Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2127/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้เสียหายเป็นผู้ก่อเหตุร้ายขึ้นโดย ตบ หน้าจำเลยก่อน จำเลยไม่ได้สมัครใจต่อสู้ วิวาททำร้ายร่างกายกับผู้เสียหายด้วย การที่จำเลยเข้ากอดปล้ำตบ ตี ผู้เสียหายเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้ รับบาดเจ็บนั้น ย่อมถือ ได้ ว่าการกระทำของจำเลยพอสมควรแก่เหตุเป็นการป้องกันโดย ชอบด้วย กฎหมายตาม ป.อ. มาตรา 68.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295, 372, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 372, 391, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4ความผิดตามมาตรา 372 ปรับ 500 บาท ความผิดตามมาตรา 391 จำคุก1 เดือน ปรับ 1,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 1 เดือน ปรับ1,500 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน และผู้เสียหายมีส่วนก่อเหตุคดีนี้ด้วย เห็นสมควรรอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด2 ปี หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ในชั้นนี้เพียงว่า จำเลยใช้กำลังทำร้ายนางเจริญศรีหรือเล็ก วรรณะผู้เสียหาย โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 หรือไม่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่า ผู้เสียหายตบหน้าจำเลยก่อนหลายครั้งใช้มือกระชากสร้อยคอทองคำของจำเลยขาดตกลงที่พื้นดิน แล้วเข้ามากระชากเสื้อและตบตีจำเลยอีก จำเลยสู้ไม่ได้จึงเข้ากอดปล้ำผู้เสียหายจำเลยกับผู้เสียหายล้มลงด้วยกันการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันเห็นว่า ผู้เสียหายเบิกความตอนหนึ่งว่า จำเลยพูดโต้ตอบคำของผู้เสียหายที่สอบถามจำเลยว่าทำไมไปพูดว่าผู้เสียหายได้เสียกับคนนั้น คนนี้ โดยจำเลยพูดสวนว่า

ก็มันจริงไหม และจำเลยให้ผู้เสียหายไปหาพยานมายืนยันว่าจำเลยเป็นคนพูดดังกล่าว อันจะฟังว่าจำเลยท้าทายชวนผู้เสียหายให้ทะเลาะวิวาทดังที่โจทก์ฎีกานั้นปรากฏว่าขณะเกิดเหตุนายสมัคร ตะติยะ และเด็กหญิงละเอียด อินโตพยานโจทก์เห็นเหตุการณ์ใกล้ชิด แต่พยานดังกล่าวก็หาได้ยินจำเลยพูดโต้ตอบผู้เสียหายด้วยคำพูดดังกล่าวแต่อย่างใดไม่ โดยนายสมัครและเด็กหญิงละเอียดเบิกความเจือสมคำพยานจำเลยว่า ขณะเกิดเหตุนายสมัครซ่อมรถจักรยานยนต์อยู่หน้าบ้านนางบุญมา ตะติยะ จำเลยขี่รถจักรยานยนต์สองล้อมาที่บ้านนางบุญมา ผู้เสียหายเข้าไปสอบถามจำเลย หาว่าจำเลยนินทาผู้เสียหาย จำเลยตอบว่า ไม่ได้พูด แล้วผู้เสียหายตบหน้าจำเลย หลังจากนั้นจำเลยกับผู้เสียหายกอดปล้ำกันเป็นเวลาไม่ถึง 5 นาที จึงได้เลิก

