คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเคยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 6 เดือนมาแล้วไม่น้อยกว่าสองครั้งในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์และภายในเวลาสิบปีนับแต่วันที่จำเลยพ้นโทษ จำเลยได้กระทำผิดเกี่ยวกับทรัพย์อีกจนศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และกระทำในขณะอายุเกินกว่า 17 ปี ดังนี้.-ครั้งที่ 1 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลแขวงพระนครเหนือ จำคุก1 ปี 6 เดือน ฐานลักทรัพย์ตามคดีแดงที่ 925/2500ครั้งที่ 2 ต้องคำพิพากษาของศาลทหารกรุงเทพ (ศาลจังหวัดมีนบุรี) จำคุก 1 ปี 6 เดือน ฐานวิ่งราวทรัพย์ คดีแดงที่ 1/2504ครั้งที่ 3 ต้องคำพิพากษาคดีอาญา จำคุก 2 ปี 3 เดือน ฐานวิ่งราวทรัพย์คดีแดงที่ 2268/2505ครั้งที่ 4 ต้องคำพิพากษาศาลอาญา
จำคุก 2 ปี ฐานพยายามลักทรัพย์ คดีแดงที่ 2713/2508 ซึ่งขณะนี้ยังคงรับโทษอยู่ถือว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดติดนิสัย ขอให้พิพากษากักกันจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41, 42, 43จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องทุกประการ ขออย่างเพิ่งกักกันศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 ไม่ปรากฏว่าคดีแดงที่ 2713/2508 โจทก์ได้ฟ้องวันเดือนปีใด ไม่อาจทราบว่าฟ้องภายในอายุความ 6 เดือน ตามมาตรา 97 หรือไม่ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้กักกัน 3 ปีจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า การฟ้องขอให้กักกันเป็นฟ้องขอให้ศาลใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย หาใช่ฟ้องเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยเพื่อให้ลงโทษตามความผิดไม่ จึงไม่ต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น
ๆ และที่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์ฟ้องคดีอาญาเลขแดงที่ 2713/2508 อันเป็นมูลเหตุให้เกิดอำนาจฟ้องขอให้กักกันเดือนปีใด ก็เห็นว่า คดีแดงดังกล่าวเป็นคดีของศาลชั้นต้น โจทก์ได้ระบุอ้างเป็นพยานไว้แล้ว ศาลชั้นต้นชอบที่จะเอามาตรวจดูได้ เมื่อตรวจดูแล้วปรากฏว่าโจทก์ฟ้องคดีนั้นวันที่ 2 พฤศจิกายน 2508 ฟ้องคดีนี้วันที่ 26 พฤศจิกายน 2508 ไม่เกิน 6 เดือน ไม่ขาดอายุความพิพากษายืน ให้นับวันเริ่มกักกันนับแต่วันถัดจากวันพ้นโทษจำคุกในคดีแดงที่ 2713/2508