Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2123/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำบอกยืนยันตัวคนร้ายต่อพยานทั้งสองโดยมิได้ลังเลใจ แสดงว่าผู้ตายจำหน้าคนร้ายได้แน่นอนว่าเป็นจำเลยจริง คำบอกเล่าในลักษณะเช่นนี้ย่อมรับฟังได้ในฐานะที่เป็นคำกล่าว ในเวลาใกล้ชิดกับเหตุ โดยไม่มีโอกาสที่ผู้บอกเล่าจะคิด ใส่ความปรักปรำได้ทัน ย่อมเป็นพฤติการณ์รับฟังประกอบพยาน หลักฐานอื่นได้ จำเลยเป็นฝ่ายได้รับอันตรายแก่กาย ส่วนผู้ตายไม่ได้รับอันตราย จึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะต้องหวาดกลัวว่าผู้ตายและญาติผู้ตายจะมาทำร้ายจำเลยอีกพฤติการณ์ของจำเลย ที่หลบหนีโดยไม่ยอมกลับไปทำงานน่าจะเป็นเพราะจำเลยตี ทำร้ายร่างกายผู้ตายในคืนเกิดเหตุ โดยกลัวว่าจะถูกเจ้าพนักงาน ตำรวจจับได้มากกว่า ประกอบกับในชั้นจับกุมจำเลยก็ให้การ รับสารภาพว่าเป็นผู้ทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตายโดยมี สาเหตุเกิดจากการทะเลาะวิวาทและยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกัน กับชื่อซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดตามระบุไว้ในหมายจับจริงจึงเป็นพยานหลักฐานยันจำเลยในชั้นพิจาร

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คำบอกยืนยันตัวคนร้ายต่อพยานทั้งสองโดยมิได้ลังเลใจ แสดงว่าผู้ตายจำหน้าคนร้ายได้แน่นอนว่าเป็นจำเลยจริง คำบอกเล่าในลักษณะเช่นนี้ย่อมรับฟังได้ในฐานะที่เป็นคำกล่าว ในเวลาใกล้ชิดกับเหตุ โดยไม่มีโอกาสที่ผู้บอกเล่าจะคิด ใส่ความปรักปรำได้ทัน ย่อมเป็นพฤติการณ์รับฟังประกอบพยาน หลักฐานอื่นได้ จำเลยเป็นฝ่ายได้รับอันตรายแก่กาย ส่วนผู้ตายไม่ได้รับอันตราย จึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะต้องหวาดกลัวว่าผู้ตายและญาติผู้ตายจะมาทำร้ายจำเลยอีกพฤติการณ์ของจำเลย ที่หลบหนีโดยไม่ยอมกลับไปทำงานน่าจะเป็นเพราะจำเลยตี ทำร้ายร่างกายผู้ตายในคืนเกิดเหตุ โดยกลัวว่าจะถูกเจ้าพนักงาน ตำรวจจับได้มากกว่า ประกอบกับในชั้นจับกุมจำเลยก็ให้การ รับสารภาพว่าเป็นผู้ทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตายโดยมี

สาเหตุเกิดจากการทะเลาะวิวาทและยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกัน กับชื่อซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดตามระบุไว้ในหมายจับจริงจึงเป็นพยานหลักฐานยันจำเลยในชั้นพิจารณาได้ แม้จำเลยจะถูกจับ ภายหลังเกิดเหตุเกือบ 10 ปี แต่พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบ ประกอบพฤติเหตุแวดล้อมกรณี ฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลย เป็นคนร้ายรายนี้ ข้อนำสืบปฏิเสธของจำเลยไม่มีน้ำหนัก หักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ จำเลยจึงมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้ของแข็งตีทำร้ายนายนิวัฒน์หรือต้อยหรือนิวัตร นะยะพันธ์หลายครั้งถูกบริเวณใบหน้า ศีรษะและร่างกายโดยมีเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้นายนิวัฒน์หรือต้อยหรือนิวัตร ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ให้จำคุก 18 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 12 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง มีคนร้ายใช้ของแข็งตีทำร้ายนายนิวัฒน์หรือต้อยหรือนิวัตร นะยะพันธ์ผู้ตาย หลายครั้ง ถูกที่บริเวณใบหน้า ศีรษะและร่างกายโดยมีเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย บาดแผลปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพและรายงานการตรวจศพท้ายฟ้องเอกสารหมาย จ.8 และ จ.9

