คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องและร้องเพิ่มเติมฟ้องว่า จำเลยใช้อุบายหลอกลวงโดยเอาความเท็จมากล่าวว่า จำเลยมีเงินฝากในนามของจำเลยที่ธนาคารแห่งเอเชีย และจำเลยกำลังขอซื้อบ้านมนังคศิลาในราคาสองล้านห้าแสนบาท จำเลยต้องใช้จ่ายเงินมากทุกวัน โจทก์หลงเชื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๔๙๐ เวลากลางวัน จำเลยเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินสดให้ขุนประเสริฐศุภมาตรา ๒ ฉบับ ฉบับหนึ่งลงวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๔๙๐ เงิน ๓,๐๐๐ บาท อีกฉบับหนึ่งลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ เงิน ๑๕๐๐ บาท ต่อมาจำเลยเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินให้ขุนประเสริฐศุภมาตราอีกฉบับหนึ่งลงวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๙๐ เงิน ๓๐๐ บาท ขุนประเสริฐศุภมาตรานำเช็ค ๓ ฉบับมามอบให้โจทก์จ่ายเงินไปตามเช็คก่อน โจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยมีเงินที่จะเบิกได้ จึงรับเช็คไว้และจ่ายเงินให้ขุนประเสริฐศุภมาตราไป วันที่ ๒๓ ตุลาคม และวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ โจทก์นำเช็คไปเบิกเงินที่ธนาคาร ไม่ได้ทั้ง ๓ ฉบับ ขอให้ลงโทษฐานฉ้อโกงและปลอมหนังสือ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานชั้นไต่สวนมูลฟ้อง แล้วพิพากษาว่า ตามฟ้องโจทก์ไม่ได้เป็นผู้ถูกจำเลยหลอกลวง โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องเอาโทษจำเลยทางอาญา
Result
พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์ดังกล่าวนั้น ยังเป็นฟ้องที่จะลงโทษจำเลยไม่ได้ คงพิพากษายืน