Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2036/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้คัดค้านยังยืนกรานเป็นพนักงานรายชั่วโมงเพียงคนเดียวในกิจการของผู้ร้องโดยอ้างเหตุว่าการปรับเปลี่ยนพนักงานรายชั่วโมงเป็นพนักงานรายเดือนเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ผู้ร้องไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ผู้ร้องแก้ไขเพิ่มเติมสภาพการจ้างโดยพลการ ไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย ทั้งที่ผู้คัดค้านรู้อยู่ว่ายอดรายได้ในฐานะพนักงานรายเดือนสูงกว่ายอดรายได้ในฐานะพนักงานรายชั่วโมง การเป็นพนักงานรายเดือนเป็นคุณแก่ผู้คัดค้านและพนักงานของผู้ร้องยิ่งกว่าการเป็นพนักงานรายชั่วโมง ไม่ต้องห้ามมิให้ผู้ร้องทำสัญญาจ้างแรงงานกับพนักงานเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างจากพนักงานรายชั่วโมงเป็นพนักงานรายเดือนตามมาตรา 20 ก่อนการปรับเปลี่ยนผู้ร้องได้มีการประชุมชี้แจงและมีหนังสือชี้แจงความเสียหายของผู้ร้องต่อผู้คัดค้านแล้ว ผู้คัดค้านก็ไม่ยอมรับฟังเหตุผล ยังยืนยันที่จะเป็นพนักงานรายชั่วโมงให้ได้ ไม่ใช่กรณีผู้ร้องกลั่นแกล้งผู้คัดค้าน แต่เป็นกรณีที่ผู้ร้องกับผู้คัดค้านทำงานร่วมกันต่อไปไม่ได้โดยเหตุอันเกิดจากผู้คัดค้าน ทำให้ผู้ร้องเสียหายและเป็นการขัดขวางการพัฒนาบริษัทของผู้ร้อง มีเหตุอันสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นบริษัทสังกัดกลุ่มสยามมิชลินกรุ๊ป มีนโยบายและการบริหารงานบุคคลเป็นระบบเดียวกัน คณะกรรมการบริหารของผู้ร้องมีมติและคำสั่งให้ผู้ร้องปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารงานบุคคลในด้านระบบการจ่ายเงินเดือน การจัดทำระบบบัญชี การลดงานซ้ำซ้อนและไม่จำเป็นลง และต่อมาได้มีการนำระบบการจ่ายเงินเดือนผ่าน MEDIA CLEARING มาใช้โดยสำนักงานบุคคลสยามมิชลินกรุ๊ปเป็นผู้จ่ายเงินเดือนของพนักงานทุกคนของทุกบริษัท อันทำให้สามารถลดขั้นตอนการทำงานและลดเวลาการทำงานของทั้งฝ่ายบัญชีการเงินและฝ่ายบุคคลได้เป็นอย่างดี โดยปรับเปลี่ยนระบบการจ่ายเงินเดือนจากพนักงานประเภทอื่นมาเป็นพนักงานรายเดือนรวม 5,400 คน นั้น

พนักงานของผู้ร้องส่วนใหญ่เห็นด้วยและยินยอมเข้าสู่ระบบการจ่ายเงินเป็นรายเดือน คงมีแต่ผู้คัดค้านในคดีนี้ซึ่งได้รับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงที่ยังเหลืออยู่เพียงคนเดียวและเป็นกรรมการลูกจ้างของผู้ร้องไม่ยินยอมที่จะเข้าสู่ระบบ ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายหลายประการ ผู้ร้องมีหนังสือชี้แจงและแจ้งเตือนผู้คัดค้านหลายครั้งแล้ว แต่ผู้คัดค้านก็ยังไม่ยินยอมเข้าสู่ระบบ การกระทำของผู้คัดค้านดังกล่าวจึงเป็นการขัดขวางการพัฒนาบริษัทของผู้ร้องและเป็นการกระทำผิดวินัยตามข้อบังคับการบริหารงานบุคคลของผู้ร้องอย่างร้ายแรง ผู้ร้องขออนุญาตเลิกจ้างผู้คัดค้าน ให้ผู้คัดค้านรับค่าชดเชย 142,584 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 11,406.72 บาท ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ผู้ร้องจำเป็นต้องทำให้การบริหารงานของผู้ร้องเป็นระบบเดียวกับบริษัทในเครือตามหลักการบริหารทั่วไป ไม่ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการขัดขวางการบริหารงานที่ควรเป็นระบบเดียวกันทั้งหมด เป็นการกระทำผิดกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของผู้ร้องอย่างร้ายแรง ผู้คัดค้านไม่สามารถทำงานกับผู้ร้องอีกต่อไปได้ พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 ให้ศาลมีอำนาจวินิจฉัยว่าสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านหรือไม่เท่านั้น ศาลไม่อาจมีอำนาจก้าวล่วงไปวินิจฉัยว่าเมื่อเลิกจ้างแล้วจะต้องจ่ายเงินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 หรือไม่ มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างนายฐณเกียรติหรือสมเกียรติผู้คัดค้านได้ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ผู้คัดค้านอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า มีเหตุอันสมควรที่จะอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านหรือไม่ เห็นว่า การเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 นายจ้างต้องมีเหตุจำเป็นหรือเหตุอันสมควรที่จะเลิกจ้าง โดยเหตุนั้นอาจเกิดจากกรรมการลูกจ้าง หรือจากทางฝ่ายนายจ้าง หรือบุคคลภายนอกก็ได้ ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันได้ความว่าผู้ร้องมีพนักงาน (ลูกจ้าง) ประมาณ 1,300 คน มีผู้คัดค้านเพียงคนเดียวที่ไม่ยอมรับเปลี่ยนจากพนักงานรายชั่วโมงเป็นพนักงานรายเดือน ผู้คัดค้านยอมรับว่ายอดรายได้รวมของผู้คัดค้านในฐานะพนักงานรายเดือนสูงกว่ายอดรายรับรวมในฐานะพนักงานรายชั่วโมง ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงพนักงานรายชั่วโมงเป็นรายเดือนผู้ร้องได้ประชุมพนักงานแล้ว

