คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ตกลงกับบริษัทสุวรรณเทรดดิ้ง จำกัด ผู้รับประทานบัตรซึ่งสิ้นอายุ ขอดำเนินการต่อ แล้วโจทก์ได้ยื่นเรื่องราวขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ในที่ดินต่อทรัพยากรธรณีฯ ทรัพยากรธรณีฯ ไต่สวนแล้วทำรายงานว่า เขตที่ดินที่ขอประทานบัตรมิได้ทับที่ของราษฎรและเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ได้ออกประกาศเรื่องราว จำเลยกลับร้องคัดค้านว่าติดที่ดินจำเลย ๑๐ ไร่เศษ เป็นเหตุให้ทรัพยากรธรณีฯ งดดำเนินเรื่องราวของโจทก์ ทั้งนี้เนื่องจากหลังจากเจ้าพนักงานไปรังวัดปักท่อเหล็กและทำรายงานการไต่สวนแล้ว จำเลยได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินนั้นราว ๑๐ ไร่เศษ แล้วปลูกมะพร้าวเพื่อหาเหตุมาร้องคัดค้านเพื่อจะเรียกเอาประโยชน์ตอบแทนจากโจทก์โดยมิชอบ
ขอให้พิพากษาให้จำเลยถอนคำร้องคัดค้านการขอประทานบัตรของโจทก์ และขับไล่จำเลย ฯลฯ จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยมีสิทธิครอบครองที่พิพาทและคดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เพียงแต่เป็นผู้ยื่นเรื่องราวขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ดีบุกในที่พิพาท ทางราชการยังไม่ได้อนุมัติ โจทก์ไม่เคยครอบครองที่พิพาทมาก่อน ไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะห้ามปรามจำเลยมิให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดิน จะอาศัยสิทธิของบริษัทสุวรรณฯ ก็ไม่ได้ เพราะสิทธินั้นขาดอายุความแล้ว พิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาต่อมา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การดำเนินการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่นั้นเป็นสิทธิอย่างหนึ่งของโจทก์ เมื่อโจทก์ใช้สิทธิดังนั้นแล้ว หากผู้ใดเข้ามาคัดค้านขัดขวางทำให้การดำเนินไปตามสิทธินั้น ๆ ต้องหยุดชะงักลงแล้วนี้ย่อมอาจเป็นการละเมิดต่อโจทก์ได้อย่างหนึ่ง ดังที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๐ บัญญัติไว้ ทั้งนี้ย่อมแล้วแต่ว่าการคัดค้านขัดขวางนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่ชอบก็เป็นละเมิด แต่ตามข้อหาที่โจทก์หาว่าจำเลยทำโดยมิชอบ ดังนี้ศาลชั้นต้นยังมิได้ทำการพิจารณาไปแต่ประการใด ซึ่งถ้าหากในที่สุดฟังได้ว่าจำเลยเข้ามาคัดค้านโดยมิชอบจนทำให้การดำเนินการให้ประทานบัตรแก่โจทก์ต้องหยุดชะงักลง โจทก์ก็ชอบที่จะฟ้องขอให้ห้ามหรือให้จำเลยถอนคำคัดค้านนั้นเสียได้ แต่สิทธิของโจทก์เท่าที่กล่าวไว้ในคำฟ้องนั้น
แสดงว่าโจทก์ยังไม่มีสิทธิอะไรไปถึงตัวที่ดินที่ขอประทานบัตรไว้ นับว่าโจทก์ยังไม่มีเหตุอะไรที่ได้รับการโต้แย้งจากจำเลยในกรณีที่เกี่ยวข้องกับตัวที่ดินนั้นโดยตรงโจทก์จึงยังไม่ชอบที่จะฟ้องจำเลยในเหตุส่วนนี้ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ส่วนข้อที่จำเลยคัดค้านไว้ในคำให้การว่า โจทก์ฟ้องคดีละเมิดเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี คดีได้ขาดอายุความฟ้องร้องไปแล้วนั้น เห็นว่าอายุความตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ ได้บัญญัติไว้เป็นพิเศษสำหรับในเรื่องละเมิดนี้ หมายถึงการฟ้องเรียกเอาค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดเท่านั้น ส่วนในเรื่องนี้เป็นการฟ้องขอให้ระงับหรือเพิกถอนการทำละเมิดที่ยังมีอยู่ มิใช่เป็นการเรียกเอาค่าเสียหาย คดีจึงยังไม่ขาดอายุความตามที่จำเลยยกขึ้นกล่าวตัดฟ้องไว้
Result
พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่าง ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาฟ้องของโจทก์ในประเด็นที่หาว่าจำเลยเข้ามาคัดค้านการขอประทานบัตรของโจทก์โดยไม่ชอบนั้นต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ ส่วนเรื่องขอให้ขับไล่จำเลย คงเป็นอันให้ยกฟ้องดังศาลล่างพิพากษามาแล้ว