คำฟ้องและคำให้การ
ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 128135 ในฐานะเจ้าหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2551 อนุญาตตามคำขอ แต่ขณะอยู่ระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการจะขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 128135 โจทก์ได้ยื่นคำแถลงลงวันที่ 2 และวันที่ 8 ธันวาคม 2552 ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าจำเลยที่ 1 ยินยอมชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จึงขอถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 128135 โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมถอนการยึดแก่เจ้าพนักงานบังคับคดี จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 ขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการยึดที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นคดีนี้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
พิเคราะห์แล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 1 ในประเด็นว่า เมื่อโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ขอถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 128135 ของจำเลยที่ 1 แล้ว ผู้ร้องในฐานะผู้รับโอนสิทธิจำนองมาจากบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งรับโอนสิทธิดังกล่าวมาจากบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ไทยเคหะ จำกัด มีสิทธิขอให้ดำเนินการบังคับคดีต่อไปได้หรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคแปด บัญญัติว่า "ในกรณีเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ยึดสละสิทธิในการบังคับคดีหรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด ผู้ขอเฉลี่ยหรือผู้ยื่นคำร้องตามมาตรา 287 หรือตามมาตรา 289 มีสิทธิขอให้ดำเนินการบังคับคดีต่อไป"
บทบัญญัติดังกล่าวมีเจตนารมณ์มิให้เกิดปัญหาในการที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีอื่นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาคนเดียวกันในคดีที่มีการบังคับคดียึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา รวมตลอดทั้งบุคคลภายนอกผู้ทรงสิทธิตามที่มาตรา 287 และมาตรา 289 บัญญัติไว้ จะได้รับการชำระหนี้หรือการคุ้มครองสิทธิของตนล่าช้า จึงกำหนดให้มีสิทธิขอให้ดำเนินการบังคับคดีในคดีที่ได้มีการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้ก่อนแล้วต่อไปได้ แต่สำหรับคดีนี้ การที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและเป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 128135 เพื่อนำออกขายทอดตลาด ได้แถลงขอถอนการบังคับคดีโดยเหตุผลว่าจำเลยที่ 1 ยินยอมชำระหนี้ให้แก่โจทก์แล้ว
ทั้งนี้เพราะหมดสิทธิที่จะบังคับคดีเอาแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 128135 ของจำเลยที่ 1 ซึ่งตนนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ ชอบที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องถอนการยึดและรายงานต่อศาล จึงมิใช่เป็นกรณีที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ยึดสละสิทธิหรือเพิกเฉยในการบังคับคดี อันจะเป็นเหตุให้ผู้ร้องซึ่งใช้สิทธิขอรับชำระหนี้จำนองก่อนตามมาตรา 289 จะขอให้ดำเนินการบังคับคดีต่อไปได้ตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 290 วรรคแปด และชอบที่ผู้ร้องจะต้องดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ตามสิทธิของตนเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยต้องกันมาให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย และคดีไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 1 อีกต่อไป เพราะไม่มีเหตุให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น
Result
พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอรับชำระหนี้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 128135 ตำบลสามเสนนอก (สามเสนนอกฝั่งเหนือ) อำเภอห้วยขวาง (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลเห็นสมควรให้เป็นพับ