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยเป็นคนร้ายรายนี้หรือไม่ ในการพิสูจน์ความผิดของจำเลยดังกล่าว แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นในขณะที่ผู้ตายถูกทำร้ายก็ตาม แต่โจทก์มีนายอนุ สังฆจันทร์ และนายมานิต ผาเพชร เบิกความสอดคล้องต้องกันว่า คืนเกิดเหตุ พยานทั้งสองทำงานล่วงเวลาจนถึง 20 นาฬิกา จึงเดินกลับที่พักซึ่งอยู่ด้านหลังโรงงานต่อมาเวลาประมาณ 21 นาฬิกา มีคนงานวิ่งมาบอกพยานทั้งสองว่าผู้ตายถูกจำเลยใช้ท่อเหล็กตีทำร้ายพยานทั้งสองจึงวิ่งไปดูผู้ตายที่ห้องพักพบผู้ตาย ผู้ตายบอกพยานทั้งสองว่าถูกจำเลยใช้ท่อเหล็กตีทำร้ายที่บริเวณกลางซอยพยานทั้งสองจึงนำผู้ตายส่งโรงพยาบาลศิริราช หลังจากนั้น พยานทั้งสองไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม

ต่อมาวันที่ 14 เดือนเดียวกันผู้ตายถึงแก่ความตายเห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะไม่ได้ความชัดเจนว่าในขณะที่ผู้ตายบอกพยานทั้งสอง ผู้ตายรู้ตัวว่าใกล้จะตายก็ตามแต่ก็ไม่ปรากฏว่าในขณะนั้นผู้ตายมีสติฟั่นเฟือนเพราะความเจ็บปวดหรือเพียงแต่บอกตัวคนร้ายโดยการคาดคะเน หากแต่เป็นคำบอกยืนยันตัวคนร้ายต่อพยานทั้งสองโดยมิได้ลังเลใจ แสดงว่าผู้ตายจำคนร้ายได้แน่นอนว่าเป็นจำเลยจริง คำบอกเล่าในลักษณะนี้ย่อมรับฟังได้ในฐานะที่เป็นคำกล่าวในเวลาใกล้ชิดกับเหตุโดยไม่มีโอกาสที่ผู้บอกเล่าจะคิดใส่ความปรักปรำได้ทันย่อมเป็นพฤติการณ์รับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นได้ และโจทก์มีพันตำรวจโทสมศักดิ์ จีบภิญโญ เบิกความสนับสนุนว่าภายหลังได้รับแจ้งความ

พยานไปที่โรงพยาบาลศิริราชเพื่อสอบปากคำผู้ตาย แต่ไม่สามารถสอบปากคำได้ เนื่องจากแพทย์กำลังผ่าตัดบาดแผลผู้ตาย แต่จากการสอบสวน นายอนุให้การว่าผู้ตายบอกนายอนุว่าจำเลยเป็นคนทำร้ายผู้ตาย แม้จะได้ความจากนายอนุว่าผู้ตายเป็นน้องเขยนายอนุและได้ความจากนายมานิตว่านายมานิตเกี่ยวพันเป็นญาติภริยาผู้ตาย แต่คำเบิกความของพยานทั้งสองมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าเป็นความจริงที่เกิดขึ้นไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะเบิกความช่วยเหลือผู้ตายเพื่อปรักปรำจำเลย เพราะข้อเท็จจริงได้ความจากพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไปว่า ก่อนเกิดเหตุในวันนั้นเวลาประมาณ 12 นาฬิกาผู้ตายกับจำเลยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ผู้ตายใช้ท่อเหล็กตีทำร้ายจำเลยจนได้รับอันตรายแก่กาย จึงอาจเป็นเหตุให้จำเลยโกรธแค้นผู้ตาย และทำร้ายผู้ตายในคืนเกิดเหตุ

