คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗, ๒๖, ๗๕, ๗๖, ๑๐๒, ๑๐๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗, ๒๖, ๗๕, ๗๖, ๑๐๒, ๑๐๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗, ๒๖, ๗๕ ของกลางริบ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ ฐานมีกัญชาแห้งไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอีกกระทงหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยปลูกกัญชาจำนวน ๑๖ ต้นและมีกัญชาสด ๑๖ ต้นหนัก ๑๖ กิโลกรัม กับมีกัญชาแห้ง ๓ ต้นหนัก ๑ กิโลกรัมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง คดีมีปัญหาตามที่จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมซึ่งต้องลงโทษทุกกรรมหรือไม่ เห็นว่า สำหรับกัญชาสดจำนวน ๑๖ ต้นที่จำเลยมีไว้ในครอบครองนั้น เป็นกัญชาจำนวนเดียวกับกัญชาที่จำเลยปลูกนั่นเอง กัญชาจำนวนนี้จึงเป็นผลที่เกิดจากการผลิตกัญชาโดยการปลูกของจำเลยซึ่งมีได้มีการกระทำอย่างใดอันมีลักษณะเป็นการกระทำให้ได้กัญชาจำนวนนี้ไว้ในครอบครองขึ้นอีก ฉะนั้น ในส่วนกัญชา ๑๖ ต้นนี้การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท สำหรับกัญชาแห่งอีก ๓ ต้น เป็นกัญชาอีกส่วนหนึ่งที่จำเลยมีไว้ในครอบครองซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการปลูกกัญชา๑๖ ต้นเลย การกระทำของจำเลยส่วนนี้จึงเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากฯฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
Result
พิพากษายืน