Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2249/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยมีเจตนาพาผู้เสียหายไปเพื่อกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา จำเลยกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราทั้งในคืนแรกและคืนที่สอง เป็นการกระทำต่อเนื่องกันจากเจตนาเดิมนั้นเองแยกออกจากกันมิได้ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรม คือ ก. ใช้อาวุธขู่เข็ญฉุดพาและพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร ข. กระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา ๑ ครั้ง ค. ต่อมาอีกวันหนึ่งได้กระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอีก ๑ ครั้ง ง. หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๗๘, ๒๘๔, ๓๑๐, ๓๑๘ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๗, ๙,๑๐, ๑๒

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๔, ๓๑๘ วรรคสาม ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๑๐, ๑๒ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๑๘ วรรคสาม ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก ๑ ปี และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคแรก, ๒๗๘ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๗, ๙ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๗๖ วรรคแรก ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก ๑ ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา ทุกกรรมเป็นกระทงความผิด

จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพรากผู้เยาว์ พาหญิงไปเพื่อการอนาจาร กระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจริง ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราในคืนแรกสำเร็จขาดตอนไปแล้ว จำเลยกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายในคืนที่สองอีกเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากจากกรรมแรก ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปนั้น เห็นว่า จำเลยมีเจตนาพาผู้เสียหายไปเพื่อกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา จำเลยกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราพร้อมกันทั้งในคืนแรกและคืนที่สอง เป็นการกระทำต่อเนื่องกันจากเจตนาเดิมนั่นเองแยกออกจากกันมิได้ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งต้องลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุจริต เสถียรกาล · ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข
Lower court
ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายไพโรจน์ รัตนอุดม
ศาลอุทธรณ์ - นายบรรเทอง ภู่กฤษณา
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3668/2545

่จำเลยกับพวกขึ้นไปบนบ้านของผู้เสียหายที่ 1 แล้วจับแขนผู้เสียหายที่ 2 ลากลงจากบ้านพาไปข่มขืนกระทำชำเรายังบ้านที่เกิดเหตุนั้นเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงอยู่ในวาระเดียวกันไม่ขาดตอน และตามพฤติการณ์ก…

Supreme Court Judgment No. 8163/2557

จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุและกระทำอนาจารผู้เสียหายแล้วออกจากบ้านไป ถือว่าเป็นความผิดสำเร็จแล้ว จากนั้นจำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุโดยมีวัตถุของแข็งอีกครั้งเพื่อประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหา…

Supreme Court Judgment No. 775/2548

ความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดาโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 318 วรรคสาม นั้น เมื่อจำเลยมีเจตนาและได้พรากผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เยาว์ไปโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยเ…

Supreme Court Judgment No. 8917/2546

การที่จำเลยกับพวกร่วมกันฉุดผู้เสียหายพาขึ้นรถยนต์ตู้ไปยังต่างจังหวัดในที่ต่าง ๆ หลายแห่งและหลายวัน โดยวันแรกระหว่างเดินทางจำเลยกับพวกได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงในรถยนต์ตู้ค…

Supreme Court Judgment No. 1357/2545

การกระทำของจำเลยที่ขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายไปยังที่เกิดเหตุและกระโดดลงจากรถเข้ามาชกท้องผู้เสียหายแล้วฉุดเข้าไปในป่า กอดปล้ำ เมื่อผู้เสียหายไม่ยอมจำเลยจึงจับศีรษะผู้เสียหายโขกตอไม้ที่พื้น กดศีรษะลง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up