Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2177/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทจำเลยสั่งพนักงานการเงินของจำเลยคิดเงินเดือนที่ผ่านมาให้แก่โจทก์และเรียกโจทก์มารับเงินโจทก์เข้ามาในบริษัทแต่ไม่ยอมรับเงินการที่กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทเรียกโจทก์มารับเงินค่าจ้างสำหรับระยะเวลาทำงานของโจทก์ที่ผ่านมาทั้งๆที่วันนั้นมิใช่วันจ่ายเงินเดือนตามปกติของจำเลยถือได้ว่าจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์แล้ว โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์แต่โจทก์ได้ออกจากงานไปเองและโจทก์ได้กล่าวต่อลูกค้าของจำเลยว่าบริษัทเฮงซวยไปซื้อสินค้ามันทำไมอันเป็นการกระทำความผิดต่อนายจ้างทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงจำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์เป็นคำให้การที่ขัดแย้งกันเองกล่าวคือจำเลยต่อสู้ว่าจำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์แต่โจทก์ออกจากงานไปเองแล้วกลับอ้างว่าจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ดังนั้นประเด็นข้อพิพาทจึงมีเพียงว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์หรือไม่คดีไม่มีประเด็นว่าจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์หรือไม่เพราะการที่จะเกิดประเด็นว่าจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์หรือไม่จะต้องเป็นกรณีที่จำเลยยอมรับว่าจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์เสียก่อน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดย โจทก์ไม่มีความผิดขอให้บังคับจำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์แต่โจทก์ได้ออกจากงานไปเองโดย ได้ขาดงานตั้งแต่วันที่16 ธันวาคม 2534 และระหว่างที่โจทก์ทำงานกับจำเลย โจทก์ได้กระทำความผิดต่อกฎหมายอาญา โดย เจตนาทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหาย กล่าวคือ เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม 2534 โจทก์ได้จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง โดย กล่าววาจาดูถูกเหยียดหยามจำเลยจำเลยจึงมีสิทธิบอกเลิกจ้างโจทก์ได้โดย ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า1. ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่2. จำเลยเลิกจ้างโจทก์หรือไม่3. โจทก์มีสิทธิเรียกร้องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยจากจำเลยหรือไม่ เพียงใดศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

จำเลยอุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างโจทก์นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ในวันที่ 14 ธันวาคม 2534 โจทก์มานั่งอยู่ที่ร้านอาหารข้างบริษัทจำเลย ไม่ได้เข้าบริษัทจนเวลาประมาณ 10.30 นาฬิกา นางสาว สิริพรรณ เอื้ออำพน กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยสั่งให้นางสาว บุญศิริ พนักงานการเงินของจำเลยคิดเงินเดือนที่ผ่านมาให้แก่โจทก์และเรียกโจทก์มารับเงิน โจทก์เข้ามาในบริษัทแต่ไม่ยอมรับเงิน ดังนั้น การที่นางสาว สิริพรรณ เรียกโจทก์มารับเงินค่าจ้างสำหรับระยะเวลาทำงานของโจทก์ที่ผ่านมา ทั้ง ๆ ที่วันนั้นมิใช่วันจ่ายเงินเดือนตามปกติของจำเลยเช่นนี้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์แล้ว อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นจำเลยอุทธรณ์เป็นข้อสุดท้ายว่า

จำเลยได้ให้การต่อสู้ไว้แล้วว่าจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์เพราะในระหว่างที่โจทก์ทำงานอยู่กับจำเลยนั้น โจทก์ได้กระทำความผิดต่อกฎหมายอาญาด้วยเจตนาจะให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหาย คือกล่าววาจาหมิ่นประมาทจำเลยแต่ศาลแรงงานกลางมิได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์หรือไม่จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยให้การต่อสู้ไว้ในคำให้การจำเลยข้อ 2.2ว่า จำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์แต่โจทก์ได้ออกจากงานไปเองแล้วให้การในข้อ 2.4 ว่า เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม 2534 โจทก์ได้กล่าวต่อลูกค้าของจำเลยว่า "บริษัทเฮงซวยไปซื้อสินค้ามันทำไม" อันเป็นการกระทำความผิดต่อนายจ้าง ทำให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้ จะเห็นได้ว่าคำให้การของจำเลยในข้อ 2.2 และ2.4 ขัดแย้งกันเอง กล่าวคือจำเลยต่อสู้ว่าจำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์แต่โจทก์ออกจากงานไปเองแล้วต่อมากลับอ้างว่าจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ ดังนั้น การที่ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้แล้วว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์หรือไม่ ก็ย่อมจะไม่มีประเด็นอีกว่าจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์หรือไม่ เพราะการที่จะเกิดประเด็นว่าจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์หรือไม่ จะต้องเป็นกรณีที่จำเลยยอมรับว่าจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์เสียก่อน การที่ศาลแรงงานกลางมิได้กำหนดประเด็นพิพาทไว้ด้วยว่า จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์หรือไม่นั้นจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ตัน เวทไว · ราเชนทร์ จัมปาสุต · ชวลิต พรายภู่
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up