Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2141/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามสัญญาค้ำประกันมีใจความว่าข้าพเจ้า(จำเลย)ขอทำสัญญาค้ำประกันว. ไว้ต่อบริษัทน. มีข้อความดังต่อไปนี้ข้อ5"ในกรณีที่ลูกจ้างได้รับคำสั่งให้โยกย้ายไปปฏิบัติงานในบริษัทอื่นซึ่งต่างนิติบุคคลกับบริษัทน. แต่เป็นบริษัทในเครือของกลุ่มที.ซี.ซี.ไม่ว่าจะตั้งสำนักงานอยู่ณที่ใดก็ตามสัญญาค้ำประกันฉบับนี้ย่อมมีผลใช้บังคับตลอดระยะเวลาที่ลูกจ้างยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นลูกจ้างของบริษัทในเครือของบริษัทกลุ่มที.ซี.ซี."หมายความว่าจำเลยยอมผูกพันตนชำระหนี้ค่าเสียหายไม่ว่ากรณีใดๆอันเกิดจากการกระทำของว.ในขณะปฏิบัติงานเป็นลูกจ้างของบริษัทน. หรือบริษัทในกลุ่มที.ซี.ซี. เมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่าขณะที่ว. ไปก่อให้เกิดความเสียหายนั้นว.ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นพนักงานในบริษัทน.แต่ไปทำหน้าที่ในเครือบริษัทกลุ่มที.ซี.ซี.และโจทก์เป็นบริษัทในเครือกลุ่มที.ซี.ซี.ดังนั้นเมื่อว.ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามข้อกำหนดในสัญญานี้ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2533 จำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันกับโจทก์โดยยินยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมในความเสียหายไม่ว่ากรณีใดก็ตามอันเกิดจากการกระทำของนางสาววาสนา บุญสร้าง ในขณะปฏิบัติงานเป็นลูกจ้างโจทก์โดยยินยอมชดใช้เสียหายภายในวงเงิน 300,000 บาท ต่อมานางสาววาสนา ได้เปลี่ยนชื่อเป็นปฐมภรณ์ เมื่อระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2536 ถึงวันที่ 19 มีนาคม 2536 ขณะที่นางสาววาสนาหรือปฐมภรณ์ ปฏิบัติงานเป็นลูกจ้างโจทก์ตำแหน่งพนักงานการเงิน นางสาววาสนาหรือปฐมภรณ์ได้เบียดบังยักยอกเงินที่ได้จากการจำหน่ายสุราไม่นำส่งให้โจทก์และละเมิดรวมเป็นเงิน 321,628 บาท อันเป็นการกระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานและละเมิด ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 310,051 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี

จากต้นเงิน 300,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า ไม่เคยทำสัญญาค้ำประกันไว้กับโจทก์สัญญาค้ำประกันตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 เป็นสัญญาที่จำเลยทำไว้กับบริษัทอื่นไม่ใช่โจทก์ นางสาววาสนาหรือปฐมภรณ์ไม่เคยยักยอกเงินของโจทก์ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 300,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 23 เมษายน 2536จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยก ฟ้องโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของนางสาววาสนาหรือปฐมภรณ์ บุญสร้างยอมรับผิดภายในวงเงิน 300,000 บาท ตามสัญญาค้ำประกันเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาค้ำประกันเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 หรือไม่ ซึ่งตามสัญญามีใจความว่า ข้าพเจ้า (จำเลย)ขอทำสัญญาค้ำประกันนางสาววาสนา บุญสร้าง ไว้ต่อบริษัทนิมิตฉะเชิงเทราจำกัด มีข้อความดังต่อไปนี้ ข้อ 5"ในกรณีที่ลูกจ้างได้รับคำสั่งให้โยกย้ายไปปฏิบัติงานในบริษัทอื่นซึ่งต่างนิติบุคคลกับบริษัทนิมิตฉะเชิงเทรา จำกัด แต่เป็นบริษัทในเครือของกลุ่ม ที.ซี.ซี. ไม่ว่าจะตั้งสำนักงานอยู่ ณ ที่ใดก็ตามสัญญาค้ำประกันฉบับนี้ย่อมมีผลใช้บังคับตลอดระยะเวลาที่ลูกจ้างยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นลูกจ้างของบริษัทในเครือของบริษัทกลุ่ม ที.ซี.ซี." หมายความว่าจำเลยยอมผูกพันตนชำระหนี้ค่าเสียหายไม่ว่ากรณีใด

ๆ อันเกิดจากการกระทำของนางสาววาสนา ในขณะปฏิบัติงานเป็นลูกจ้างของบริษัทนิมิตฉะเชิงเทรา จำกัด หรือบริษัทในกลุ่ม ที.ซี.ซี.เมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่า ขณะที่นางสาววาสนาไปก่อให้เกิดความเสียหายนั้นนางสาววาสนาไม่ได้ทำหน้าที่เป็นพนักงานในบริษัทนิมิตฉะเชิงเทรา จำกัด แต่ไปทำหน้าที่ในเครือบริษัทกลุ่มที.ซี.ซี.และโจทก์เป็นบริษัทในเครือกลุ่ม ที.ซี.ซี. ดังนั้นเมื่อนางสาววาสนาก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามข้อกำหนดในสัญญานี้ได้เมื่อโจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ บังคับคดี ไป ตาม คำพิพากษา ศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
เหล็ก ไทรวิจิตร · นาม ยิ้มแย้ม · จรัญ หัตถกรรม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 128/2566

การทำสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ในศาลภายหลังจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองแล้วเกิดขึ้นในศาลขณะที่คดีอยู่ระหว่างพิจารณา ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นกรณีที่คู่ความเฉพาะโจทก์กับจำเลยที่ 1 แสดงเจตนา…

Supreme Court Judgment No. 751/2566

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่า การกู้ยืมย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ยืมตาม ป.พ.พ. มาตรา 650 วรรคสอง โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบตามข้ออ้าง เมื่อโจทก์ไม่มีหลักฐานมาแสดงว่ามีการส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าวจ…

Supreme Court Judgment No. 4308/2565

หนังสือรับรองการชำระหนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 มีข้อความและเจตนาเข้าทำสัญญาอันมีลักษณะเป็นสัญญาค้ำประกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 680 วรรคหนึ่ง แต่สัญญาค้ำประกันดังกล่าวได้ทำขึ้นภายหลัง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม…

Supreme Court Judgment No. 3583/2562

ตามหนังสือค้ำประกันมีข้อตกลงว่าโจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกันยอมผูกพันตนโดยไม่มีเงื่อนไขที่จะค้ำประกันชนิดเพิกถอนไม่ได้เช่นเดียวกับลูกหนี้ชั้นต้นในการชำระเงินตามสิทธิเรียกร้องของผู้ว่าจ้างจำนวนไม่เกิน 179,44…

Supreme Court Judgment No. 4479/2561

สัญญาค้ำประกันการประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย ซึ่งระบุว่า "...หาก ร. ผู้ต้องหา/จำเลย ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อหลักทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน หรือก่อให้นายประกันต้องถูกสั่งปรับในฐานะนายประกัน หรือการกระท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up