Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2175/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยได้ว่าจ้างโจทก์ให้ก่อสร้างอาคารเรียน โจทก์ใช้เหล็กเส้นผิดขนาดจากที่กำหนดไว้ในแบบในการก่อสร้างอาคารเรียนดังกล่าว โจทก์จึงบันทึกข้อความไว้ว่ายอมให้จำเลยหักเงินเป็นค่าปรับตามจำนวนที่จำเลยกำหนดไว้ได้และจำเลยยินยอมให้โจทก์ดำเนินการก่อสร้างต่อไป โดยไม่ต้องรื้ออาคารที่ก่อสร้างไปแล้ว ดังนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องเบี้ยปรับที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 แต่เป็นกรณีที่โจทก์จำเลยมาทำความตกลงระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นแล้วซึ่งมีผลเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 จำเลยย่อมมีสิทธิหักเงินตามจำนวนที่กำหนดไว้ ปัญหาว่าโจทก์ผิดสัญญาหรือไม่หรือจำเลยเสียหายมากน้อยเพียงใด ย่อมเป็นอันยุติไปแล้วโดยผลของสัญญาประนีประนอมยอมความ ไม่มีเหตุที่จะรื้อฟื้นขึ้นมาพิจารณาอีกการที่โจทก์บันทึกไว้ว่ายินดีให้หักเงินจำนวน 119,412 บาทก่อนหมายความว่าโจทก์ยอมให้หักไว้ก่อนตามจำนวนดังกล่าว โดยโจทก์ยินดีรับไปเฉพาะส่วนที่เหลือจากหักแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาจ้างโจทก์ให้ทำการก่อสร้างอาคารโรงเรียนท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษา ในราคา 1,200,000 บาท โดยสัญญาแบ่งจ่ายค่าจ้างเป็น 5 งวด โจทก์ทำงานงวดที่ 1 เสร็จเรียบร้อย คณะกรรมการตรวจการจ้างของจำเลยบันทึกว่า โจทก์ทำงานงวดที่ 1 เสร็จ แต่ใช้เหล็กมีขนาดเล็กกว่าที่กำหนดไว้ในแบบเล็กน้อยเพียง 0.4 - 0.5 มม. ไม่ทำให้เกิดความเสียหาย ควรเบิกจ่ายเงินให้โจทก์ไปได้ตามงวด จำเลยได้แจ้งให้โจทก์ดำเนินการสร้างต่อไป แต่จำเลยหักไว้เป็นเงิน 119,412 บาท ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้อง ที่ถูกจำเลยควรหักไว้เพียง 3,852 บาทจำเลยหักไว้เกินไป 115,560 บาท จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยคืนเงิน 115,560 บาทแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ทำการก่อสร้างผิดแบบรูปและรายการหลายประการและตรวจพบว่าโจทก์ใช้เหล็กผิดขนาด ซึ่งถือได้ว่าโจทก์ผิดสัญญาจำเลยจึงปรับโจทก์เป็นเงิน 115,560 บาท โดยคิดค่าปรับ 30 เท่าของราคาเหล็กที่ขาดไปโจทก์โดยนายอุทัยได้รับทราบและตกลงให้จำเลยหักเงินดังกล่าว

ถือได้ว่าโจทก์จำเลยตกลงทำสัญญากันใหม่ในเรื่องความเสียหายมีผลใช้บังคับได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเงินที่จำเลยหักไว้คืน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยคืนเงิน 115,560 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนเงิน 77,040 บาท ให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ว่าจ้างโจทก์ให้ก่อสร้างอาคารเรียนขนาด10 ห้องเรียนแบบ 216 ก. ของโรงเรียนท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษาตามสัญญาเอกสารหมาย จ.2 ลงวันที่ 28 กันยายน 2520 และโจทก์ได้ใช้เหล็กเส้นผิดขนาดจากที่กำหนดไว้ในแบบ เป็นเหตุให้เกิดกรณีพิพาทเรื่องนี้ขึ้น และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า

ปรากฏตามรายงานการประชุมหมาย จ.16 ซึ่งโจทก์อ้างส่ง ที่ประชุมของผู้แทนกองออกแบบและก่อสร้าง กองการเจ้าหน้าที่กองการมัธยมศึกษา และกองคลัง โดยมีรองอธิบดีกรมสามัญศึกษา เป็นประธาน ได้ประชุมเพื่อหาทางแก้ปัญหานี้ โดยมีมติรวม 4 ข้อ คือ1. เมื่อการก่อสร้างล่วงเลยมาจนถึงงวดที่ 2 หมดงานคอนกรีตเสริมเหล็กแล้วไม่อาจแก้ไขอย่างใดได้ หากจะแก้ไขก็ต้องรื้ออาคารทั้งหมด ซึ่งไม่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายจึงเห็นควรให้ดำเนินการก่อสร้างต่อไป2. วิศวกรของกรมฯ รับรองว่า อาคารหลังนี้ความมั่นคงอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้และการเสริมเหล็กตามที่คณะกรรมการฯ สั่งนั้นไม่ถูกต้องตามหลักวิชา3. ให้คิดราคาค่าวัสดุก่อสร้างที่ขาดไปคืนดังนี้3.1 ราคาเหล็กเต็มกิโลกรัมละ 7 บาท

