Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2190/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ทำงานกับจำเลยเป็นคนงานเหมาประจำได้ค่าจ้างเป็นรายเทการทำงานต้องเซ็นชื่อไปและกลับแม้ไม่มีงานให้ทำการ ลางานต้องยื่นใบลาการบังคับบัญชาขึ้นต่อหมวดพัสดุมี สิทธิได้รับค่าครองชีพ เบิกค่ารักษาพยาบาลและค่าเล่าเรียนบุตร ได้ มีสิทธิทำงานไปจนเกษียณอายุคนงานประเภท เหมาชั่วคราวของจำเลยไม่มีสิทธิต่างๆดังกล่าว การจ่ายค่าแรงของคนงานเหมาประจำหากได้ค่าแรงน้อยกว่าเดือนละ530บาทก็จะได้รับ 530 บาทแสดงว่าจำเลยมิได้คำนึงถึงผลสำเร็จ แห่งงานที่โจทก์ทำให้จำเลยแม้การจ่ายค่าแรงจำเลยจะคิด ให้แก่ผู้ทำหน้าที่บรรจุสุราจากจำนวนเทของสุราที่บรรจุขวดและผู้ทำหน้าที่ล้างขวดสุราจำเลยจ่ายค่าแรงให้เท่ากับ ผู้ทำหน้าที่บรรจุสุรา การคิดค่าแรงตามจำนวนเทจึงเป็นเพียงวิธีการคำนวณค่าจ้างเท่านั้นไม่ใช่การคิดค่าแรงงานตาม ผลงานที่คนงานประจำทำได้ในแต่ละวันความสัมพันธ์ระหว่าง โจทก์กับจำเลยจึงเป็นการจ้างแรงงาน เมื่อโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ปัญหาว่าการที่โจทก์จะ มีสิทธิรับบำเหน็จหรือไม่จ่ายเงินเข้าสมทบกองทุนบำเหน็จหรือไม่ ก็ไม่ทำให้สภาพการเป็นลูกจ้างของโจทก์เปลี่ยน ไปเป็นไม่ใช่ลูกจ้างปัญหาที่จำเลยอุทธรณ์ดังกล่าวจึงมิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง จึงไม่เป็นสาระแก่การ วินิจฉัย ข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่าการพ้นจากตำแหน่งเพราะเกษียณอายุไม่ใช่การเลิกจ้างนั้นเป็นข้อที่จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การทั้งมิใช่ข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย โจทก์เป็นลูกจ้างประจำที่ได้รับค่าจ้างตามผลงาน การคำนวณค่าชดเชยของโจทก์จึงต้องคิดจากค่าจ้างของการทำงานที่ โจทก์ได้รับจริงในหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้าย

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 575 ป.วิ.พ. Section 225 ป.วิ.พ. Section 249 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 8 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 31 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 Section 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำรับค่าจ้างตามผลงาน จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเกษียณอายุโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นคนงานเหมารายเท ไม่ได้จ้างโจทก์ไว้ปฏิบัติงานในลักษณะประจำ จำเลยให้ค่าตอบแทนโจทก์เป็นค่าแรงตามผลงานแต่ละวันไม่แน่นอนโดยถือเอาผลสุดท้ายแห่งงานเป็นประการสำคัญ สัญญาจ้างระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาจ้างทำของ ทั้งโจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างชั่วคราว จึงไม่อาจเรียกค่าชดเชยจากจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ตามฟ้อง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นคนงานของจำเลยประเภทคนงานเหมาประจำได้ค่าจ้างเป็นรายเท งานที่ทำมีให้ทำทุกวัน ลักษณะการทำงานต้องเซ็นชื่อมาทำงานและกลับ การลาต้องยื่นใบลา มีสายบังคับบัญชาโดยขึ้นต่อหมวดพัสดุมีสิทธิได้รับค่าครองชีพ เบิกค่ารักษาพยาบาลและค่าเล่าเรียนบุตรได้ซึ่งต่างกับคนงานประเภทคนงานเหมาชั่วคราวไม่มีสิทธิต่าง ๆ ดังกล่าว คนงานเหมาประจำถ้ามาทำงานมีสิทธิทำงานไปจนเกษียณอายุ การจ่ายค่าแรงจำเลยจ่ายให้เป็นการประจำ ถ้าจำเลยไม่มีงานให้ทำคนงานเหมาประจำก็ต้องมาเซ็นชื่อทำงานและกลับและถ้าได้ค่าแรงน้อยกว่า 530 บาท จำเลยก็จ่ายให้ 530 บาท เห็นได้ว่าที่จำเลยจ้างโจทก์ให้ทำงานนั้นจำเลยมิได้คำนึงถึงผลสำเร็จแห่งงานที่โจทก์ทำให้จำเลย

