Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2050/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ปัญหาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเนื่องจากที่ดินนั้นอยู่ในเขตโบราณสถานที่ทางราชการขึ้นทะเบียนไว้ตามพระราชบัญญัติโบราณสถานฯนั้น.เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้จำเลยไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ให้เป็นประเด็นข้อพิพาท ศาลฎีการับวินิจฉัยให้. ที่ดินบริเวณใดที่ทางราชการขึ้นทะเบียนเป็นเขตโบราณสถานแล้วไม่มีผลทำให้ที่ดินบริเวณนั้นเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินทั้งหมด. เพียงแต่เจ้าของหรือผู้ครอบครองถูกจำกัดสิทธิบางอย่างในที่ดินของตนตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติโบราณสถานฯเท่านั้น. ที่ดินนั้นจึงไม่ใช่ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินอันจะมีผลให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง. ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์ให้ ล. ครอบครองแทนจำเลยสืบสิทธิจาก ล. จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ครอบครองแทนเช่นเดียวกัน. หากจำเลยจะแย่งการครอบครองหรือเปลี่ยนแปลงลักษณะแห่งการยึดถือครอบครอง ก็ต้องบอกกล่าวให้โจทก์ทราบก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381. เมื่อจำเลยไม่ได้บอกกล่าวเปลี่ยนแปลงการยึดถือครอบครอง จึงไม่ใช่เรื่องที่ดินพิพาทถูกแย่งการครอบครองซึ่งโจทก์จะต้องฟ้องเรียกเอาคืนภายใน 1 ปี.

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 1304 ป.พ.พ. Section 1375 ป.พ.พ. Section 1381 ป.วิ.พ. Section 249 พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 Section 7 พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 Section 9 พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 Section 10 พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 Section 12

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมือเปล่า 1 แปลง โจทก์ให้นายหลีปลูกห้องแถวใช้เป็นที่อยู่อาศัยในที่ดินดังกล่าว จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากันและเข้าอยู่อาศัยในห้องแถวนั้นเพราะจำเลยที่ 2 เป็นบุตรของนายหลี ต่อมานายหลีถึงแก่ความตาย โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนห้องแถวและออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ยอมออก ขอใหับังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนห้องแถวออกไปและใช้ค่าเสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การว่า เมื่อประมาณ 30 ปีเศษมานี้ นายหลีปลูกห้องแถวลงในที่ดินพิพาทและได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวอย่างเป็นเจ้าของ ต่อมานายหลียกห้องแถวและที่ดินนั้นให้แก่จำเลยที่ 1 แล้วจำเลยทั้งสองก็ครอบครองที่ดินดังกล่าวอย่างเป็นเจ้าของ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสองรื้อห้องแถวออกไปและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในเรื่องที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเนื่องจากที่ดินนั้นอยู่ในเขตโบราณสถานที่ทางราชการได้ขึ้นทะเบียนไว้ในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ซึ่งจำเลยทั้งสองไม่ได้ยกขึ้นนต่อสู้ให้เป็นประเด็นข้อพิพาท ศาลฎีการับวินิจฉัยให้เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสองแต่เห็นว่าเมื่อทางราชการได้ขึ้นทะเบียนที่ดินบริเวณใดเป็นเขตของโบราณสถานแล้วก็ไม่มีผลทำให้ที่ดินในบริเวณนั้นเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินทั้งหมด เพียงแต่เจ้าของหรือผู้ครอบครองถูกจำกัดสิทธิบางอย่างในที่ดินของตนตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติโบราณสถาน

โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพ.ศ. 2504 เท่านั้น เช่น การปลูกสร้างอาคารจะต้องขออนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากรก่อนตามมาตรา 7 ทวิ หากอาคารที่ก่อสร้างไว้ชำรุดและจะซ่อมแซมหรือจะดัดแปลงแก้ไขก็ต้องแจ้งและขออนุญาตก่อนตามมาตรา 9 และ 10 การโอนที่ดินให้แก่บุคคลอื่นก็ยังทำได้ แต่โอนแล้วต้องแจ้งการโอนภายใน 30 วัน ตามมาตรา 12 ดังนั้น ที่ดินพิพาทจึงไม่ใช่ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินอันจะเป็นผลให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง รูปคดีเชื่อว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์และโจทก์ให้นายหลีอาศัยปลูกสร้างห้องแถวเท่านั้น ต้องถือว่านายหลีใช้สิทธิครอบครองที่ดินนั้นแทนโจทก์ จำเลยทั้งสองสืบสิทธิจากนายหลีจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ครอบครองแทนเช่นกัน

หากจำเลยทั้งสองจะแย่งการครอบครองหรือเปลี่ยนแปลงลักษณะแห่งการยึดถือครอบครอง ก็ต้องบอกกล่าวให้โจทก์ทราบก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 แต่ข้อเท็จจริงก็ไม่ได้ความว่าจำเลยทั้งสองได้บอกกล่าวเปลี่ยนแปลงการยึดถือครอบครอง จึงไม่ใช่เรื่องที่ดินพิพาทถูกแย่งการครอบครอง ซึ่งโจทก์จะต้องฟ้องเรียกเอาคืนภายใน 1 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 วรรคสอง

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ดำรง สายเชื้อ · อาจ ปัญญาดิลก · มาโนช เพียรสนอง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3291/2551

ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ทั้งโจทก์และจำเลยไม่อาจอ้างสิทธิใช้ยันต่อรัฐได้ แต่ในระหว่างราษฎรด้วยกันเอง หรือโจทก์กับจำเลย บุคคลใดครอบครองทำประโยชน์เป็นเจ้าของมาก่อนย่อมอ้างสิทธิใช้ยันต่อผู้ที่ม…

Supreme Court Judgment No. 73/2546

ที่จำเลยฎีกาว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่ดินที่จำเลยขอรังวัดออกโฉนดที่ดินนั้น โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทโดยซื้อมาจาก ผ.ตั้งแต่ปี 2495 ต่อมาจำเลยได้ขอออกโฉนดที่ดินทับที่ดินพิพาท จำเลยให้การว่า…

Supreme Court Judgment No. 7940/2540

ล.บิดาของโจทก์ทั้งสาม และ ด.เป็นผู้ถือสิทธิครอบครองที่พิพาทมาแต่เดิม ต่อมา ล.ยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 1 และ ด. แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ที่ 1 และ ด.ได้ที่ดินพิพาทเป็นอัตราส่วนเพียงใด ต้องถือว่าโจทก์…

Supreme Court Judgment No. 4228/2540

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร จำเลยให้การในตอนแรกว่า ที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ตามฟ้องของโจทก์ เป็นที่ดินต่างแปลงกับที่ดินที่จำ…

Supreme Court Judgment No. 9680/2539

โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใดหักล้างการครอบครองของจำเลยว่าจำเลยขอ ส.ปลูกบ้านเพื่อสนับสนุนคำฟ้อง โจทก์จึงไม่มีทางชนะคดี ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าได้มีการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือและได้มีการฟ้องคดีภายใน 1 ปีหรือไ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up