Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1955/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยกับพวกเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ มีอาการมึนเมาสุรา จำเลยเอาอาวุธปืนเล็กกลจ่อใต้ใบหูขวาของผู้ตายเพื่อจะขู่ผู้ตายไม่ให้หลบหนีผู้ตายพยายามวิ่งไปหา ต.บิดาจำเลยฉุดข้อมือผู้ตายไว้ขณะนั้น นิ้วของจำเลยอยู่ที่ไกปืนการฉุดกันทำให้จำเลยเสียหลักนิ้วมือถูกไกปืน เป็นเหตุให้อาวุธปืนลั่นโดยจำเลยไม่มีเจตนาฆ่าผู้ตาย การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะของจำเลยจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยประมาทอันเป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างจากข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา แต่ข้อแตกต่างไม่ใช่ข้อสาระสำคัญและทั้งจำเลยไม่หลงข้อต่อสู้ ศาลมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความนี้ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคสอง และวรรคสาม.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายสมนึกหรือศักดิ์ ใจการ1 นัด โดยเจตนาฆ่า กระสุนปืนถูกที่ใต้ใบหูขวาทะลุใบหูซ้ายเป็นเหตุให้นายสมนึกหรือศักดิ์ถึงแก่ความตายทันที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 คืนของกลางแก่เจ้าของจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 20 ปี ข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 13 ปี4 เดือน คืนของกลางแก่เจ้าของจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยกับพวกซึ่งมีจ่าสิบตำรวจณรงฤทธิ์เป็นหัวหน้ามาที่บ้านเกิดเหตุ 2 ครั้ง ครั้งแรกมาถึงเวลาประมาณ 21 นาฬิกา

ทุกคนไม่ได้แต่งเครื่องแบบตำรวจและมีอาการมึนเมาสุรา จำเลยนำเครื่องรับวิทยุมาด้วย และเปิดเสียงดังจึงเกิดมีปากเสียงกับนายตุ้ย ใจการ สามีของนางดี ขันตีต่อประมาณ 10 นาที จำเลยกับพวกก็ออกจากบ้านไป แล้วพากันกลับมาอีกครั้งหนึ่งเวลาประมาณ 22 นาฬิกา ครั้งนี้ทุกคนถืออาวุธปืนยาวมาด้วยและแต่งเครื่องแบบตำรวจ จำเลยกับพวกจอดรถยนต์ของทางราชการตำรวจไว้ที่หน้าบ้าน จำเลยกับพวกขึ้นลำอาวุธปืนแล้วเดินเข้ามาในบ้าน โดยจำเลยเดินตามหลังพวกของจำเลยเข้ามา จ่าสิบตำรวจณรงค์ฤทธิ์พูดขึ้นว่า ใครไม่อยากตายให้ออกไปให้หมด แขกที่มาเที่ยวจึงกลับไปหมด จ่าสิบตำรวจณรงฤทธิ์พูดขึ้นว่า ขอจับสาวที่มาค้าประเวณีทั้งหมด นายตุ้ยพูดว่า ไม่ต้องจับกุม

พรุ่งนี้ผมจะไปส่งให้ทั้งสี่คนที่โรงพัก และมีเสียงพวกจำเลยพูดว่าหากไม่ให้สาวก็จะเอาลูกชายไปแทน ขณะนั้นผู้ตายอยู่ที่ศาลาหน้าบ้าน กำลังจะเดินมาหานายตุ้ย พวกของจำเลยพูดแล้วได้เข้าไปจับแขนผู้ตายพร้อมกับพูดว่าไปขึ้นรถ ผู้ตายพูดว่า อย่าจับผมให้ไปจับพ่อ จำเลยพูดกับผู้ตายว่า ถ้าไม่อยากตายให้ไปขึ้นรถแล้วจำเลยใช้ปากกระบอกปืนยาวจ่อที่หูขวาของผู้ตาย ผู้ตายพูดอีกว่าไปจับพ่อผม ผมไม่รู้เรื่อง ระหว่างนั้นพวกของจำเลยพูดว่า หากพูดจาไม่รู้เรื่องก็ให้ฆ่าเสียเลย ผู้ตายจะวิ่งไปหานายตุ้ยแต่จำเลยฉุดเอาไว้แล้วก็มีเสียงปืนดังขึ้นทันที ผู้ตายล้มลงกับพื้นนายตุ้ยเข้าไปดูผู้ตายพร้อมกับพูดว่า ทรงกลดฆ่าไอ้นึกทำไมมันทำอะไรให้มึงหรือ

