Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2146/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สิทธิฎีกาของคู่ความนั้นจะต้องพิจารณาเป็นกระทงความผิดไปศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกจำเลยฐานฉ้อโกงกระทงละ 2 ปีรวม 3 กระทง เป็น 6 ปี และจำคุกฐานใช้เอกสารปลอมอีกกระทงหนึ่งมีกำหนด 3 ปี รวม 9 ปี ดังนี้ จำเลยต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 การที่จำเลยหลอกลวงให้ผู้เสียหายส่งสินค้าให้ 3 ครั้งและออกเช็คปลอมชำระราคาให้ในคราวเดียวการกระทำของจำเลยเป็นความผิดสำเร็จทุกครั้งที่ผู้เสียหายส่งมอบสินค้าให้การกระทำของจำเลย จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

Provisions the court ruled on

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 รวม 3 กระทง ปรับจำเลยที่ 1 กระทงละ5,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 กระทงละ 2 ปี และลงโทษจำเลยทั้งสองฐานใช้เอกสารปลอมตาม มาตรา 268 อีกกระทงหนึ่ง ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 15,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 3 ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "สิทธิฎีกาของคู่ความนั้นต้องพิจารณาเป็นกระทงความผิดไป คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 กระทงละ 2 ปี รวม 3 กระทงเป็น 6 ปี และลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2ฐานใช้เอกสารปลอมตามมาตรา 268 มีกำหนด 3 ปี รวม 9 ปี จำเลยที่ 2 จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 คงฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย และในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามมาตรา 222คดีคงมีปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยที่ 2 ฎีกาเพียงว่า ในความผิดฐานฉ้อโกงนั้น

จำเลยที่ 2 กระทำผิดกรรมเดียว หรือหลายกรรมต่างกัน ซึ่งศาลจะต้องลงโทษจำเลยที่ 2 ทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปดังที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยที่ 2 มา ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า มีผู้โทรศัพท์แสดงตนเป็นจำเลยที่ 2ในฐานะผู้จัดการของจำเลยที่ 1 สั่งซื้อปากกาป๊ากเกอร์จาก นางจินตนาโหตรภวานนท์ ผู้ช่วยผู้จัดการแผนกขายของบริษัทปาร์เกอร์ดิสทริบิวเตอร์ส(ประเทศไทย) จำกัด รวม 3 ครั้ง จำนวน 414 ด้าม เป็นเงิน 50,000 บาท นางจินตนาสั่งให้พนักงานขายไปรับหนังสือสั่งซื้อจากสำนักงานจำเลยที่ 1 และนำปากกาตามที่สั่งซื้อรวม 3 ครั้งไปส่งมอบแก่จำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 ชำระราคาปากกาที่สั่งซื้อด้วยเช็ค ซึ่งกรอกข้อความและลงลายมือชื่อนางสาวจันทรา

บุญโต ผู้สั่งจ่ายปลอม ความจริงเช็คฉบับดังกล่าวเป็นเช็คที่นางสาวจันทรา บุญโต เจ้าของเช็คแจ้งว่าสูญหายและอายัดไว้ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ภายหลังที่นางจินตนาได้รับชำระราคาปากกาตามเช็คเอกสารหมาย จ.7 แล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2521 นางจินตนาและนายฉัตรชัยพนักงานขายได้พากันไปทวงถามจำเลยที่ 1 ให้เปลี่ยนเช็คฉบับใหม่หรือชำระราคาปากกาเป็นเงินสด จำเลยที่ 2 อ้างว่าเช็คตามเอกสารหมาย จ.7 ใช้ได้ และผัดผ่อนรอรวบรวมเงินก่อน และเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2521 นางจินตนาได้ไปขอปากกาที่จำเลยที่ 2 สั่งซื้อคืน จำเลยที่ 2 อ้างว่าแจกแก่ผู้ซื้อบัตรไปหมดแล้วก่อนถึงวันงาน นางจินตนาเป็นผู้ชี้จำเลยที่ 2 ให้ตำรวจจับกุม

ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้นำตำรวจไปค้นได้กล่องปากกาป๊ากเกอร์จำนวน 105 กล่องจากสำนักงานของจำเลยที่ 1 อีกด้วย จำเลยที่ 2 มิได้โต้แย้งพยาน หลักฐานที่โจทก์นำสืบแต่อย่างใด พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2ที่แสดงออกดังกล่าวเป็นการยอมรับว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้สั่งซื้อปากกาและยังมิได้ชำระราคา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการของจำเลยที่ 1 สั่งซื้อปากกาป๊ากเกอร์จากนางจินตนารวม 3 ครั้ง (คือเมื่อวันที่10, 15 และ 30 สิงหาคม 2521) นางจินตนาสั่งให้พนักงานขายไปรับหนังสือสั่งซื้อจากสำนักงานจำเลยที่ 2 และนำปากกาตามที่สั่งซื้อรวม 3 ครั้ง ไปมอบแก่จำเลยที่ 2 แล้ว (คือเมื่อวันที่ 11, 16 และ 30 สิงหาคม 2521) แม้ว่าจำเลยที่ 2 จะได้ออกเช็คจำนวน 50,000 บาท ตามเอกสารหมาย

จ.7 รวมชำระให้นางจินตนาไปครั้งเดียวเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2521 โดยลงวันที่สั่งจ่ายล่วงหน้าเป็นวันที่ 30 กันยายน 2521 ก็ตาม การกระทำของจำเลยที่ 2 แต่ละครั้งก็เป็นความผิดสำเร็จเมื่อพนักงานขายนำปากกาตามที่จำเลยที่ 2 สั่งซื้อแต่ละครั้งไปมอบให้จำเลยที่ 2 แล้ว การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ชลูตม์ สวัสดิทัต · บรรเทอง ภู่กฤษณา · สุรัช รัตนอุดม
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 496/2563

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นตัวแทนของบริษัท ศ. หลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกค้าและทำสัญญาประกันชีวิตไว้กับบริษัท ศ. ว่าบริษัท ศ. มีนโยบายสมนาคุณให้แก่ลูกค้าพิเศษ มีโครงการรับฝากเงินแบบออมทรัพย์พิเศษจากลูกค้า…

Supreme Court Judgment No. 4279/2539

บริษัทมีเจตนาเพียงจะเรียกเก็บเงินประกันการทำงานจากประชาชนผู้มาสมัครงาน โดยมีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตัวกรรมการของบริษัทเอง หรือเพื่อบริษัทอันเป็นการกระทำโดยทุจริตโดยประกา…

Supreme Court Judgment No. 4914/2533

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2521 มีกำหนด 1 เดือน และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 รวม 5 กระทงจำคุกกระทงละ 2 ปี ความผ…

Supreme Court Judgment No. 886/2532

คดีที่ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 แม้จำเลยจะฎีกาอ้างอิงข้อกฎหมายมาประกอบ แต่ก็เป็นข้อกฎหมายที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยในปัญหาที่ว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกระทำ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 26713)

นับตั้งแต่วันที่ประกาศกระทรวงการคลัง ฉบับลงวันที่ 19 กันยายน2519 เรื่อง กำหนดกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5(7) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 และประกาศกระทรวงการคลังฉบับลงวันที่ 19 กันยายน 2519เรื่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up