Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 20/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยนำไม้ยางพาราซึ่งเป็นไม้ที่ทำ โดยไม่ต้องรับอนุญาตบรรทุกรถยนต์ออกไปถึงด่านป่าไม้ด่านแรกแล้วนำเคลื่อนที่ไปโดยไม่มีใบเบิกทางกำกับ โดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จำเลยรับสารภาพตามฟ้อง เมื่อศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ศาลก็ย่อมจะพิพากษายกฟ้องของโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 คำว่า "ไม้ที่ทำ" ตามมาตรา 38 (2) อยู่ในความหมายของคำว่า "ทำไม้" ตามมาตรา 4(5) คือ การตัด ฟัน กาน โค่น ลิด เลื่อย ผ่าน ถาก ทอน ขุด ชักลากไม้ในป่าหรือนำออกจากป่าด้วยประการใด ๆ และหมายความรวมถึงการกระทำดังกล่าวกับไม้สักหรือไม้ยางที่ขึ้นอยู่ในที่ดินซึ่งมิใช่ป่า หรือการนำไม้สักหรือไม้ยางออกจากที่ดินที่ไม้นั้น ๆ ขึ้นอยู่ด้วย เห็นได้ว่า การทำไม้นั้นนอกจากไม้สักหรือไม้ยางแล้วหมายถึงเฉพาะไม้ที่อยู่ในป่าเท่านั้น การนำไม้ที่ทำเคลื่อนที่ตามมาตรา 38 (2) ซึ่งเมื่อนำออกมาถึงด่านป่าไม้ด่านแรกแล้วจะต้องเสียค่าธรรมเนียมและเมื่อจะนำเคลื่อนที่ต่อไปจะต้องมีใบเบิกทางของเจ้าพนักงานไปด้วยตามมาตรา 39 ต้องเป็นไม้ที่ทำจากไม้ในป่านั่นเอง ข้อเท็จจริงที่ว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ทำจากป่าหรือไม่จึงเป็นสาระสำคัญแห่งคดี เมื่อโจทก์แถลงว่าไม่ทราบว่าไม้ (ยางพารา) ของกลางเป็นไม้ที่ได้มาจากป่าหรือไม่ ศาลจึงลงโทษจำเลยไม่ได้

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 4 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 38 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 39 ป.วิ.อ. Section 185

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้นำไม้ยางพาราแปรรูป ๐๓๐ ซึ่งเป็นแผ่นไม้ที่ทำโดยไม่ต้องรับอนุญาตบรรทุกรถยนต์จากจังหวัดตราดไปยังจังหวัดจันทบุรี ออกไปถึงด่านป่าไม้ด่านแรกแล้วเคลื่อนที่ต่อไปโดยไม่มีใบเบิกทางกำกับ โดยไม่รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานป่าไม้ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๓๙, ๗๐ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๑๑ มาตรา ๕ ของกลางคืนเจ้าของ

จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยจะมีความผิดตามมาตรา ๓๙ นั้นต้องตกอยู่ภายในบังคับของมาตรา ๓๘ ไม้ของกลางที่จำเลยนำเคลื่อนที่ไม่ใช่ไม้ที่ทำหรือนำมาจากป่า จำเลยนำเคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องมีใบเบิกทางของเจ้าพนักงานกำกับ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด พิพากษายกฟ้อง ยกคำขอให้คืนของกลางเนื่องจากศาลยังมิได้สั่งริบของกลาง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์บรรยายฟ้องครบถ้วนตามกฎหมายที่หาว่าจำเลยกระทำความผิดและขอให้ลงโทษทั้งจำเลยให้รับสารภาพตามฟ้องชอบที่ศาลจะลงโทษจำเลยตามฟ้องนั้น เห็นว่าที่ศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องหรือไม่ต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕ คือเมื่อศาลเห็นว่าจำเลยได้กระทำความผิดและไม่มีการยกเว้นโทษตามกฎหมาย ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดีการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดก็ดี คดีขาดอายุความก็ดีเหตุตามกฎหมายที่จำเลยไม่ควรต้องรับโทษก็ดี ศาลต้องยกฟ้องปล่อยจำเลยไป หาใช่เมื่อจำเลยรับสารภาพตามฟ้องศาลต้องฟังว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องและพิพากษาลงโทษจำเลยดังฎีกาของโจทก์ไม่ เกี่ยวกับฎีกาของโจทก์ที่ว่า

