คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งรับราชการเป็นตำรวจ มีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำความผิดได้ตามกฎหมาย ได้จับกุมผู้เสียหายในข้อหามีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยพาผู้เสียหายไปข่มขืนกระทำชำเราที่บ้านพักของจำเลยแล้วปล่อยตัวไป เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 276, 91จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราตามมาตรา 276 ส่วนข้อหาตามมาตรา 157 ให้ยกฟ้องโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือไม่
เห็นว่าจำเลยรับราชการเป็นตำรวจ แต่ในขณะที่จำเลยแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานทำการจับกุมผู้เสียหายแล้วไม่นำส่งสถานีตำรวจกลับพาไปข่มขืนกระทำชำเราและปล่อยตัวผู้เสียหายไปและคืนของกลางให้นั้นจำเลยถูกสั่งพักราชการแล้ว แม้จะยังมิได้มีคำสั่งปลดหรือให้จำเลยออกจากราชการแต่จำเลยก็ถูกสั่งมิให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตามตำแหน่งหน้าที่ การกระทำของจำเลยจึงมิใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการในฐานะเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่เป็นความผิดตามฟ้องพิพากษายืน