คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า ได้ออกเงินรวมกับจำเลยซื้อที่นาให้จำเลยลงชื่อแทน แล้วจำเลยได้แบ่งให้โจทก์ครอบครองทำมาประมาณ ๖ ไร่ ขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ และห้ามจำเลยอย่าให้เกี่ยวข้อง
จำเลยให้การว่าจำเลยซื้อแต่ผู้เดียว การซื้อขายของโจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ เป็นโมฆะ หากฟังว่าโจทก์ออกเงินซื้อโจทก์ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เป็นโมฆียะและล่วงเลยการให้สัตยาบัน จำเลยให้โจทก์อาศัยทำกิน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยกับบริวารไม่ให้เกี่ยวข้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์ฟ้อง โจทก์ไม่ได้คัดค้านหนังสือสัญญาซื้อขายซึ่งเป็นเอกสารมหาชน แต่โจทก์ขอสืบเหตุแห่งความจริงว่าได้ร่วมทุนซื้อด้วยกัน ซึ่งโจทก์นำสืบและเรียกร้องส่วนของตนได้ และฟังว่าโจทก์ได้ออกเงินรวมซื้อที่นาและได้ครอบครองนาพิพาทตามที่จำเลยแบ่งให้โจทก์จริง โจทก์ได้สิทธิ ส่วนข้อที่ว่าเวลานั้นโจทก์ยังไม่บรรลุนิติภาวะนั้น โจทก์มิได้บอกล้างแต่กลับแสดงกิริยารับรองตลอดมา ไม่มีทางที่จะว่าสัญญานั้นได้เลิกล้างไปแล้ว
Result
พิพากษายืน.