คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ ในฐานะส่วนตัวได้ขอซื้อรถยนต์โตโยต้าคราวน์ ๓ คันจากโจทก์โดยระบบเช่าซื้อ จำเลยที่ ๒ ได้ชำระเงินมัดจำรถยนต์คันละ ๒๕,๐๐๐ บาทให้โจทก์ โดยสั่งจ่ายเป็นเช็คฉบับละ ๕,๐๐๐ บาทหลายฉบับต่อมาได้สั่งจ่ายเช็คเลขที่ ๐๖๕๘๙๔ และ ๐๖๕๘๙๕ ฉบับละ ๕,๐๐๐ บาทมอบให้โจทก์แทนเช็คฉบับก่อน เช็คสองฉบับนี้จำเลยที่ ๒ ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการจำเลยที่ ๑ ได้ลงนามเป็นผู้สั่งจ่ายแทนจำเลยที่ ๑ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็คให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๒ ต้องจ่ายเงินค่าประกันภัยรถที่เช่าซื้อจากโจทก์คันละ ๕,๐๐๐ บาท ให้โจทก์เป็นผู้ไปประกันแล้วจะเอาสัญญาประกันภัยมามอบให้จำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ จึงจ่ายเช็คของจำเลยที่ ๑ ให้โจทก์ไป ๖ ฉบับ ๆ ละ ๕,๐๐๐ บาท โจทก์นำเช็ค ๔ ฉบับเบิกเงินจากธนาคารไปแล้ว แต่ไม่นำสัญญาประกันภัยมาให้จำเลยที่ ๒ ตามข้อตกลง จำเลยที่ ๒ จึงไม่นำเงินเข้าบัญชีของจำเลยที่ ๑ จำเลยถูกตำรวจเรียกตัวไป แต่ตกลงกันได้ โดยจำเลยที่ ๒ จ่ายเงินให้โจทก์ตามเช็คสองฉบับนั้น ๔,๐๐๐ บาท อีก ๖,๐๐๐ บาท จะจ่ายให้ภายใน ๓ วันโจทก์มิได้ประกันภัยและส่งมอบสัญญาประกันภัยรถยนต์ให้จำเลยที่ ๒ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ฟ้องแย้งขอให้โจทก์คืนเงิน ๒๔,๐๐๐ บาทให้จำเลยที่ ๒
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเกี่ยวแก่ฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๒ ว่า ฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๒ เป็นเรื่องประกันภัยไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมไม่รับคำฟ้องแย้ง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ว่า ฟ้องแย้งเกี่ยวกับคำฟ้องเดิมขอให้รับคำฟ้องแย้ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกาต่อมา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า เงิน ๒๔,๐๐๐ บาท ที่จำเลยฟ้องแย้งเรียกคืนนี้เป็นเงินที่จำเลยที่ ๒ อ้างว่า เนื่องมาจากจำเลยที่ ๒ จ่ายเป็นเช็คให้โจทก์เกี่ยวกับการที่จำเลยที่ ๒ เช่าซื้อรถไปจากโจทก์ โดยเป็นเงินที่จำเลยที่ ๒ จ่ายเป็นค่าประกันภัยรถที่เช่าซื้อจากโจทก์คำฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๒ จึงเกี่ยวข้องกับฟ้องเดิม
Result
พิพากษาว่า ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้น และคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๒ ไว้พิจารณา