คำว่า "ไม้ที่ทำ" ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๓๘ (๒) อยู่ในความหมายของคำว่า "ทำไม้" ตามมาตรา ๔ (๕) ของพระราชบัญญัติดังกล่าวหรือไม่นั้น เห็นว่า "ไม้ที่ทำ" ย่อมเป็นผลที่มาจากการทำไม้ กล่าวคือต้องมีการทำไม้จึงจะมีไม้ที่ทำ คำว่า "ไม้ที่ทำ" ตามมาตรา ๓๘ (๒) จึงเป็นคำที่อยู่ในความหมายของคำว่า "ทำไม้" ตามมาตรา ๔ (๕) นั่นเอง คำว่า "ทำไม้" นั้น มาตรา ๔ (๕) บัญญัติว่า การทำไม้หมายความว่า ตัด ฟัน กาน โค่น ลิด เลื่อย ผ่า ถาก ทอน ขุด ชักลากไม้ในป่า หรือนำออกจากป่าด้วยประการใด ๆ และหมายความรวมถึงการกระทำดังกล่าวกับไม้สัก หรือไม้ยากที่ขึ้นอยู่ในที่ดินที่มิใช่ป่า หรือการนำไม้สักหรือไม้ยางออกจากที่ดินที่ไม้นั้น

ๆ ขึ้นอยู่ด้วย ความที่ว่าหมายความรวมถึงการกระทำต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้กับไม้สัก หรือไม้ยางที่ขึ้นอยู่ในที่ดินที่มิใช่ป่า หรือการนำไม้สักหรือไม้ยางออกจากที่ดินที่ไม้นั้น ๆ ขึ้นอยู่ด้วย แสดงให้เห็นชัดว่า นอกจากไม้สักหรือไม้ยางแล้ว การทำไม้ตามกฎหมายนี้หมายถึงการกระทำต่าง ๆ เหล่านั้นต่อไม้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นไม้หวงห้ามซึ่งผู้ทำไม้จะทำได้โดยต้องได้รับอนุญาต หรือไม้ที่มิใช่ไม้หวงห้าม ซึ่งผู้ทำไม้ทำได้โดยไม่ต้องรับอนุญาต เฉพาะแต่ไม้ที่อยู่ในป่าเท่านั้น เห็นได้ว่าที่จะเป็นการนำไม้ที่ทำเคลื่อนที่ตามาตรา ๓๘ (๒) ซึ่งเมื่อนำออกไปถึงด่านป่าไม้ด่านแรกแล้วจะต้องเสียค่าธรรมเนียมตามมารตรา ๒๕ และเมื่อจะนำเคลื่อนที่ต่อไป

จะต้องมีใบเบิกทางของพนักงานเจ้าหน้าที่กำกับไปด้วย ตามมาตรา ๓๙ต้องเป็นไม้ที่ทำจากไม้ในป่านั่นเอง ข้อเท็จจริงที่ว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ทำจากป่าหรือไม่จึงเป็นข้อสารสำคัญแห่งคดีที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ เมื่อปรากฏในทางพิจารณาตามคำแถลงของโจทก์ว่าโจทก์ไม่ทราบว่าไม้ของกลาง (ไม้ยางพารา) เป็นไม้ที่ได้มาจากป่าหรือไม่ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ คดีก็ลงโทษจำเลยตามฟ้องไม่ได้ ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุไพศาล วิบุลศิลป์ · จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร
Lower court
ศาลจังหวัดตราด - นายอมรศักดิ์ นพรัมภา
ศาลอุทธรณ์ - นายธิรพันธุ์ รัศมิทัต
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1391/2493

ตัดฟันไม้ยางในส่วนของเอกชน แล้วนำเคลื่อนที่มาไว้ที่บ้านเรือนของตนนั้น แม้จะไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนก็ยังไม่เป็นผิดฐานนำไม้เคลื่อนที่ โดยไม่ได้รับอนุญาตเพราะไม่ใช่ไม้ในป่าหรือนำออกจากป่…

Supreme Court Judgment No. 153/2554

โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานนำไม้เคลื่อนที่โดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีใบเบิกทางกำกับจากพนักงานเจ้าหน้าที่อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 39 ซึ่งการนำไม้เคลื่อนที่จะต้องมีใบเ…

Supreme Court Judgment No. 5849/2552

จำเลยมีไม้ของกลางโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่จำเลยนำไม้ของกลางเคลื่อนที่จึงมิใช่เป็นกรณีตามมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 อันจะขอใบเบิกทางได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดข้อหานำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่โดยไ…

Supreme Court Judgment No. 3200/2552

โจทก์บรรยายฟ้องข้อ ก. ว่า จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันทำไม้หวงห้ามประเภท ก. โดยนำไม้ซึ่งแปรรูปแล้วใส่กระบะพ่วงรถไถนาเดินตามออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แม้การกระทำของจำเลยทั้งสามดังกล่าวเป็นความผิดฐานร่ว…

Supreme Court Judgment No. 6173/2550

จำเลยขับรถยนต์กระบะมาโดยรู้อยู่แล้วว่าสิ่งของที่บรรทุกมาในกระบะรถยนต์เป็นไม้กฤษณาอันเป็นของป่าหวงห้าม จำเลยจึงมีความผิดฐานมีของป่าหวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ มาตรา 29 ทวิ,…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up