Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2132/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์เป็นหัวหน้าคนงานมีหน้าที่รับผิดชอบในการลาของลูกจ้างและทำบันทึกรายงานสถิติการมาทำงานของลูกจ้าง โจทก์ต้องปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยและรายงานการมาทำงานของลูกจ้างต่อจำเลยตามความเป็นจริง โจทก์ปลอมใบลาอันเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งสำหรับใช้คำนวณค่าจ้างจำเลยได้จ่ายค่าจ้างและเบี้ยขยันให้แก่ว. โดยเชื่อตามพยานหลักฐานปลอมที่โจทก์ทำขึ้น โจทก์มีความผิดฐานปลอมเอกสาร ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างและฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของนายจ้างอันเป็นกรณีที่ร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(1)(3) ดังนี้จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและไม่บอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าตามกฎหมาย และยังค้างค่าจ้างโจทก์1,436.50 บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 1,989 บาท ค่าชดเชยเป็นเงิน 19,890 บาท และค่าจ้างค้างจ่าย 1,436.50 บาท แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ต่อมานายวันชัย ยิ้มพลายขาดงานโจทก์ปลอมใบแทนงานให้นายวันชัย และมิได้เสนอใบแทนงานต่อหัวหน้าผลัดตามคำสั่งจำเลย หลังจากนั้นนายวันชัยขาดงานอีกแต่โจทก์ปลอมใบลาของนายวันชัยเป็นลาพักผ่อนประจำปีครึ่งวันเป็นเหตุให้จำเลยต้องจ่ายค่าจ้างแก่นายวันชัย 101.50 บาทและทำให้นายวันชัยมีสิทธิได้เบี้ยขยัน 205.75 บาท อันเป็นการกระทำผิดอาญาโดยเจตนาต่อนายจ้าง ทำให้จำเลยเสียหาย จำเลยค้างค่าจ้างโจทก์ 1,436.50 บาท จึงขอหักเงินที่จ่ายให้นายวันชัยเกินไปกับค่าจ้างโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีเจตนาทุจริตไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสารหรือทุจริตต่อหน้าที่ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าจ้างค้างชำระ พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินจำนวน 23,008.25 บาท แก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า '...ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยและเป็นหัวหน้าคนงานซึ่งมีหน้าที่ควบคุมดูแลลูกจ้างของจำเลย รับผิดชอบในการลาของลูกจ้าง และทำบันทึกรายงานสถิติการมาทำงานหรือไม่มาทำงานของลูกจ้างเพื่อใช้คำนวณค่าจ้าง เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2530 นายวันชัยยิ้มพลาย ซึ่งเป็นลูกจ้างรายวันของจำเลยและเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของโจทก์ ไม่ได้ไปทำงานตามปกติโดยมิได้ลาตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย ทำให้ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง แต่โจทก์ได้ปลอมใบลาของนายวันชัยโดยปลอมลายมือชื่อนายวันชัยลงในใบลาเพื่อแสดงว่านายวันชัยได้ลาถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย ซึ่งทำให้มีสิทธิได้รับค่าจ้างและเป็นหลักฐานในการคิดคำนวณค่าจ้าง

จากนั้นโจทก์ลงรายละเอียดในบันทึกรายงานสถิติการมาทำงานของนายวันชัยว่า นายวันชัยได้ลาพักร้อนครึ่งวัน จากการกระทำดังกล่าวของโจทก์เป็นเหตุให้จำเลยหลงเชื่อและได้จ่ายค่าจ้างประจำวันและเบี้ยขยันให้แก่นายวันชัย ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยแต่งตั้งให้โจทก์เป็นหัวหน้าคนงานซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการลาของลูกจ้างและทำบันทึกรายงานสถิติการมาทำงานของลูกจ้างเพื่อคำนวณค่าจ้างนั้น จำเลยประสงค์จะให้โจทก์ควบคุมดูแลการมาทำงานของลูกจ้างแทนจำเลย ทั้งนี้เพื่อบังคับมิให้ลูกจ้างโกงค่าแรงหรือค่าจ้างจากจำเลย ดังนั้นโจทก์จึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยและรายงานการมาทำงานของลูกจ้างต่อจำเลยตามความเป็นจริงเพื่อรักษาประโยชน์ของจำเลย

การที่นายวันชัยลูกจ้างรายวันของจำเลยไม่ไปทำงานตามปกติในวันที่ 22 กันยายน 2530 โดยมิได้ลาตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยซึ่งทำให้ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง แทนที่โจทก์จะรายงานต่อจำเลยตามความเป็นจริง โจทก์กลับปลอมใบลาของนายวันชัย โดยปลอมลายมือชื่อของนายวันชัยลงในใบลาเพื่อเป็นหลักฐานว่านายวันชัยได้ลาถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย และมีสิทธิได้รับค่าจ้าง เมื่อใบลาเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งสำหรับใช้คำนวณค่าจ้างและจำเลยได้จ่ายค่าจ้างและเบี้ยขยันให้แก่นายวันชัยโดยเชื่อตามพยานหลักฐานปลอมซึ่งโจทก์กระทำขึ้น โจทก์ย่อมมีความผิดฐานปลอมเอกสาร ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างและฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยเป็นกรณีที่ร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(1) (3) จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น'

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างชำระเป็นเงิน1,436.50 บาท หักเงินที่โจทก์ต้องชดใช้ค่าจ้างและเบี้ยขยันซึ่งนายวันชัยรับไปจากจำเลยออกเป็นเงิน 307.25 บาท คงเหลือเป็นเงิน 1,129.25 บาท แก่โจทก์.

Matter details

Panel of judges
สุพจน์ นาถะพินธุ · จุนท์ จันทรวงศ์ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7189/2562

ในการทำงานโจทก์กับจำเลยมีข้อตกลงต่อการรักษาความลับและพันธกรณีอื่น ๆ โดยโจทก์ยินยอมที่ป้องกันรักษาความลับของข้อมูลและสารสนเทศของจำเลย อันแสดงให้เห็นว่า จำเลย ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและเก็บรักษาข้อมูล…

Supreme Court Judgment No. 7136/2561

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน กรณีจำเลยที่ 1 มีคำสั่งยกคำร้องที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 2 เลิกจ้าง และให้จำเลยที่ 2 จ่ายส…

Supreme Court Judgment No. 6609/2561

การที่โจทก์ให้ ณ. เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารจำเลย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค และเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคาร ท. สาขาหนึ่งพัน โดยโจทก์ออกค่าใช้จ่ายให้จากนั้นให้ ณ. สั่งจ่ายเช็คธนาคาร ท. จำนวน…

Supreme Court Judgment No. 4110/2561

โจทก์เป็นผู้จัดการแผนกคลังสินค้ามีหน้าที่จัดทำเอกสารใบควบคุมการส่งสินค้าเพื่อจ่ายสินค้า ออกจากคลังสินค้าและจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ก่อนนำสินค้าขึ้นรถขนส่งจะต้องมีการตรวจสอบรายการสินค้าให้ครบถ้…

Supreme Court Judgment No. 1856/2561

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเกินไปกว่าพยานหลักฐาน เนื่องจากตามหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่โจทก์ เอกสารหมาย ล.46 ประกอบกับที่ อ. พยานจำเลยเบิกความตอบทนายโจทก์โดยศาลอนุญาตว่าบริษัท ว. เป็…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up