Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 216/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 นั้น นอกจากจะมีการเบียดบังเอาทรัพย์ไปโดยทุจริตแล้ว จะต้องได้ความด้วยว่า ผู้ที่เบียดบังนั้นได้ครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลย (หุ้นส่วนของห้างโจทก์) เป็นแต่เพียงมีชื่อในโฉนดพิพาทแทนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อันแท้จริงเท่านั้น โดยจำเลยมิได้เข้าเกี่ยวข้องครอบครองที่ดินโฉนดพิพาทแต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองทรัพย์ของผู้อื่นตามความแห่งมาตรา 352 แม้จำเลยเอาที่ดินโฉนดดังกล่าวไปทำสัญญาขายฝากให้แก่ผู้มีชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือความยินยอมจากโจทก์ จำเลยก็ไม่มีความผิดฐานยักยอก

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนของโจทก์ได้เบียดบังเอาที่ดินรวม ๗ โฉนด ซึ่งเป็นทรัพย์สินของโจทก์ไป และจำเลยได้กระทำผิดหน้าที่ซึ่งโจทก์ได้มอบหมายให้จำเลยลงชื่อทางทะเบียนกรรมสิทธิ์แทนโจทก์ และได้มอบโฉนดที่ดินและที่ดินให้จำเลยยึดถือครอบครองแทนโจทก์เพื่อสะดวกในการจัดการค้าขายที่ดินของโจทก์ โดยจำเลยเอาที่ดินดังกล่าวไปทำสัญญาขายฝากไว้แก่ผู้มีชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือความยินยอมจากโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๓๕๓

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า สิทธิครอบครอบที่พิพาทอยู่กับโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ การที่จำเลยเอาที่พิพาทไปขายฝาก จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ จำเลยไม่ได้รับมอบหมายให้จัดการที่พิพาทอย่างใด ที่จำเลยเอาที่พิพาทไปขายฝากจะถือว่าผิดหน้าที่ไม่ได้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓ พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โฉนดอยู่ในความครอบครองของจำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย ๑ ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อเท็จจริงขึ้นวินิจฉัยนอกเหนือไปจากข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังเป็นยุติแล้วว่า จำเลยไม่ได้ครอบครองที่พิพาท เป็นการไม่ชอบ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ให้ถูกต้อง ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาใหม่แล้ววินิจฉัยว่า การที่จำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดย่อมหมายถึงจำเลยมีสิทธิทั้งหลายรวมทั้งสิทธิครอบครองที่พิพาทในทางทะเบียน แต่จำเลยลงชื่อไว้แทนโจทก์ จึงเป็นการครอบครองทรัพย์ของผู้อื่นแล้ว จำเลยจะได้เข้าไปครอบครองที่พิพาทจริงจังหรือไม่นั้น มิใช่ข้อที่จะต้องนำมาพิจารณา พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ให้จำคุก ๑ ปี

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๑๒ จำเลย นายบรรจบ สงวนเชื้อ และนายวินัย แจ้วจิรา ได้เข้าหุ้นส่วนกันซื้อถนนซอยเกษสุวรรณ โดยมีโครงการว่าจะซื้อที่ดินติดกับซอยเกษสุวรรณมาจัดสรรแบ่งขายหากำไรต่อไป แล้วจำเลยได้ซื้อที่ดินและทำสัญญาวางเงินมัดจำจะซื้อที่ดินที่ติดกับซอยดังกล่าวไว้หลายแปลง ในนามของหุ้นส่วน เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๑๒ นายวินัย แจ้วจิรา ได้ขายหุ้นให้แก่นายอำพล ปทุมาสูตร ที่ดินที่จำเลยซื้อมาดังกล่าว จำเลยได้ไปขอแบ่งแยกต่อสำนักงานที่ดินเป็นแปลงเล็กประมาณ ๓๐ แปลง เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๑๓ จำเลย นายบรรจบ และนายอำพล ได้จดทะเบียนตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดโจทก์ขึ้น ต่อมาจำเลยได้ไปจัดการโอนที่ดินที่ขอแบ่งแยกใส่ชื่อจำเลยในโฉนดพิพาท แล้วจำเลยได้นำที่ดินโฉนดพิพาทไปขายฝากนางพีรัชต์ สุจริตกุล และนางเปรมจิตต์ จามรจันทร์ ที่จำเลยลงชื่อในโฉนดพิพาทนั้น เป็นการลงชื่อแทนโจทก์ โดยจำเลยมิได้เข้าไปเกี่ยวข้องครอบครองที่พิพาท

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ นั้น นอกจากจะมีการเบียดบังเอาทรัพย์ไปโดยทุจริตแล้ว จะต้องได้ความด้วยว่าผู้ที่เบียดบังนั้นได้ครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ข้อเท็จจริงกลับได้ความว่าจำเลยเป็นแต่เพียงมีชื่อในโฉนดพิพาทแทนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อันแท้จริงเท่านั้น โดยจำเลยมิได้เข้าเกี่ยวข้องครอบครองที่ดินโฉนดพิพาทแต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองทรัพย์ของผู้อื่นตามความหมายแห่งมาตรา ๓๕๒ การกระทำของจำเลยไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานยักยอก จึงยังไม่มีความผิดตามฟ้อง

Result

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
ไพโรจน์ ไวกาสี · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ
Lower court
ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายปรีชา ธนานันท์
ศาลอุทธรณ์ - นายกุศล บุญยืน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 298/2567

แม้อุทธรณ์ของโจทก์จะเป็นการขอให้ศาลวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ แต่ก่อนที่ศาลจะวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวได้นั้น ศาลจำต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า ตราที่โจทก์ประทับใน…

Supreme Court Judgment No. 18079/2555

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์มรดก ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานยักยอก แต่ลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานรับของโจร เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วั…

Supreme Court Judgment No. 987/2554

จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาท แต่เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น กระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต โดยจดทะเบียนโอนทรัพย…

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 1374)

จำเลยมีหน้าที่จัดเก็บค่าบำรุงสมาชิกและค่าตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำพร้อมทั้งนำเงินดังกล่าวมาฝากธนาคารเข้าบัญชีโจทก์ร่วมในแต่ละวันดังนั้นในแต่ละวันแม้จำเลยจะออกใบเสร็จรับเงินให้แก่สมาชิกไม่ตรงกับจำ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 2940)

ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ไม่ใช่ความผิดเฉพาะตัวของผู้ครอบครองเพียงผู้เดียวผู้อื่นก็อาจร่วมกระทำความผิดกับผู้ครอบครองในการยักยอกทรัพย์ได้หากได้ร่วมมือร่วมใจกันกระทำการยักยอกกับผู้ได้รับมอบหมายให้ครอบครองทร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up