คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้นำไก่ซึ่งฆ่าแล้วจำนวน๑๐๐ ตัว ราคา ๓,๘๐๐ บาท ของนายอนุชิตผู้เสียหาย ซึ่งมอบหมายให้จำเลยครอบครองแล้วนำไปขายให้กับประชาชนทั่วไปแต่เมื่อจำเลยนำไก่ไปขายหมดแล้ว จำเลยได้บังอาจเบียดบังเอาเงิน ๓,๘๐๐ บาท ของผู้เสียหายไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตนโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ และขอให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๓,๘๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาบันทึกคำฟ้องและพิเคราะห์คำฟ้องของโจทก์แล้วพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า กรณีเรื่องนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยยักยอกเงินค่าไก่ที่ขายได้ แต่ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์ฟ้องคงได้ความเพียงว่า จำเลยนำไก่ซึ่งฆ่าแล้วของนายอนุชิต ซึ่งมอบหมายให้จำเลยครอบครองแล้วนำไปขายให้กับประชาชนทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้ความว่า นายอนุชิตได้มอบหมายให้จำเลยเป็นตัวแทนขายไก่ กรณีจึงอาจเป็นได้ว่านายอนุชิตยินยอมให้จำเลยรับไก่ไปขายอย่างเป็นของจำเลยเองก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ เงินที่ขายได้ก็เป็นของจำเลย จำเลยเป็นแต่เพียงลูกหนี้ที่จะต้องชำระเงินจำนวนหนึ่งแก่นายอนุชิตเท่านั้น ศาลฎีกาจึงเห็นว่าข้อเท็จจริงตามที่โจทก์ฟ้องจะว่าจำเลยยักยอกเงินค่าไก่ยังไม่ได้ แม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
Result
พิพากษายืน