Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1980/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายกัญชาดังกล่าวส่วนหนึ่งแก่ผู้ล่อซื้อ จำเลย ให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ดังฟ้องของโจทก์ จำเลย จะมาโต้เถียงในชั้นฎีกาว่ากัญชาของกลางมิใช่ของจำเลย และไม่เคยมีผู้ล่อซื้อกัญชาจากจำเลยหาได้ไม่ เพราะเป็นการ โต้เถียงข้อเท็จจริงที่จำเลยให้การรับสารภาพแล้ว ทั้งยังเป็น การยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นฎีกา ซึ่งเป็นปัญหาที่ มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ อีกด้วย ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 15

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีกัญชาแห้ง อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 จำนวน 1 แท่ง และ 3 ถุง น้ำหนักรวม 956.620 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยมิได้รับอนุญาต และจำหน่ายกัญชาดังกล่าวบางส่วนแก่ผู้ล่อซื้อ 2 ถุง ราคา 200 บาท โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 26, 75, 76, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ริบของกลางและคืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง 75 วรรคหนึ่ง76 วรรคสอง 102 ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายกัญชาจำคุกกระทงละ 2 ปี ปรับกระทงละ 20,000 บาท รวมจำคุก 4 ปีปรับ 40,000 บาท

จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปีปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปีให้คุมความประพฤติจำเลย โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน ต่อครั้ง ใน 1 ปี ให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรมีกำหนด 72 ชั่วโมง ห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิดและห้ามคบค้าสมาคมกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิดริบของกลางและคืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานหนักและไม่รอการลงโทษศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษไม่ลงโทษปรับ และไม่คุมความประพฤติจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า กัญชาของกลางมิใช่ของจำเลย ไม่เคยมีผู้ล่อซื้อกัญชาจากจำเลย จำเลยให้การรับสารภาพเพราะเชื่อคำแนะนำของพนักงานสอบสวนและความโง่เขลาและรู้เท่าไม่ถึงการณ์นั้น เห็นว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายกัญชาดังกล่าวส่วนหนึ่งแก่ผู้ล่อซื้อ จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ดังฟ้องของโจทก์จำเลยจะมาโต้เถียงในชั้นฎีกาว่ากัญชาของกลางมิใช่ของจำเลย ไม่เคยมีผู้ล่อซื้อกัญชาจากจำเลยหาได้ไม่ เพราะเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่จำเลยให้การรับสารภาพแล้ว ทั้งยังเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ ในชั้นฎีกาซึ่งเป็นปัญหาที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 อีกด้วย

ฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้นเห็นว่า จำเลยก็มิได้สำนึกในภาระหน้าที่ แต่กลับมากระทำความผิดต่อกฎหมายในลักษณะที่เป็นภัยต่อสังคม กรณีไม่มีเหตุอันควรปรานีและไม่สมควรรอการลงโทษให้พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อรพินท์ เศรษฐมานิต · สมชัย สายเชื้อ · ธรรมนูญ โชคชัยพิทักษ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up