คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 1 ได้ออกเช็คโดยมีจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายทั้งในฐานะส่วนตัวและในฐานะกระทำการแทนจำเลยที่ 1 มอบให้นายประสงค์เพื่อชำระหนี้ ต่อมานายประสงค์นำเช็คมาชำระหนี้แก่โจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้ทรง แต่โจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามเช็คจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า ไม่เคยออกเช็ค ลายเซ็นในเช็คพิพาทมิใช่ลายเซ็นของจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็คจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เช็คพิพาทลงลายมือชื่อสั่งจ่ายโดยนายชัยวัฒน์ ซึ่งเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจให้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเงินแทนจำเลยที่ 1 และมีตราประทับของจำเลยที่ 1 ตามข้อบังคับของจำเลยที่ 1 ถูกต้อง
จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดตามเช็คนั้นส่วนจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการประเภทไม่จำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 1 ซึ่งต้องรับผิดในบรรดาหนี้ทั้งปวงของจำเลยที่ 1 โดยไม่มีจำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077(2) เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้ออก จำเลยที่ 2 ย่อมต้องรับผิดตามเช็คนั้นด้วย และการที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ออกเช็คโดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในฐานะส่วนตัวและในฐานะตัวแทนจำเลยที่ 1 แต่นำสืบว่าจำเลยที่ 2 มอบอำนาจให้นายชัยวัฒน์เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายและประทับตราแทนฟ้องจำเลยที่ 1 นั้น เป็นการนำสืบว่าจำเลยที่ 1ซึ่งเป็นตัวการต้องรับผิดในหนี้ตามเช็คพิพาท และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็นจำเลยทั้งสองจึงต้องร่วมกันรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบพิพากษายืน