Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2209/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

หนังสือรับสภาพหนี้มีผลผูกพันใช้บังคับได้ตามกฎหมายซึ่งจำเลยจะต้องปฏิบัติตาม จำเลยผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์เพียง 11 งวด แล้วไม่ผ่อนชำระอีก โจทก์มีหนังสือทวงถามแล้วจำเลยเพิกเฉย และเมื่อถูกฟ้องคดีจำเลยก็ยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่า หนี้ดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อให้มีหลักฐานทางบัญชีครบถ้วน หนังสือรับสภาพหนี้เกิดขึ้นด้วยเจตนาลวง จำเลยไม่ต้องรับผิด แสดงว่าจำเลยปฏิเสธไม่ชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ทั้งหมด ถือได้ว่าจำเลยไม่ถือเอาประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาตามหนังสือรับสภาพหนี้โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินตามหนังสือรับสภาพหนี้ที่ยังค้างชำระทั้งหมดได้ และเมื่อจำเลยตกเป็นผู้ผิดนัดในการชำระหนี้ โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยได้.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประกอบธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ จำเลย เป็นลูกจ้างโจทก์ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายหลักทรัพย์โจทก์ได้ตรวจพบว่า จำเลยได้ทำการซื้อขายหลักทรัพย์ ลูกค้าของโจทก์โดยพลการ นอกเหนือคำสั่งของโจทก์เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนเงิน 3,965,081.16 บาท วันที่ 11 มกราคม 2523 จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ยอมชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ ด้วยวิธีผ่อนชำระเป็นรายเดือน ๆ ละ 8,000 บาท จำเลยได้ผ่อนชำระเงินให้โจทก์แล้ว 11 งวด เป็นเงิน 88,000 บาท และโจทก์ให้กำไรจากการขายหุ้นอีก 338,400 บาท และนำเงินสะสมของจำเลยจำนวน 58,839 บาทมาหักชำระหนี้แล้ว จำเลยยังเป็นหนี้โจทก์จำนวน 3,479,842.16 บาทโจทก์ทวงถามแล้วจำเลยไม่ชำระ

ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน3,479,842.16 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยมิได้กระทำการซื้อขายหุ้นโดยพลการนอกเหนือคำสั่งโจทก์ โจทก์สั่งให้จำเลยลงชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้เพื่อให้มีหลักฐานทางบัญชีครบถ้วน โดยโจทก์แจ้งว่าทำหลักฐานขึ้นเพื่อประโยชน์ในการลงบัญชีเท่านั้น มิได้มีเจตนาที่จะบังคับให้จำเลยรับผิด หนังสือรับสภาพหนี้เกิดขึ้นด้วยเจตนาลวงจำเลยไม่ต้องรับผิด จำเลยมิได้ผิดนัดต่อโจทก์ เพราะตามหนังสือรับสภาพหนี้ต้องผ่อนชำระเป็นงวดรายเดือนภายในวันที่ 11 ของทุกเดือนวันที่โจทก์ฟ้องจำเลยยังมิได้ผิดนัดงวดประจำวันที่ 11 พฤษภาคม 2526และงวดต่อ

ๆ ไป โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ได้รับชำระเงินจากจำเลยจำนวน 88,000 บาท และได้หักเงินสะสมของจำเลยจำนวน 58,839 บาทไว้เป็นการชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ที่เกิดด้วยเจตนาลวงโจทก์ต้องคืนเงินดังกล่าวให้แก่จำเลย ขอให้ยกฟ้องโจทก์และบังคับโจทก์ให้ชำระเงินจำนวน 146,839 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า หนังสือรับสภาพหนี้ไม่ได้เกิดจากเจตนาลวง โจทก์ได้รับความเสียหาย ซึ่งจำเลยก็ได้สารภาพผิดต่อโจทก์ยอมทำหนังสือรับสภาพหนี้ แม้การชำระหนี้ในงวดต่อไปจะยังไม่ถึงกำหนดชำระ ก็ถือว่าจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้สละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาตามหนังสือรับสภาพหนี้นั้นแล้ว