ความเสียหายที่ผู้ร้องได้รับจากการที่ผู้คัดค้านไม่ยอมปรับเปลี่ยนไปเป็นพนักงานรายเดือนตามคำร้องและหนังสือที่ผู้ร้องมีถึงผู้คัดค้านซึ่งผู้คัดค้านไม่ได้โต้แย้งกล่าวคือการบริหารค่าจ้างในตำแหน่งเดียวกันมี 2 ระบบ การคำนวณค่าจ้างของพนักงานอื่นใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่ของผู้คัดค้านต้องแยกมาทำด้วยมือ ไม่สามารถจ่ายค่าจ้างของผู้คัดค้านออนไลน์ผ่านระบบ MEDIA CLEARING ของธนาคารซิตี้แบ็งค์และธนาคารแห่งประเทศไทยได้ ผู้ร้องไม่สามารถปิดบัญชีต้นทุนการผลิตในระบบคอมพิวเตอร์ได้ ต้องปรับยอดบัญชีทุกเดือน ทำให้เสี่ยงต่อความผิดพลาดสูง ไม่สามารถใช้ระบบบันทึกเวลาของผู้คัดค้านด้วยระบบ BARCODE เหมือนพนักงานรายเดือน และผู้ร้องต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบริหารค่าจ้างให้ผู้คัดค้านเพียงคนเดียว

การที่ผู้คัดค้านยังยืนกรานเป็นพนักงานรายชั่วโมงเพียงคนเดียวในกิจการของผู้ร้องโดยอ้างเหตุว่าการปรับเปลี่ยนพนักงานรายชั่วโมงเป็นพนักงานรายเดือนเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ผู้ร้องไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ผู้ร้องแก้ไขเพิ่มเติมสภาพการจ้างโดยพลการ ไม่มีผลบังคับตามกฎหมายดังที่ปรากฏในคำคัดค้านของผู้คัดค้าน ทั้งที่ผู้คัดค้านรู้อยู่ว่ายอดรายได้ในฐานะพนักงานรายเดือนสูงกว่ายอดรายได้ในฐานะพนักงานรายชั่วโมง การเป็นพนักงานรายเดือนเป็นคุณแก่ผู้คัดค้านและพนักงานของผู้ร้องยิ่งกว่าการเป็นพนักงานรายชั่วโมง ไม่ต้องห้ามมิให้ผู้ร้องทำสัญญาจ้างแรงงานกับพนักงานเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างจากพนักงานรายชั่วโมงเป็นพนักงานรายเดือนตามมาตรา 20 ประกอบกับก่อนการปรับเปลี่ยนผู้ร้องได้มีการประชุมชี้แจงและมีหนังสือชี้แจงความเสียหายของผู้ร้องแล้ว

ผู้คัดค้านก็ไม่ยอมรับฟังเหตุผล ยังยืนยันที่จะเป็นพนักงานรายชั่วโมงให้ได้ ไม่ใช่กรณีผู้ร้องกลั่นแกล้งผู้คัดค้าน แต่เป็นกรณีผู้ร้องกับผู้คัดค้านทำงานร่วมกันต่อไปไม่ได้โดยเหตุอันเกิดจากผู้คัดค้าน ทำให้ผู้ร้องเสียหายและเป็นการขัดขวางการพัฒนาบริษัทของผู้ร้อง มีเหตุอันสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยต่อไปว่าการกระทำของผู้คัดค้านเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรงหรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
มานัส เหลืองประเสริฐ · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล
Supreme Court black case no.
ร.154/2549
Trial court black case no.
พ57/2548
Trial court red case no.
พ579/2548
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1749/2530

จำเลยไม่ได้บรรจุโจทก์เป็นพนักงานคุมเครื่องทำความเย็นโดยเฉพาะ และไม่ปรากฏว่ามีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างห้ามมิให้จำเลยโยกย้ายสับเปลี่ยนหน้าที่โจทก์ ดังนั้นเมื่อโจทก์ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องโดยไม่เติมน้ำเ…

Supreme Court Judgment No. 3129/2528

ตามระเบียบข้อบังคับของนายจ้างข้อ 11 มีโทษถึงขั้นเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย แต่ยังมีระเบียบข้อบังคับข้อ 10 ระบุความผิดประเภทอื่น ๆ และโทษขั้นพักงานไว้และข้อ 7 ระบุให้อำนาจนายจ้างที่จะใช้ดุลพินิจลงโทษลู…

Supreme Court Judgment No. 1810/2566

โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2536 ต่อมาจำเลยได้กำหนดการจ่ายเงินบำเหน็จแก่พนักงานหรือลูกจ้างตามระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน จำกัด ว่าด้วยพนักงาน และลูกจ้าง พ.ศ. 25…

Supreme Court Judgment No. 1523/2566

ข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างกับจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างประเภทสถาบันอุดมศึกเอกชนมีการคุ้มครองแรงงานไว้โดยเฉพาะตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 มาตรา 23 กิจการของจำเลยจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับตา…

Supreme Court Judgment, B.E. 2563 (ref. 666484)

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 กับพวกนัดหยุดงานโดยชอบตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 34 แต่โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 9 กับพวกเข้าไปใช้พื้นที่ดังกล่าวในการนัดหยุดงานนั้น ย่อมมี…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up