Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1903/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเขียนวันที่ ชื่อและที่อยู่ของจำเลย กับลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ในสัญญากู้แล้วมอบไว้แก่โจทก์ เมื่อมีการกรอกข้อความอื่นๆ รวมทั้งจำนวนเงินกู้ลงในสัญญากู้ในภายหลังโดยจำเลยมิได้รู้เห็นยินยอม สัญญากู้ดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอมและถือได้ว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินที่จะฟ้องบังคับจำเลยได้ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญากู้จำนวน 105,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 60,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า สัญญากู้เป็นเอกสารปลอม จำเลยไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องคดีนี้ จึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 60,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2537 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2537 จนถึงวันฟ้องต้องค้างชำระไม่เกิน 5 ปี และไม่เกินจำนวน 45,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่าจำเลยได้ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิดตามสัญญากู้ดังกล่าวหรือไม่ จำเลยอ้างว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ทำพร้อมกับสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ย. 1078/2542 ของศาลชั้นต้นโดยทำเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2537 ทั้งสองฉบับ สำหรับสัญญากู้ตามเอกสารหมาย จ.2 จำเลยเขียนวันที่เป็นวันที่ 12 ตุลาคม 2537 เขียนชื่อและที่อยู่ของจำเลย กับลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ ส่วนข้อความอื่นๆ ไม่ได้ลงไว้ โดยในวันดังกล่าวจำเลยขอกู้เงิน 10,000 บาท แต่ได้รับจริงเพียง 8,000 บาท และต้องทำสัญญากู้ให้ไว้ 2 ฉบับ

ดังกล่าว โดยจำเลยไม่ได้กู้และไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ต่อมานางสาวจันทรา เหลืองอ่อน นำสัญญากู้ฉบับแรกตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 มาฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ย. 1078/2542 ของศาลชั้นต้น ส่วนคดีนี้ได้มีการนำสัญญากู้ฉบับที่สองซึ่งอยู่ที่โจทก์มาแก้ไขวันที่จากวันที่ 12 เป็นวันที่ 18 ตุลาคม 2537 และปลอมลายมือชื่อจำเลยเซ็นกำกับไว้ รวมทั้งกรอกข้อความอื่นๆ ในสัญญาแล้วนำมาฟ้องบังคับจำเลยให้รับผิด เห็นว่า ตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 มีการแก้ไขวันที่เป็นวันที่ 18 จริง โดยลายมือชื่อที่เซ็นกำกับไว้ไม่เหมือนกับลายมือชื่อของจำเลยในช่องผู้กู้ เจือสมกับข้ออ้างของจำเลยที่ว่าได้ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2537 ในสัญญากู้ทั้งสองฉบับ แต่มีการแก้ไขวันที่ในสัญญากู้ฉบับที่สอง ซึ่งคงเป็นเพราะไม่ต้องการให้เห็นพิรุธว่าจำเลยว่าจำเลยทำสัญญากู้ในวันเดียวกันให้โจทก์ถึงสองฉบับโดยมีจำนวนเงินกู้และเงื่อนไขอื่นๆ

ตรงกันทั้งสองฉบับนั่นเอง ทั้งนี้ได้ความว่าจำเลยเป็นพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ประจำตำแหน่งมีเงินเดือนเพียงเดือนละ 7,000 บาทเศษ เท่านั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าหนี้รายใดจะยอมให้จำเลยกู้เงินไปในวันเดียวกันถึงสองครั้งเป็นเงินครั้งละ 60,000 บาท กำหนดชำระเงินคืนภายใน 1 ปี เหมือนกัน โดยไม่ปรากฏว่าได้รู้จักคุ้นเคยกันมาก่อนและไม่มีการวางหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือมีบุคคลค้ำประกันแต่อย่างใด โจทก์เองก็ไม่ได้มาเบิกความให้เห็นถึงความเป็นไปของการกู้เงินรายนี้ตลอดจนเหตุผลที่ให้จำเลยกู้เงินจำนวนมากจนเกินขีดความสามารถของจำเลยที่จะชำระคืนได้ในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ทั้งที่โจทก์มีอาชีพออกเงินกู้ดังที่ได้ความจากนายสมชาย ยุรยงค์ พยานโจทก์ซึ่งเป็นสามีโจทก์

อนึ่งทั้งนายสมชายและนางสาวจันทราเป็นผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโจทก์โดยเป็นสามีและบุตรสาวโจทก์ ย่อมต้องเบิกความเข้าข้างโจทก์เป็นธรรมดา จึงมีน้ำหนักน้อย พฤติการณ์แห่งคดีน่าเชื่อว่าได้มีการกรอกข้อความอื่นๆ รวมทั้งจำนวนเงินกู้ลงในสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ที่จำเลยลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ไว้แล้วในภายหลังโดยจำเลยมิได้รู้เห็นยินยอมจริงดังที่จำเลยนำสืบ สัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 จึงเป็นเอกสารปลอมและถือได้ว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานแห่งการกู้ยืมที่จะฟ้องบังคับจำเลยได้ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรับผิดชำระหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"

Result

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
วิเชียร มงคล · กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3622/2568

เนื้อหาที่โจทก์และจำเลยสนทนากันทางแอปพลิเคชันไลน์นั้นไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าการโอนเงิน 100,000 บาท เป็นการให้กู้ยืมเงิน แม้การสนทนากันดังกล่าวเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็ก…

Supreme Court Judgment No. 893/2568

แม้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แต่เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 เป็นตารางจ่ายเงินกู้ระบุยอดเงินกู้ 730,000 บาท ชำระเงินต้นงวดละ 29,200…

Supreme Court Judgment No. 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

Supreme Court Judgment No. 2162/2567

แม้จำเลยให้การรับว่าได้รับเงินโอนจากโจทก์แล้วทั้งยี่สิบครั้งและพิมพ์คำว่า "ตกลง" ในโปรแกรมไลน์ (LINE) ตามที่โจทก์ให้พิมพ์ แต่การรับของจำเลยเป็นการรับตามที่ปรากฏในฟ้องเท่านั้น จำเลยยังมีข้อต่อสู้ว่าการ…

Supreme Court Judgment No. 1650/2567

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้จำนวน 200,000 บาท ตามหนังสือสัญญากู้เงิน จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินจากโจทก์เพียง 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน หักดอกเบี้ยล่วงหน้า ได้รับเงินกู้เพียง 45,…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up