Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 2030/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายสิทธิการเช่าที่ดินพิพาทของกรมศาสนาจากจำเลยโดยตามสัญญาข้อ 3 ระบุว่า "ค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ซื้อขายทั้งหมด ? และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในการโอน ผู้จะขายเป็นฝ่ายออกทั้งสิ้น" สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทน เพราะโจทก์มีหน้าที่ต้องชำระเงินสิทธิการเช่าให้แก่จำเลย จำเลยก็มีหน้าที่จดทะเบียนโอนสิทธิการเช่าให้แก่โจทก์ เมื่อถึงวันนัดโอนโจทก์เสนอขอชำระหนี้แก่จำเลยครบถ้วนตามสัญญาด้วยการเตรียมเงินและแคชเชียร์เช็คตามที่ตกลง จำเลยจึงต้องเสนอชำระหนี้ตอบแทนโจทก์ การที่จำเลยจะขอชำระค่าธรรมเนียมการโอนสิทธิการเช่าของกรมการศาสนาบางส่วนแต่ปฏิเสธไม่ยอมรับผิดชำระค่าธรรมเนียม การจดทะเบียนการเช่าของกรมที่ดินให้ครบถ้วนตามสัญญา ถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 2,075,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงินจำนวน 2,000,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้เงิน 1,100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 31 มีนาคม 2537 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 30,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายสิทธิการเช่าที่ดินพิพาทของกรมการศาสนาจากจำเลยราคา 4,000,000 บาท ในวันทำสัญญาโจทก์ได้วางมัดจำแก่จำเลย 1,000,000 บาท ส่วนที่เหลือ 3,000,000 บาท จะชำระให้ภายใน 210 วัน นับแต่วันทำสัญญาและเมื่อจำเลยได้ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารกับโอนกรรมสิทธิ์ใน ทรัพย์สินที่ซื้อขายจำเลยจะเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมในการโอน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ทั้งสิ้นตามสัญญาจะซื้อจะขาย เมื่อถึงกำหนดวันจดทะเบียนโอนดังกล่าว จำเลยผิดสัญญาเพราะไม่ยอมเสียค่าธรรมเนียมในการโอน ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า การที่จำเลยยอมชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนโอนสิทธิการเช่าของกรมการศาสนา แต่ไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการเช่าของกรมที่ดิน เป็นการผิดสัญญาหรือไม่

เห็นว่า ตามสัญญา จะซื้อจะขาย ข้อ 2 ระบุว่า "ส่วนที่เหลืออีกจำนวน 3,000,000 บาท ผู้จะซื้อตกลงชำระให้ภายใน 210 วัน นับแต่วัน ทำสัญญาและเมื่อผู้จะขายได้ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารและได้โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ซื้อขายตาม ข้อ ก. ข." ข้อ 3. ระบุว่า "ค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ซื้อขายทั้งหมด ค่าอากรและค่าใช้จ่ายและ ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในการโอน ผู้จะขายเป็นฝ่ายออกทั้งสิ้น" ฉะนั้นสัญญาดังกล่าวจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน เพราะโจทก์มีหน้าที่ชำระเงินส่วนที่เหลือแก่จำเลย จำเลยก็มีหน้าที่จดทะเบียนโอนสิทธิการเช่าทั้งที่กรมการศาสนาให้ แก่โจทก์ และต้องยื่นคำขอเลิกเช่า เพื่อให้โจทก์จดทะเบียนเช่าที่กรมที่ดินได้ กับจะต้องชำระค่าธรรมเนียม

การจดทะเบียนทั้งสองแห่งเช่นกัน แม้จะปรากฏจากคำเบิกความของนางอัญชลี นายธีรวิทย์ และนายสุรเชษฐ์ เจ้าหน้าที่ของกรมการศาสนาในข้อที่ว่า การโอนสิทธิการเช่าที่กรมการศาสนานั้น ไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จภายในวันเดียว เพราะจะต้องส่งคำร้องไปยังผู้อำนวยการศาสนสมบัติก่อน และเสนอให้อธิบดีกรมการศาสนาเป็นผู้อนุมัติ หลังจากนั้นกรมศาสนาจะคิดค่าธรรมเนียมแล้วแจ้งไปยังผู้เช่ารายใหม่ให้มาชำระค่าธรรมเนียม นับจากวันยื่นคำร้องครั้งแรก ไม่เกิน 2 เดือน ต่อจากนั้นผู้เช่าเดิมและผู้เช่ารายใหม่จะต้องไปดำเนินการที่กรมที่ดินเพื่อให้ผู้เช่ารายใหม่จดทะเบียนการเช่า โดยทางกรมที่ดินจะประกาศเป็นเวลา 30 วัน และจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนที่กรมที่ดิน

