เนื้อความคำพิพากษา
คดีนี้โจทก์ฟ้องมีใจความว่าจำเลยบุกรุกที่ดิน ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามและแต่งให้หลวงวินิจสาลีเป็นทนายว่าต่างจำเลยให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ยื่นฟ้องอุทธรณ์ แต่ลงชื่อนายเคลือบ มานุชานนท์ ทนายผู้อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับ ครั้นคดีมาถึงศาลอุทธรณ์ ฯ พิพากษายกอุทธรณ์เพราะนายเคลือบ มานุชานนท์ ไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทนายโจทก์โจทก์ฎีกาว่าการที่ไม่ปรากฎต่อศาลอุทธรณ์ว่าได้มีการแต่งตั้งนายเคลือบเป็นทนายอาจไม่ใช่ความผิดของโจทก์เพราะนายเคลือบได้เข้าว่าความตลอดมาจนเสร็จสำนวน กับฎีกาข้อเท็จจริงขอให้โจทก์ชนะคดีศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับเฉพาะข้อที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่านายเคลือบไม่มีอำนาจลงชื่อในอุทธรณ์ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของโจทก์ลงวันที่ 8 ก.พ. 99 ขอให้มีการสอบสวนรับรองว่านายเคลือบมีอำนาจลงชื่อในอุทธรณ์ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้วปรากฏว่านายเคลือบ
มานุชานนท์ได้ซักค้านพยานโจทก์จำเลยตั้งแต่การเริ่มพิจารณาจนเสร็จสำนวนต่อมาศาลพิพากษาให้โจทก์แพ้แล้วก็ได้ยื่นฟ้องอุทธรณ์แต่มิได้มีการตั้งทนายไว้ ศาลชั้นต้นก็ได้สั่งรับอุทธรณ์ส่งมาศาลอุทธรณ์เช่นนี้ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่ามิได้มีการประวิงความหรือทำการเอาเปรียบในเชิงคดีอย่างไรหากเป็นไปด้วยความพลั้งเผลอหรือด้วยเหตุอื่น แม้จะเป็นการปฏิบัติผิดบทบัญญัติแห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ก็เป็นการสมควรที่ศาลจะอนุญาตให้ทำเสียให้ถูกต้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 แต่ปรากฎว่าโจทก์ได้แต่งนายเคลือบเป็นทนายแล้วในวันที่ยื่นฎีกาจึงพอให้ถือว่าการพิจารณาและการอุทธรณ์เป็นการชอบแล้วเหตุนี้จึง
Result
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ถูกตามรูปความ