เงินจำนวน 88,000 บาท ที่โจทก์รับจากจำเลย และที่โจทก์หักเงินสะสมของจำเลยจำนวน 58,839 บาทเป็นการรับชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ โจทก์ไม่ต้องคืนให้แก่จำเลย ขอให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 3,479,842.16 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 146,839 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ปัญหาที่จะวินิจฉัยประการต่อไปมีว่าหนังสือรับสภาพหนี้ตามเอกสารหมาย ล.2 เกิดจากเจตนาลวงซึ่งจำเลยไม่ต้องรับผิดชอบหรือไม่ข้อเท็จจริงได้ความว่า

หลังจากจำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ตามเอกสารหมาย ล.2 แล้ว จำเลยได้ผ่อนชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์รวม 11 งวด เป็นเงิน88,000 บาท และเมื่อจำเลยลาออกจากงานโจทก์ได้หักเงินสะสมของจำเลยจำนวน 58,839 บาท ชำระหนี้โจทก์ จำเลยก็ไม่ได้ทักท้วงประการใดแสดงให้เห็นว่า โจทก์จำเลยมีเจตนาให้หนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวมีผลผูกพันใช้บังคับได้ตามกฎหมาย มิใช่เป็นการแสดงเจตนาลวงดังที่จำเลยต่อสู้ และข้อที่จำเลยอ้างว่าผ่อนชำระหนี้ก็เพื่อให้หนังสือรับสภาพหนี้สมจริง ก็เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุผล รับฟังไม่ขึ้นเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าหนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวมีผลผูกพันใช้บังคับได้ตามกฎหมาย ซึ่งจำเลยจะต้องปฏิบัติตาม

จำเลยผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์เพียง 11 งวด เป็นเงิน 88,000 บาท แล้วไม่ผ่อนชำระอีก โจทก์มีหนังสือทวงถามตามเอกสารหมาย จ.1 แล้ว จำเลยเพิกเฉยและเมื่อถูกฟ้องคดีจำเลยก็ยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่า หนี้ดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อให้มีหลักฐานทางบัญชีครบถ้วน หนังสือรับสภาพหนี้เกิดขึ้นด้วยเจตนาลวง จำเลยไม่ต้องรับผิดแสดงว่าจำเลยปฏิเสธไม่ชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ทั้งหมด ถือได้ว่าจำเลยไม่ถือเอาประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาตามหนังสือรับสภาพหนี้ โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินตามหนังสือรับสภาพหนี้ที่ยังค้างชำระทั้งหมดได้ และเมื่อจำเลยตกเป็นผู้ผิดนัดในการชำระหนี้ โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยได้ และเงินที่จำเลยได้ผ่อนชำระให้โจทก์แล้วจำนวน 88,000 บาท กับเงินสะสมของจำเลยจำนวน 58,839 บาท ที่โจทก์หักชำระหนี้รวมกันแล้วยังไม่พอจำนวนหนี้ จำเลยไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินจำนวนนี้คืนจากโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น"

Result

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีในตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
ศักดา โมกขมรรคกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

Supreme Court Judgment No. 6901/2567

โจทก์มอบหมายให้จำเลยนำเงินไปให้บุคคลภายนอกกู้ยืมโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดแล้วนำผลประโยชน์มามอบให้ จำเลยจึงเป็นตัวแทนของโจทก์ในกิจการดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 กรณีเช่นนี้จึงไม่สามารถแย…

Supreme Court Judgment No. 2358/2567

สัญญาซื้อขายมีข้อความระบุชัดเจนว่า โจทก์ตกลงซื้อประโยชน์ตอบแทนในรูปแบบรายได้ใด ๆ อันเกิดจากการขาย ให้เช่า หรือความตกลงใด ๆ ซึ่งคล้ายกันที่เกี่ยวกับที่ดิน ผ่านการจัดสรรหุ้นในบริษัทจำเลยที่ 1 โดยผู้ซื้อ…

Supreme Court Judgment No. 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

Supreme Court Judgment No. 978/2567

การที่ขณะทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทโจทก์เข้าใจว่าตกลงขายฝากที่ดินพิพาทเป็นเงิน 160,000 บาท ตามจำนวนเงินที่โจทก์ได้รับจากจำเลยที่ 2 มิใช่ 500,000 บาท ตามที่ระบุในสัญญาขายฝากเป็นกรณีโจทก์สำคัญผิดในเรื่องร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up