ผู้ตายมีบาดแผลเป็นรูกระสุนใต้หูขวาทะลุไปยังบริเวณใต้หูซ้ายและมีเขม่าดินปืนติดอยู่บริเวณใบหูด้านขวาพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบไม่ได้ความว่าจำเลยมีสาเหตุกับผู้ตายมาก่อนและไม่ได้ความว่าผู้ตายได้กระทำความผิดฐานใดที่จะต้องถูกจำเลยกับพวกจับกุม ทั้งไม่ได้ความว่าผู้ตายได้ต่อสู้หรือขัดขวางการจับกุมแต่อย่างใด ผู้ตายเพียงแต่พูดว่าผู้ตายไม่รู้เรื่องด้วยถ้าจะจับกุมก็ให้ไปจับกุมบิดาของผู้ตาย แล้วผู้ตายก็พยายามจะวิ่งไปหานายตุ้ยซึ่งเป็นบิดาของผู้ตาย จำเลยฉุดเอาไว้อาวุธปืนของจำเลยจึงลั่นขึ้น การกระทำของผู้ตายดังกล่าวยังไม่เป็นเหตุที่จะให้จำเลยถึงกับลั่นไกปืนยิงผู้ตายโดยเจตนาฆ่าผู้ตายและข้อเท็จจริงได้ความว่าขณะเกิดเหตุจำเลยกับพวกมีอาการมึนเมาสุรา

นางดีเบิกความถึงเหตุการณ์ตอนนี้ว่าเห็นจำเลยยืนตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพวกตำรวจที่มาด้วยก็ดึงตัวจำเลยขึ้นรถกลับไปรูปคดีมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าจำเลยเอาอาวุธปืนจ่อที่ใต้หูขวาของผู้ตายเพื่อจะขู่ผู้ตายไม่ให้หลบหนีให้ไปขึ้นรถไปกับจำเลยแทนการที่จำเลยไม่ได้จับกุมหญิงโสเภณี เมื่อผู้ตายพายามจะวิ่งไปหานายตุ้ยแล้วจำเลยฉุดมือผู้ตายไว้ ในช่วงนั้นนิ้วมือของจำเลยอยู่ที่ไกปืน เมื่อมีการฉุดกันทำให้จำเลยเสียหลักนิ้วมือจึงถูกไกปืนเป็นเหตุให้อาวุธปืนลั่นขึ้นโดยจำเลยไม่ได้เจตนาฆ่าผู้ตาย แต่การที่จำเลยขู่ผู้ตายโดยเอาปากกระบอกปืนจ่อที่ใต้หูขวาของผู้ตายเช่นนั้นนิ้วมือของจำเลยอาจไปถูกไกปืนเป็นเหตุให้อาวุธปืนลั่นขึ้นได้ ดังนั้นการที่อาวุธปืนลั่นขึ้นครั้งนี้จึงเป็นการกระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะของจำเลยจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์และจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่

การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดยประมาทอันเป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง แต่ข้อแตกต่างมิใช่ข้อสาระสำคัญและทั้งจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ซึ่งศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหาดังกล่าวตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192วรรคสองและวรรคสาม ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ลงโทษจำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2.

Matter details

Panel of judges
มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · พรชัย สมรรถเวช
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7581/2561

การที่จำเลยที่ 3 มีหน้าที่โดยตรงในการควบคุมและดูแลความปลอดภัยของผู้ต้องหาแต่ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากเหตุอันสมควร จึงเป็นการกระทำโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลคือ อันตรายที่อาจเกิดขึ้…

Supreme Court Judgment No. 917/2530

จำเลยใช้อาวุธปืนตีศีรษะ ว. ได้รับบาดเจ็บ แต่ปืนลั่นกระสุนปืนถูก ด.และส. ดังนี้มิใช่ผลของการกระทำพลาดไปถูกด.และส. ตาม ป.อ. มาตรา 60 การที่กระสุนปืนลั่นเป็นเพราะความประมาทของจำเลยเป็นเหตุให้ ด.ตายและส.…

Supreme Court Judgment No. 2483/2528

จำเลยใช้อาวุธปืนขู่ผู้ตายมิให้เอาถ่านมาป้ายหน้าจำเลย โดยจำเลยไม่รู้ว่าอาวุธปืนนั้นมีกระสุนปืนบรรจุอยู่ฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย จำเลยไม่มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นแต่การที่จำเลยใช้อาวุธปืนซึ่งเป็นอ…

Supreme Court Judgment No. 1961/2528

การวิวาทหมายถึงการสมัครใจเข้าต่อสู้ทำร้ายกันคำพูดของจำเลย ที่ว่าการย้ายตำรวจต้องมีขั้นตอนต้องมีคณะกรรมการอย่าไปเชื่อให้มากนัก เป็นเพียงการแสดงความเห็นในการสนทนาเท่านั้น มิได้มีข้อความใด ที่เป็นการท้าท…

Supreme Court Judgment No. 5893/2567

พฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมเข้าใจว่าจำเลยเป็น ห. จึงร้องถามว่าใช่ ห. หรือไม่ ผิดวิสัยของคนร้ายที่จะไม่ส่งเสียงให้เหยื่อรู้ตัวก่อนลงมือกระทำผิด ต่อมาเมื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยพบกันอีกครั้งก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up