Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 207/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำขอที่ขอให้บังคับจำเลยออกจากป่าที่จำเลยแผ้วถางครอบครองก่อนใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ ฉบับที่ 4 นั้น เป็นคำขอในทางแพ่ง โจทก์มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำขอที่เป็นทางแพ่ง ศาลจึงไม่บังคับให้คำขอที่ขอให้บังคับจำเลยออกจากป่าที่จำเลยแผ้วถางครอบครองภายหลังใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นคำขอในทางอาญา เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยแผ้วถางในที่ตอนใด จึงไม่มีทางจะบังคับให้ได้ ปัญหาที่ว่าความผิดของจำเลยเป็นความผิดต่อเนื่องกันนั้น เป็นปัญหาที่โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ามาในชั้นอุทธรณ์จะมายกขึ้นว่าในชั้นฎีกา เป็นการไม่ชอบ ศาลชั้นต้นคำนวณลดโทษไม่ถูกต้อง แม้จำเลยมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ให้ถูกต้องได้ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย.

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 54 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 72 พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 Section 11 พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 Section 16 ป.วิ.อ. Section 158 ป.วิ.อ. Section 195 ป.วิ.อ. Section 222 ป.วิ.พ. Section 172

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๙๙ ถึงวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๐๗ จำเลยเข้าไปยึดถือครอบครอง ก่นสร้างและแผ้วถางป่าอันเป็นที่ดินของรัฐ เป็นเนื้อที่ประมาณ ๓๕ ไร่ โดยไม่มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายหรือได้รับอนุญาตหรือกรระทำภายในเขตที่รัฐมนตรีประกาศขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๙,๑๐๘ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๕๔, ๗๒ ตรี พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๑,๑๖ และขอให้บังคับจำเลยออกจากป่าที่ครอบครอง ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยเข้าครอบครองแผ้วถางมา ๘-๙ ปี ไม่ได้รับอนุญาต พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๙,๑๐๘ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๕๘ (ที่ถูกเป็นมาตรา ๕๔) ,๗๒ ตรี พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๑,๑๖ ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๕๔,๗๒ ตรี พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) มาตรา ๑๑,๑๖ ปรับ ๑๐๐ บาท ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงปรับ ๗๕ บาท แต่ไม่สั่งให้จำเลยออกไปจากที่ดินตามที่โจทก์ขอ

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ขอให้สั่งให้จำเลยออกจากที่ดินที่จำเลยก่นสร้าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลชั้นต้นคำนวณให้เหลือค่าปรับ ๗๕ บาท ไม่ถูกต้อง แต่ก็อยู่ในขอบเขตที่ศาลชั้นต้นยังลดโทษให้เหลือเพียงเท่านั้นได้ ศาลชั้นต้นอาจมุ่งหมายถึงโทษปรับ ๗๕ บาทเป็นสำคัญ ทั้งจำเลยมิได้อุทธรณ์ จึงไม่แก้ในข้อนี้ ที่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยออกจากที่พิพาท

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจะทำได้ก็เฉพาะในกรณีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนซึ่งมีว่าคดีนี้จำเลยได้กระทำผิดโดยเข้าก่นสร้างแผ้วถางครอบครองป่าตามที่โจทก์ฟ้องมาก่อนใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ ฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๐๓ แม้จะฟังว่าจำเลยยังได้ก่นสร้างภายหลังที่ใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ ฉบับที่ ๔ ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยแผ้วถางในที่ตอนใด เมื่อใด ตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยดังกล่าว ฟังเป็นยุติว่า ระยะเวลาที่จำเลยเข้าแผ้วถางครอบครอง แบ่งได้เป็น ๒ ระยะ คือก่อนและหลังใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ คำขอของโจทก์ที่ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยออกจากป่าที่จำเลยแผ้วถาง จึงแบ่งได้เป็นที่ป่า ๒ ตอน ศาลฎีกา เห็นว่า คำขอที่ขอให้บังคับจำเลยออกจากป่าที่แผ้วถางก่อนใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ฉบับที่ ๔ เป็นคำขอในทางแพ่งจริงดังที่โจทก์ฎีกา แต่คำขอตอนนี้โจทก์มีคำขอมาในทำนองเป็นคำขอในทางอาญา

มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำขอที่เป็นทางแพ่ง จึงไม่บังคับให้ ส่วนคำขอที่ขอให้บังคับจำเลยออกจากป่าที่จำเลยแผ้วถางครอบครองภายหลังใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ ฉบับที่ ๔ มิใช่เป็นคำขอในทางแพ่ง แต่เป็นคำขอในทางอาญา เฉพาะกรณีนี้ตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ไม่ปรากฏว่าจำเลยแผ้วถางก่อสร้างในที่ตอนใด จึงเป็นคำขอที่ไม่มีทางที่จะบังคับให้ได้ ฎีกาของโจทก์ที่ว่า ความผิดของจำเลยเป็นความผิดต่อเนื่องกันนั้น ปัญหาข้อนี้โจทก์มิได้ยกขึ้นมาในชั้นอุทธรณ์ จะมายกขึ้นมาในชั้นฎีกาเป็นการไม่ชอบ แต่คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลย ๑๐๐ บาท ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงเหลือปรับ ๗๕ บาท ศาลชั้นต้นได้ชี้ขาดชัดแจ้งลงไปแล้วว่าลดโทษให้จำเลย ๑ ใน ๓ จึงไม่น่าจะแปลความมุ่งหมายเป็นอย่างอื่น แม้จำเลยมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัย และแก้ให้ถูกต้องเสียได้ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย

Result

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะการปรับจำเลย เมื่อลดโทษแล้วเป็นคงปรับจำเลย ๖๖ บาท ๖๖ สตางค์ นอกจากนี้แก้นี้ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
บุศย์ ขันธวิทย์ · พจน์ ปุษปาคม · เกษม ทิพยจันทร์
Lower court
ศาลชั้นต้น - นายเผอิญ สถานสถิตย์
ศาลอุทธรณ์ - นายจิตติ ติงศภัทิย์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7713/2554

ป.วิ.อ. มาตรา 158 บัญญัติว่า ฟ้องต้องทำเป็นหนังสือและมีรายการต่าง ๆ ที่จะต้องมีในคำฟ้องอีกรวม 7 อนุมาตรา แต่มิได้มีเงื่อนไขเกี่ยวกับทรัพย์ที่จะขอให้ศาลสั่งริบว่าจะต้องมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง เมื่อโจทก…

Supreme Court Judgment No. 339/2519

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยตัดฟันไม้ แผ้วถางป่า ฯลฯ แต่ทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ดังนี้ จะลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้ใช้ไม่ได้คงลงโทษได้เพียงเป็นผู้สนับสนุน เมื่อโจทก์ไม่ด้บรรยายฟ้องว่าจ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2511 (ref. 16282)

คดีที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษปรับและให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถาง. เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา.กล่าวคือ ยังคงครอบครองป่าที่ศาลสั่งให้ออกอยู่ โจทก์จึงมีคำขอต่อศาลให้บังคับคดี. ศาลย่อมมีอำนาจดำเนินกระบวนพ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2511 (ref. 39342)

คดีที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษปรับและให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถางเมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษากล่าวคือ ยังคงครอบครองป่าที่ศาลสั่งให้ออกอยู่ โจทก์จึงมีคำขอต่อศาลให้บังคับคดีศาลย่อมมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณ…

Supreme Court Judgment No. 14391/2558

พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 74 ทวิ บัญญัติว่า "บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up