Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2153/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยทำการซ่อมรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมเครื่องยนต์หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งการเคาะและพ่นสีซึ่งก่อให้เกิดเสียงดัง หรือส่งกลิ่นเหม็นทำความเดือดร้อนรำคาญและเป็นอันตรายต่อร่างกายกับอนามัยของโจทก์ นั้น ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 มาตรา 3 มิได้ห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ถึงแม้โจทก์จะมีคำขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 10,000 บาท และค่าเสียหายในอนาคตเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะไม่ละเมิดสิทธิของโจทก์อีกต่อไปก็ไม่ทำให้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามความหมายของ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคแรก

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 420 ป.วิ.พ. Section 224 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.พ. (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 Section 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินติดกับที่ดินของโจทก์ โจทก์อยู่อาศัยในที่ดินของโจทก์มาประมาณ ๔๔ ปี โดยปกติสุข ไม่มีเสียงดังให้เกิดความรำคาญ บริเวณที่ดินดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัย จำเลยใช้ที่ดินของจำเลยก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมซ่อมเคาะและพ่นสีรถยนต์ ฯลฯ จำเลยโดยจงใจและประมาทเลินเล่อทำต่อโจทก์และครอบครัวกับบุคคลอื่นที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงโดยผิดกฎหมาย ให้เสียหายแก่สุขภาพ ร่างกาย และอนามัย กล่าวคือ ทุกวันเว้นวันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา ๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๗.๐๐ นาฬิกา และบางวันประมาณ ๕ ครั้งในหนึ่งเดือน ได้ปฏิบัติงานติดต่อไปจากเวลากลางวันจนถึงเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา จำเลยใช้ให้ลูกจ้างของจำเลยเดินเครื่องยนต์อย่างเต็มที่ทดลองอุปกรณ์ห้ามล้อรถยนต์

แตรรถยนต์ เคาะตัวถังรถ ทำให้เกิดเสียงดังและกระเทือนเกินกว่าปกติ บางครั้งมีกลิ่นน้ำมันฟุ้งออกมาและเป็นควันตลบไปหมด เป็นเหตุให้โจทก์และครอบครัวกับบุคคลอื่น ๆ ได้รับความสะเทือนทางสมอง จิตใจไม่สงบ ไม่เป็นปกติ ปฏิบัติงานไม่ได้พักผ่อนก็ไม่สะดวก โจทก์และครอบครัวต้องไปหาแพทย์รักษาพยาบาลเกี่ยวแก่ประสาทและหัวใจ ฯลฯ ขอให้ศาลพิพากษาห้ามมิให้จำเลยทำการซ่อมรถยนต์ เคาะ และพ่นสี ก่อให้เกิดเสียงดัง ส่งกลิ่มเหม็น ทำความเดือดร้อนรำคาญแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๑๐,๐๐๐ บาท และต่อไปเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะไม่ละเมิดสิทธิของโจทก์

จำเลยให้การว่า การซ่อมรถของจำเลยไม่ได้เดินเครื่องเต็มที่ เพื่อทดลองอุปกรณ์ห้ามล้อรถยนต์ ไม่ได้ทดลองแตร ไม่ต้องเดินเครื่องหรือเร่งเครื่องยนต์เต็มที่จนมีกลิ่นน้ำมันฟุ้งเป็นควันตลบ ไม่มีการรับเคาะตัวถังรถยนต์หรือพ่นสี ฯลฯ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาห้ามมิให้จำเลยกระทำการอันก่อให้เกิดเสียงดังและส่งกลิ่นเหม็น ทำความเดือดร้อนรำคาญแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๑๐,๐๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่สามารถสืบได้ว่าโรงงานของจำเลยก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญดังโจทก์ฟ้อง และโจทก์สืบไม่สมฟ้องในเรื่องค่าเสียหายขอให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท และค่าเสียหายในอนาคตเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะไม่ละเมิดสิทธิของโจทก์อีกต่อไป จึงเป็นคดีที่ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองหมื่นบาท เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว

จำเลยอุทธรณ์ได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย แต่อุทธรณ์ของจำเลยทั้งหมดเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๑๗ (ที่ถูก พ.ศ.๒๕๑๘) มาตรา ๓ พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยทำการซ่อมรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมเครื่องยนต์หรืออุปกรณ์ ต่าง ๆ รวมทั้งการเคาะและพ่นสีซึ่งก่อให้เกิดเสียงดังหรือส่งกลิ่นเหม็นทำความเดือดร้อนรำคาญและเป็นอันตรายต่อร่างกายกับอนามัยของโจทก์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ วรรคสอง ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๓ มิได้ห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงถึงแม้โจทก์จะมีคำขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๑๐,๐๐๐ บาท และค่าเสียหายในอนาคตเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะไม่ละเมิดสิทธิของโจทก์อีกต่อไป ก็ไม่ทำให้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามความหมายของมาตรา ๒๒๔ วรรคแรก ซึ่งจำเลยหมดสิทธิอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

Result

พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป

Matter details

Panel of judges
เพียร ศรีอรุณ · สอน ไชยสุต · มงคล วัลยะเพ็ชร์
Lower court
ศาลแพ่ง - นายอำนวย เปล่งวิทยา
ศาลอุทธรณ์ - นายวิถี ปานะบุตร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2549 (ref. 268919)

การที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า ผู้ตายเป็นผู้ขับรถโดยประมาทเลินเล่อแต่เพียงผู้เดียว เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นที่ฟังว่า ย. ลูกจ้างจำเลยที่ 1 มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย อุทธร…

Supreme Court Judgment No. 5613/2540

ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า อุทธรณ์ของจำเลยต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 224 หรือไม่ แม้เป็นข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่เป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวด้…

Supreme Court Judgment No. 7549/2538

โจทก์กล่าวในฟ้องถึงการกระทำของจำเลยแยกจากกันเป็นสองกรณี คือ จำเลยเป็นตัวการจ้างวานบุคคลอื่น ทำการขุดร่องน้ำในที่ดินบริเวณรัศมีคลองชลประทานสัมปทวน ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังของบุคคลซึ่งจำเลยว่…

Supreme Court Judgment No. 1007/2537

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา แต่ปรากฏว่าอุทธรณ์ของจำเลยในปัญหาว่าศาลชั้นต้นฟังพยานหลักฐานไม่ชอบนั้นเป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นปัญหาข…

Supreme Court Judgment No. 1927/2533

ความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกเป็นความผิดต่อ รัฐ การฟ้องคดีของอัยการศาลทหารกรุงเทพ มิอาจถือ ได้ ว่าเป็นการฟ้องคดีอาญาแทนโจทก์ โจทก์จึงมิใช่คู่ความเดียว กับโจทก์ในคดีอาญาของศาลทหารกรุงเทพ ดังนั้นผลของคำพ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up