เด็กหญิงละเอียดก็เบิกความในทำนองเดียวกันว่า จำเลยไม่ได้พูดโต้ตอบคำพูดของผู้เสียหายผู้เสียหายตบหน้าจำเลยก่อน จำเลยไม่ได้ต่อสู้ ฉะนั้น เมื่อผู้เสียหายและพยานโจทก์ดังกล่าวเบิกความแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญเช่นนี้ คำเบิกความของผู้เสียหายจึงมีน้ำหนักน้อย หลังเกิดเหตุจำเลยได้ไปแจ้งความต่อร้อยตำรวจเอกทิพย์ คงเผ่าพงษ์พนักงานสอบสวนทันทีว่า ถูกผู้เสียหายทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บจำเลยมีนายวิเชียร แซ่ตัน และนางรัตนา นุตตะโยธิน เป็นพยานเบิกความสนับสนุนว่า ผู้เสียหาย ตบหน้าจำเลยก่อนหลายครั้งแล้วกระชากสร้อยคอทองคำของจำเลยขาดตกลงที่พื้นดิน จำเลยก้มลงจะเก็บสร้อยคอ ผู้เสียหายเข้ามาตบตีจำเลยซ้ำอีก จำเลยสู้ไม่ได้จึงเข้ากอดปล้ำผู้เสียหาย แล้วจำเลยกับผู้เสียหายล้มลงไปที่พื้นดินด้วยกัน

พยานจำเลยดังกล่าวไม่ได้เป็นญาติเกี่ยวข้องกับจำเลยไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้เสียหายไม่มีเหตุระแวงว่าจะเบิกความช่วยเหลือจำเลย เชื่อว่าพยานเบิกความไปตามความจริงที่รู้เห็นศาลฎีกาเห็นว่า ผู้เสียหายเป็นผู้ก่อเหตุร้ายขึ้นโดยตบหน้าจำเลยก่อน จำเลยไม่ได้สมัครใจต่อสู้วิวาททำร้ายร่างกายกับผู้เสียหายด้วยการที่จำเลยเข้ากอดปล้ำตบตีผู้เสียหาย อันเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บนั้น ย่อมถือได้ว่าการกระทำของจำเลยพอสมควรแก่เหตุ เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 จำเลยไม่มีความผิด..."

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 189/2567

จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของร้านที่เกิดเหตุย่อมมีความชอบธรรมที่จะไล่กลุ่มผู้เสียหายซึ่งเป็นชายฉกรรจ์และมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการวิวาทกันให้ออกไปจากที่เกิดเหตุได้ เมื่อจำเลยที่ 1 ถือปืนบีบีกันเดินมาหน้าร้า…

Supreme Court Judgment No. 6936/2562

แม้ก่อนเกิดเหตุผู้ตายทำร้ายจำเลยฝ่ายเดียว ด้วยการชกต่อยและบีบคอจำเลย อันถือว่าภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้เกิดขึ้นแล้วก็ตาม แต่หลังจากเด็กชาย ช. วิ่งออกจากบ้านเข้ามาดึงแยกจำเล…

Supreme Court Judgment No. 1597/2562

การกระทำซึ่งจะเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตาม ป.อ. มาตรา 68 ต้องเป็นการกระทำโดยเจตนา จำเลยเอาอาวุธปืนออกมาขู่ผู้ตายและทำปืนลั่นโดยประมาทถูกผู้ตายถึงแก่ความตายไม่ใช่การกระทำโดยเจตนา การกระทำของจำเลยจ…

Supreme Court Judgment No. 8063/2560

การที่จำเลยมาหาผู้ตายที่บ้าน พ. เชื่อว่าเพื่อมาพูดคุยเรื่องที่ผู้ตายโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กตำหนิจำเลย มิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยอ้างว่า เหตุที่มาหาผู้ตายที่บ้าน พ. เพราะถูกผู้ตายถีบรถจักรยานยนต์ของจำเลย เพ…

Supreme Court Judgment No. 5486/2560

จำเลยเห็นผู้ตายขณะมีเพศสัมพันธ์กับภริยาจำเลย จึงเข้าไปชกต่อยต่อสู้กับผู้ตาย เมื่อจำเลยเพลี่ยงพล้ำ ภริยาจำเลยและผู้ตายรีบสวมใส่กางเกง แล้วภริยาจำเลยไปติดเครื่องรถจักรยานยนต์และเรียกผู้ตายขึ้นรถ ผู้ตายก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up