ราคาเหล็กท้องตลาดกิโลกรัมละ 6.40 บาทเหล็กที่ใช้ทั้งหมด 6.420 กิโลกรัม ฉะนั้นราคาของเหล็กที่ต่างกัน 3,852 บาทเนื่องจากการก่อสร้างอาคารหลังนี้ใช้เหล็กไม่เต็มเห็นควรปรับความผิดของผู้รับจ้าง เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างสำหรับการก่อสร้างรายอื่นเกี่ยวกับความผิดพลาดทำนองนี้อีก จึงควรปรับ 30 เท่าของราคาเหล็กที่ขาดไปเท่ากับ 3,852 x 30 เท่ากับ 115,560 บาท รวมเป็นเงินที่จะต้องหักคืนเท่ากับ 115,560 + 3,852 = 119,412 บาท4. ให้ยืดเวลาค้ำประกันเฉพาะเรื่องโครงสร้างจากสัญญา 1 ปี เป็น 5 ปีมติ 4 ข้อของที่ประชุมดังกล่าวนี้ได้รับการอนุมัติจากปลัดกระทรวงศึกษาธิการให้ดำเนินการตามมตินี้ได้ ดังปรากฏตามเอกสารหมาย จ.20นายอุทัย

แซ่ซื่อ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างโจทก์ได้บันทึกการตกลงยินยอมของตนไว้ในรายงานการประชุมหมาย จ.16 นั้นมีข้อความว่า "ข้าพเจ้าฯ รับทราบบันทึกของกรรมการและยินดีให้หักเงินจำนวน 119,412 บาท ก่อน" แล้วลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับลงวันที่กำกับไว้ว่า 27 ก.พ. 21ข้อความที่บันทึกไว้นี้ เป็นการแสดงเจตนายอมให้จำเลยหักเงินจำนวน119,412 บาทไว้ได้ ซึ่งมีผลเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 จำเลยย่อมมีสิทธิหักเงินจำนวน119,412 บาท ไว้ได้ตามสัญญานั้น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นค่าปรับที่สูงเกินส่วนนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะกรณีไม่ใช่เป็นเรื่องเบี้ยปรับที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าตามมาตรา 379 แต่เป็นเรื่องคู่กรณีมาทำความตกลงระงับข้อพิพาทซึ่งเกิดขึ้นแล้วโดยวิธีที่ไม่ต้องให้โจทก์รื้ออาคารที่สร้างไปแล้ว แต่โจทก์ต้องชดใช้เงินให้จำเลยเป็นเงิน 119,412 บาท

ดังกล่าวแล้วข้อความในมติข้อ 3.2 ของคณะกรรมการนั้นมีข้อความชัดเจนอยู่แล้วว่าจำเลยจะต้องหักเงินคืนจากโจทก์ไว้รวมเป็นเงิน 119,412 บาท การที่โจทก์บันทึกไว้ว่ายินดีให้หักเงินจำนวน 119,412 บาทก่อนย่อมหมายความว่าโจทก์ยอมให้หักไว้ก่อน119,412 บาท โดยโจทก์ยินดีรับไปเฉพาะส่วนที่เหลือจากหักแล้วนั่นเอง หาได้หมายความว่าโจทก์ยอมให้หักเพียง 3,852 บาทไม่ ตามฟ้องของโจทก์ก็ยกข้ออ้างมาเพียงว่านายอุทัย แซ่ซื่อ ได้ทำบันทึกให้ที่โจทก์ฎีกาว่า การที่โจทก์ใช้เหล็กผิดขนาดในแบบไปเพียงเล็กน้อยโดยคลาดเคลื่อนเพียง 0.4 - 0.5 มิลลิเมตร ซึ่งตามรายการวิศวกรรมก็อนุญาตให้คลาดเคลื่อนเช่นนั้นได้ โจทก์จึงไม่ผิดสัญญาและจำเลยก็ไม่ได้เสียหายอะไรนั้นศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาเรื่องโจทก์ผิดสัญญาหรือไม่ก็ดี

จำเลยเสียหายมากน้อยเพียงใดก็ดี เป็นเรื่องที่ยุติไปโดยผลของสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยแล้วเมื่อโจทก์ได้ตกลงระงับข้อพิพาทเรื่องการใช้เหล็กผิดขนาดกับจำเลยโดยวิธียอมให้จำเลยหักเงินไว้ได้ 119,412 บาทแล้ว โจทก์ก็ต้องปฏิบัติตามสัญญานั้น โดยไม่มีเหตุที่จะรื้อฟื้นปัญหาเรื่องโจทก์ผิดสัญญาหรือไม่หรือจำเลยเสียหายเพียงไรหรือไม่ขึ้นมาพิจารณาอีกพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
ทวี กสิยพงศ์ · ธาดา วัชรานันท์ · พินิจ สังขนันท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up