แม้การจ่ายค่าแรงจำเลยจะคิดให้แก่ผู้ทำหน้าที่บรรจุสุราจากจำนวนเทของสุราที่บรรจุขวด แต่ผู้ทำหน้าที่ล้างขวดสุราจำเลยก็จ่ายค่าแรงให้เท่ากับผู้ที่ทำหน้าที่บรรจุสุรา การคิดค่าแรงตามจำนวนเทสุราที่บรรจุจึงเป็นเพียงวิธีการคิดคำนวณค่าจ้างประการหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่การคิดค่าแรงตามผลงานที่คนงานประจำทำได้ในแต่ละวัน จึงเห็นได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นการจ้างแรงงาน ปัญหาว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จตามข้อบังคับองค์การสุรา กรมสรรพสามิตและไม่ได้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนบำเหน็จ โจทก์จึงไม่ใช่ลูกจ้างประจำของจำเลยนั้นเมื่อได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาจ้างแรงงานการที่โจทก์จะมีสิทธิได้รับบำเหน็จหรือไม่

จ่ายเงินเข้าสมทบกองทุนบำเหน็จหรือไม่ไม่ทำให้สภาพการเป็นลูกจ้างของโจทก์เปลี่ยนเป็นไม่ใช่ลูกจ้าง ปัญหาที่จำเลยอุทธรณ์ดังกล่าวจึงมิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ไม่เป็นสาระแก่การวินิจฉัยและข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่าการพ้นตำแหน่งเพราะเหตุเกษียณอายุไม่ใช่การเลิกจ้างนั้นเป็นข้อที่จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ ทั้งมิใช่ข้อที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่าค่าชดเชยของจำเลยต้องเฉลี่ยจากรายได้ 12 เดือนสุดท้ายนั้นเมื่อปรากฏว่าศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำที่ได้รับค่าจ้างตามผลงาน การคำนวณค่าชดเชยของโจทก์จึงต้องคิดจากค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน(ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2521 ข้อ 46(3)

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุพจน์ นาถะพินธุ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

Supreme Court Judgment No. 11269/2558

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลแรงงานกลางเป็นคดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเกี่ยวกับการทำงานตามสัญญาจ้างแรงงานหาใช่เป็นคดีละเมิดอย่างเดียวไม่ เพราะโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นนายจ้างลูกจ้างมีข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแ…

Supreme Court Judgment No. 1460/2548

สัญญาจ้างแรงงานไม่ได้ระบุไว้อย่างแจ้งชัดว่า ในกรณีเกิดข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยจะต้องนำข้อพิพาทที่เกิดขึ้นให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาดเสียก่อนแต่อย่างใด ข้อตกลงตามสัญญาจ้างแรงงานจึงมีลักษณะเป็นการให้สิท…

Supreme Court Judgment No. 6296/2545

โจทก์บรรยายฟ้องเสนอข้อหาว่าจำเลยทำผิดสัญญาจ้างแรงงานเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย แม้โจทก์จะตั้งข้อหาหรือฐานความผิดในคำฟ้องว่าเป็นเรื่องละเมิดและบรรยายฟ้องด้วยว่าโจทก์ตรวจสอบรู้ตัวผู้รับผิดว่าคือจ…

Supreme Court Judgment No. 3974/2545

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 49 ให้ศาลแรงงานมีอำนาจพิพากษาให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือชดใช้ค่าเสียหายตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้น จะพิพากษาให้นายจ้าง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up