000 บาท ให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยตำแหน่งหัวหน้าแผนกควบคุมการผลิตเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2533 เวลาประมาณ 13 นาฬิกาโจทก์ได้ใช้และอนุญาตให้พนักงานรายวันของจำเลยซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของโจทก์ 4 คน

ออกไปทำกิจธุระส่วนตัวนอกบริเวณโรงงานของจำเลย โดยอ้างว่าไปติดต่อสำนักงานแรงงานจังหวัดสมุทรปราการเรื่องไม่ได้รับความเป็นธรรมจากจำเลยที่จำเลยไม่ยอมจ่ายค่าจ้างในวันลากิจ ซึ่งไม่เป็นความจริง และโจทก์แนะนำพนักงานทั้งสี่ว่าไม่ต้องยื่นใบลากิจล่วงหน้า 1 วัน ตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยและเมื่อพนักงานทั้งสี่กลับเข้ามาทำงานแล้ว โจทก์ยังร่วมมือกับพนักงานทั้งสี่ทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยอีก โดยให้พนักงานทั้งสี่ยื่นใบลากิจภายหลังและโจทก์ได้ทำการอนุมัติใบลากิจเป็นหลักฐานไว้ การกระทำของโจทก์เป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยไม่ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยและไม่สุจริต จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย เป็นตัวการสนับสนุนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาละทิ้งหน้าที่และให้กระทำผิดต่อระเบียบข้อบังคับของจำเลย

กระทำตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ ทั้งเป็นการปกปิดบิดเบือนข้อเท็จจริงทำหลักฐานรายงานและให้ข้อความเป็นเท็จแก่จำเลย ซึ่งเป็นการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นหนัวหน้าฝ่ายผลิตได้อนุญาตให้พนักงานซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาออกนอกโรงงานในเวลาทำงานไปร้องเรียนต่อสำนักงานแรงงานจังหวัดสมุทรปราการเกี่ยวกับเรื่องกำหนดเวลาการจ่ายค่าจ้างในวันลากิจโดยมิได้ยื่นใบลาและมิได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาก่อน เป็นการกระทำที่ผิดต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ถือว่าเป็นการจงใจขัดคำสั่งของจำเลย และเป็นการกระทำที่ไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต มีเหตุที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และการเลิกจ้างโจทก์มิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์อนุญาตให้พนักงานทั้งสี่ออกไปนอกโรงงานในเวลา 12 นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาพักเที่ยงของจำำเลยพนักงานทุกคนมีสิทธิออกไปนอกบริเวณโรงงานได้แต่ต้องกลับเข้าทำงานต่อในช่วงบ่ายเวลา 13 นาฬิกา ถึงหากโจทก์ไม่อนุญาต พนักงานก็ออกจากโรงงานไปได้โดยไม่ถือว่าผิดระเบียบแต่อย่างใด พนักงานทั้งสี่ออกจากโรงงานไปแล้วได้กลับมาทำงานเมื่อเวลา 13.35 นาฬิกา ซึ่งช้าไป 35 นาที และได้อ้างถึงความจำเป็นที่ไม่สามารถกลับมาทำงานตามเวลาปกติในเวลา 13 นาฬิกาได้ โจทก์เห็นว่าพนักงานทั้งสี่ไม่มีเจตนาละทิ้งหน้าที่หรือมาสายหรือจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย จึงได้นำใบลาของพนักงานทั้งสี่เสนอจำเลย การที่โจทก์อนุญาตให้พนักงานทั้งสี่ออกไปนอกโรงงานจึงไม่เป็นการกระทำที่ผิดต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยซึ่งถือว่าเป็นการจงใจขัดคำสั่งของจำเลย และเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ซึ่งเป็นหนัวหน้าฝ่ายผลิต ได้อนุญาตให้พนักงานซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาออกนอกโรงงานในเวลาทำงานเพื่อไปร้องเรียนต่อสำนักงานแรงงานจังหวัดสมุทรปราการเกี่ยวกับกำหนดเวลาการจ่ายค่าจ้างในวันลากิจ โดยมิได้ยื่นใบลาและมิได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาก่อน ฉะนั้น

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์อนุญาตให้พนักงานออกนอกโรงงานในเวลา 12 นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาพักเที่ยงของบริษัทจำเลยจึงเป็นการอุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่ได้อนุญาตให้พนักงานออกนอกโรงงานในเวลาทำงานอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

Result

พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์.

Matter details

Panel of judges
ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · เคียง บุญเพิ่ม · ก้าน อันนานนท์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

Supreme Court Judgment No. 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

Supreme Court Judgment No. 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

Supreme Court Judgment No. 587/2563

ฎีกาของจำเลยมีลักษณะเป็นการโต้แย้งว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ซึ่งเมื่อพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว เป็นอุทธรณ์ที่มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่…

Supreme Court Judgment No. 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up