คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันฆ่านายสนิทตายโดยเจตนา ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙, ๖๓ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยกระทำผิดจริง แต่เป็นเพียงความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๑ จึงพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสามมาตรา ๒๕๑ โจทก์,
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า นายโถจำเลยผู้เดียวฆ่านายสนิทตาย จึงพิพากษาแก้ว่านายโถจำเลยผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙ เฉพาะตัวนายเคลีย นายแฉล้มให้ยกฟ้อง โจทก์และนายโถ จำเลยฏีกา แต่ภายหลังนายโถหลบหนีเรือนจำไป จึงจำหน่ายคดีส่วนตัวนายโถเสีย ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว คดีนี้มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิฎีกาขอให้ลงโทษนายแฉล้มนายเคลียจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาตามฟ้องของโจทก์หรือไม่ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า แม้ศาลชั้นต้นจะได้พิพากษาลงโทษนายแฉล้มนายเคลียเพียงฐานสมคบกับนายโถฆ่านายสนิทตายโดยไม่เจตนา ก็ดี ก็ยังเป็นการยืนยันว่า จำเลยทั้ง ๒ คนนี้ได้กระทำความผิดในคดีนี้ที่โจทก์ฟ้อง และลงโทษมา แต่ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดว่า จำเลยทั้ง ๒ คนไม่มีความผิด คดีเฉพาะตัวจำเลยทั้ง ๒ คนนี้ ได้ชื่อว่า
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์จึงมีสิทธิฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้องของโจทก์ได้ ส่วนข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง
Result
จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ว่า นายแฉล้มนายเคลีย จำเลยผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๒๔๙ ฯ