คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 บุตรผู้เยาว์ของจำเลยที่ 2และที่ 3 ใช้ด้ามจอบตีศีรษะโจทก์อย่างแรง เป็นเหตุให้ศีรษะโจทก์แตก กะโหลกศีรษะยุบลงถึงสมองขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 30,000 บาทจำเลยให้การต่อสู้คดีศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 29,416 บาท แก่โจทก์จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จตำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 23,416 บาท แก่โจทก์จำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นบิดามารดาของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เยาว์ จะต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ในผลของการละเมิดของจำเลยที่ 1 หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า
จำเลยที่ 1 ไปรับจ้างทำงานในจังหวัดนครราชสีมาและได้ทำร้ายร่างกายโจทก์ โดยในระหว่างนั้นจำเลยที่ 2 และที่ 3 อยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ เห็นว่ากรณีอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429กล่าวคือจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นบิดามารดาจะต้องพิสูจน์ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้นแต่จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำสืบได้ความเพียงว่า จำเลยที่ 1ไปรับจ้างทำงานในจังหวัดนครราชสีมาโดยจำเลยที่ 2 และที่ 3ไม่ได้ตามไปอยู่ด้วยเท่านั้น มิได้พิสูจน์ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น จำเลยที่ 2 และที่ 3จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 1ตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้วฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน.