Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1953/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่ดินทั้ง 31 แปลง ที่ผู้ร้องนำยึดมีราคาประเมินเพียง 1,274,375 บาท และผู้ร้องอายัดเงินฝากของจำเลยไว้อีก 561,353.06 บาท รวมแล้วไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งให้จำเลยชำระเงินจำนวน 11,371,855 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่ผู้ร้องโดยสิ้นเชิง ถือได้ว่าผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระหนี้ได้จากทรัพย์สินอื่นของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคสอง ชอบที่ศาลจะอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยทรัพย์ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระเงินจำนวน 4,745,959 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 3,000,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2541 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระ ต่อมาวันที่ 25 มิถุนายน 2541 โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์ของจำเลย เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากของจำเลยซึ่งฝากไว้ต่อธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาเพชรบุรี ตามบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เลขที่ 79-11-00561-1 จำนวน 4,199,064.08 บาท

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์จากเงินฝากของจำเลยที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดไว้ดังกล่าว โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง จำเลยยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ในวันนัดไต่สวน ทนายความผู้ร้องแถลงรับว่า ผู้ร้องนำยึดที่ดินของจำเลย 31 แปลง ตามคำคัดค้านของโจทก์จริง แต่ที่ดินดังกล่าวมีราคาประเมินไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษาและผู้ร้องได้ขออายัดเงิน 561,353.06 บาท ของจำเลย ที่ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเพชรบุรี ทนายความโจทก์และจำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงเรื่องราคาประเมินที่ดิน 31 แปลง ที่ผู้ร้องนำยึดไว้แล้ว คู่ความทุกฝ่ายแถลงไม่ติดใจสืบพยาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ในเงิน 4,576,292.28 บาท ที่โจทก์อ้างอายัดไว้ในคดีนี้ได้เพียงไม่เกินจำนวนหนี้ที่ผู้ร้องยังได้รับชำระไม่ครบในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1885/2541 ของศาลชั้นต้น

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์หรือไม่ ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคสอง บัญญัติว่า "ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามคำขอเช่นว่ามานี้ เว้นแต่ศาลเห็นว่าผู้ยื่นคำขอไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา" เห็นว่า คดีนี้ไม่มีการไต่สวนพยานของคู่ความ โดยในวันนัดไต่สวน ทนายโจทก์ ทนายจำเลย และทนายผู้ร้องแถลงรับข้อเท็จจริงกันดังนี้ ทนายโจทก์และทนายจำเลยแถลงรับว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลย ทนายผู้ร้องแถลงรับว่าได้ยึดที่ดินของจำเลยจำนวน 31 แปลง ตามคำร้องคัดค้านของทนายโจทก์ไว้จริง และอยู่ในระหว่างการขายทอดตลาด นอกจากนี้ผู้ร้องยังอายัดเงินจำนวน 561,353.06 บาท ของจำเลยที่ธนาคารนครหลวงไทย

จำกัด สาขาเพชรบุรี ขณะนี้ขอรับเงินจากเจ้าพนักงานบังคับคดี ส่วนที่ดินที่ผู้ร้องยึดไว้ 31 แปลง ราคาประเมินที่ดินทั้ง 31 แปลง ยังไม่พอกับหนี้ที่จำเลยเป็นผู้ร้องอยู่ ทนายโจทก์และทนายจำเลยดูราคาประเมินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินแล้วแถลงรับข้อเท็จจริงเรื่องราคาประเมินที่ดินทั้ง 31 แปลง แล้วทนายโจทก์ ทนายผู้ร้อง และทนายจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยานและขอให้ศาลชี้ขาดตามที่คู่ความแต่ละฝ่ายแถลง ดังนี้ เท่ากับคู่ความทุกฝ่ายประสงค์ให้ศาลวินิจฉัยคดีตามข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฏตามคำแถลงรับนี้เท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่ดินทั้ง 31 แปลง ที่ผู้ร้องนำยึดมีราคาประเมินเพียง 1,274,375 บาท และผู้ร้องอายัดเงินฝากของจำเลยไว้อีก 561,353.06 บาท

รวมแล้วไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 11,371,855 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่ผู้ร้องโดยสิ้นเชิง ถือได้ว่าผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระหนี้ได้จากทรัพย์สินอื่นของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้นแล้ว ชอบที่ศาลจะอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยทรัพย์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกคำร้องขอของผู้ร้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น

Result

พิพากษากลับว่า อนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยทรัพย์ในเงินฝากของจำเลยที่โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดไว้ตามส่วนเฉลี่ยหนี้ของแต่ละฝ่าย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.

Matter details

Panel of judges
มนตรี ยอดปัญญา · สบโชค สุขารมณ์ · ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล
Lower court
ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายสมหวัง วิริยะผล
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายธงชัย จันทร์วิรัช
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2159/2567

ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาอ้างว่า คำร้องขอเพิกถอนการบังคับคดีกับคำร้องของดการบังคับคดีที่จำเลยทั้งสี่ยื่นต่อศาลชั้นต้นถือเป็นคำร้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 295 วรรคหนึ่งและวรรคสาม ซึ่งชอบที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะงดก…

Supreme Court Judgment No. 476/2562

ในการขอเฉลี่ยทรัพย์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 (เดิม) มีประเด็นคือผู้ขอเฉลี่ยทรัพย์ไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งผู้ขอเฉลี่ยทรัพย์ต้องพิสูจน์ให้ได้ในขณะยื่นคำขอ เมื่อผู้ร้องเค…

Supreme Court Judgment No. 401/2561

แม้ผู้ร้องจะมิได้ร้องขอให้บังคับคดีในคดีที่ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาภายในสิบปี อันทำให้สิ้นสิทธิในการบังคับคดีดังกล่าวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) แต่อย่างไรก็ดี ทรัพย์สิทธิจำนองของผู้ร้องยังคงอ…

Supreme Court Judgment No. 6278/2560

แม้ขณะผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ คดีของศาลแพ่งซึ่งมีคำสั่งให้ทรัพย์พิพาทตกเป็นของแผ่นดินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2522 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง ยังไม่ถึงที่สุดก็ตาม แต่ตราบใด ที่ยังไม่…

Supreme Court Judgment No. 15326/2558

ป.วิ.พ. มาตรา 290 มิได้บัญญัติไว้ว่าศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้เฉลี่ยทรัพย์ได้จะต้องมีการประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ก่อน จึงแปลความได้ว่าแม้เจ้าพนักงานบังคับคดีจะมิได้มีคำสั่งประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ที่เจ้าหนี้ตา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up