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า การจดทะเบียนการโอนสิทธิการเช่าก็ดี และการจดทะเบียนการเช่าก็ดี ต้องเป็นไปตามระเบียบของกรมการศาสนาและของกรมที่ดินและยังมีเงื่อนเวลาอีก ไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสมบูรณ์ในวันเดียวกันทั้งสองแห่ง การที่จำเลยยอมชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนโอนสิทธิการเช่าที่กรมการศาสนาแห่งเดียว แต่ปฏิเสธไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการเช่าของกรมที่ดิน แม้จะเป็นขั้นตอนภายหลังที่กรมการศาสนาอนุมัติและจะต้องมีการประกาศการจดทะเบียนการเช่าที่กรมที่ดิน 30 วัน ในภายหน้าก็ตาม ซึ่งเป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามสัญญาต่อไป แต่ที่จำเลยยืนยันจะชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการโอนสิทธิการเช่าของกรมการศาสนาอย่างเดียว

ถือว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว เมื่อฟังว่าโจทก์ได้เตรียมแคชเชียร์เช็ค 2,700,00 บาท พร้อมเงินสดอีก 300,000 บาท มาที่กรมการศาสนา แสดงว่าโจทก์ได้เสนอขอปฏิบัติการชำระหนี้แก่จำเลยครบถ้วนตามสัญญาแล้ว จำเลยต้องเสนอชำระหนี้ตอบแทนโจทก์ จำเลยจะขอชำระค่าธรรมเนียมการโอนสิทธิการเช่าของกรมการศาสนา บางส่วน ปฏิเสธไม่ยอมรับผิดชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการเช่าของกรมที่ดินให้ครบถ้วนตามสัญญา ต่างตอบแทนเช่นนี้ แต่จะรับชำระหนี้ 3,000,000 บาท จากโจทก์ฝ่ายเดียวหาได้ไม่ ถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา

Result

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ 8,000 บาท.

Matter details

Panel of judges
ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ · วิเทพ ศิริพากย์ · มงคล ทับเที่ยง
Lower court
ศาลแพ่ง - นายสุรศักดิ์ นาราสัจจ์
ศาลอุทธรณ์ - นายอร่าม แย้มสอาด
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2568 (ref. 716685)

ข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีลักษณะเป็นการจ้างโจทก์ทั้งห้าให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เพื่อให้ความช่…

Supreme Court Judgment No. 786/2567

สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อไม่เหมาะสมแก่การใช้งาน จำเลยมีสิทธิบ่ายเบี่ยงไม่ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ได้โดยไม่ถือว่าผิดนัด โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิก…

Supreme Court Judgment, B.E. 2560 (ref. 618525)

การที่จะเป็นหุ้นส่วนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012 จะต้องได้ความว่าผู้เข้าเป็นหุ้นส่วนประสงค์ทำกิจการร่วมกัน หากผลประกอบการมีกำไรก็แบ่งกำไรกัน หากขาดทุนก็ขาดทุนร่วมกัน แต่ตามข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม…

Supreme Court Judgment No. 15668/2558

การที่จำเลยมอบอำนาจให้โจทก์ที่ 1 ประมูลงานและทำสัญญารับจ้างก่อสร้างอาคารเรียนกับกรมสามัญศึกษาและให้โจทก์ทั้งสามก่อสร้างโดยโจทก์ทั้งสามเป็นผู้ลงทุนและรับค่าจ้างในนามจำเลย หากโจทก์ทั้งสามขาดเงินทุนและจำ…

Supreme Court Judgment No. 15016/2558

สัญญาการให้สิทธิและการบริการทั้งสองฉบับเป็นสัญญาที่โจทก์อนุญาตให้จำเลยใช้ซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการโรงแรมโดยจำเลยยินยอมจ่ายค่าตอบแทน ดังนั้น นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์และจำเลยจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดหน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up