นอกจากนี้ยังได้ความจากพันตำรวจโทวิชัย พิบูลย์สมบัติ พยานโจทก์ตอบคำถามค้านว่า หลังเกิดเหตุ 2 ถึง 3 วัน พยานไปถามหาจำเลย ณ ที่ทำงานของจำเลย ปรากฏว่าจำเลยได้หลบหนีไปแล้ว ต่อมาจึงได้ออกหมายจับจำเลย ที่จำเลยนำสืบว่า หลังจากจำเลยกับผู้ตายมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันในวันนั้น จำเลยถูกผู้ตายตีทำร้ายจนได้รับอันตรายแก่กาย จำเลยไปรักษาบาดแผลและเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมที่จังหวัดปราจีนบุรีโดยไม่กลับไปทำงานที่เดิมอีก เนื่องจากกลัวผู้ตายและญาติผู้ตายทำร้ายจำเลยนั้นไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ เพราะผลการทะเลาะวิวาทกับผู้ตายในวันนั้น จำเลยเป็นฝ่ายได้รับอันตรายแก่กายโดยมีบาดแผลที่ศีรษะตามภาพถ่ายหมาย จ.4 ส่วนผู้ตายไม่ได้รับอันตรายแก่กาย จึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะต้องหวาดกลัวว่าผู้ตายและญาติผู้ตายจะทำร้ายจำเลยอีก

พฤติการณ์ของจำเลยที่หลบหนีโดยไม่ยอมกลับไปทำงานที่เดิมน่าจะเป็นเพราะจำเลยตีทำร้ายผู้ตายในคืนเกิดเหตุโดยกลัวว่าจะถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับได้มากกว่า ในชั้นจับกุมจำเลยก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตายโดยมีสาเหตุเกิดจากการทะเลาะวิวาทและยอมรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับชื่อซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดตามที่ระบุไว้ในหมายจับ ตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.11 ที่จำเลยอ้างว่าในชั้นจับกุมจำเลยไม่ได้ให้การรับสารภาพ จำเลยเพียงแต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับชื่อซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดตามที่ระบุไว้ในหมายจับนั้นโจทก์มีร้อยตำรวจเอกชูเกียรติ ภูกาบพลอยผู้จับจำเลย เบิกความประกอบคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมตามบันทึกการจับกุมดังกล่าว ข้อกล่าวอ้างลอย

ๆ ของจำเลยไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ เชื่อว่าจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมโดยสมัครใจตามความสัตย์จริง จึงใช้เป็นพยานหลักฐานยันจำเลยในชั้นพิจารณาได้ คดีนี้แม้จำเลยจะถูกจับภายหลังเกิดเหตุแล้วเกือบ 10 ปี แต่พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบประกอบพฤติเหตุแวดล้อมกรณี ฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ข้อนำสืบปฏิเสธของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พิชัย เตโชพิทยากูล · ทวีชัย เจริญบัณฑิต · ชวลิต ธรรมฤาชุ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2892/2555

จำเลยฎีกาว่า จำเลยกระทำไปโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงเพราะผู้ตายใช้อาวุธปืนเด็กเล่นเล็งมายังกลุ่มของจำเลยก่อน ทำให้จำเลยสำคัญผิดว่ากำลังจะถูกผู้ตายใช้อาวุธปืนยิง จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายเพื่อป้องกันตน…

Supreme Court Judgment No. 1832/2554

ผู้เสียหายและ ส. ร่วมดื่มสุราด้วยกันที่บ้านของจำเลยก่อน แล้วจึงชวนกันมาดื่มสุราต่อที่บ้าน อ. จึงเป็นไปไม่ได้ที่บุคคลทั้งสองจะจดจำจำเลยที่มีเรื่องวิวาทชกต่อยและใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหายไม่ได้ บุคคล…

Supreme Court Judgment No. 8743/2550

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80, 83 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6…

Supreme Court Judgment No. 816/2546

ในการพิจารณาคดีอาญาโจทก์มีหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อให้ศาลรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา คดีนี้แม้จะฟังได้ว่าจำเลยพาอาวุธปืนและใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงพยายามฆ่าผู้เสียหายก็ตาม แต่โ…

Supreme Court Judgment No. 985/2546

จำเลยใช้แขนล็อกคอผู้เสียหายด้านหลังแล้วลากผู้เสียหายไปที่คูน้ำข้างถนนกดตัวผู้เสียหายลงไปในน้ำจนมิดศีรษะทำให้ผู้เสียหายหมดสติ ซึ่งจากการตรวจร่างกายผู้เสียหาย ปรากฏว่าปอดอักเสบเนื่องจากสำลักน้ำ โดยแพทย์…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up