Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1810/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 74 บัญญัติเฉพาะในเรื่องริบของกลางอันได้มาหรือมีไว้เนื่องจากการกระทำผิดแต่ในเรื่องที่มีผู้มาร้องขอให้สั่งคืนของกลางที่ศาลสั่งริบไปแล้ว พระราชบัญญัติป่าไม้ดังกล่าวไม่มีบทบัญญัติไว้เป็นพิเศษ จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ประกอบด้วยมาตรา 17 ซึ่งเป็นบททั่วไป ดังนั้น แม้ศาลจะฟังว่าถ่านของกลางได้มาจากการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ และได้สั่งริบไปแล้ว ผู้ร้องซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของเป็นบุคคลภายนอกคดี ไม่มีโอกาสต่อสู้คดีกับโจทก์ ย่อมใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ที่จะร้องขอให้ศาลสั่งคืนของกลางแก่ผู้ร้องได้ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคืนถ่านของกลาง โดยอ้างแต่เพียงว่าถ่านของกลางที่ศาลสั่งริบเป็นของผู้ร้องเท่านั้น มิได้อ้างว่าไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด เป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ศาลจะสั่งคืนของกลางให้แก่ผู้ร้องไม่ได้ ต้องยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 Section 74 ป.อ. Section 17 ป.อ. Section 36

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหากระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ แต่ให้ริบถ่าน ๑๘๐ กระสอบของกลางที่ได้มาโดยการกระทำผิด นายเซียงฮวด แซ่เอี๊ยบ จึงยื่นคำร้องว่าถ่านของกลางที่ศาลสั่งริบเป็นของผู้ร้อง โดยผู้ร้องเป็นนายจ้างของจำเลยได้มอบให้จำเลยนำไปขาย ขอให้คืนถ่านของกลางแก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นสั่งว่า ถ่านของกลางเป็นถ่านที่ได้มาโดยการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ซึ่งศาลสั่งริบไปแล้ว จะสั่งคืนไม่ได้ให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นมิได้ไต่สวนคำร้องขอคืนถ่านของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ เป็นการไม่ถูกต้องพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๗๔ เป็นบทบัญญัติในเรื่องริบของกลางอันได้มาหรือมีไว้เนื่องจากการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้ เมื่อมีผู้มาร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบไปแล้วพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ไม่มีบทบัญญัติไว้เป็นพิเศษ จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ ประกอบด้วยมาตรา ๑๗ ซึ่งเป็นบทบัญญัติทั่วไป นอกจากนี้แม้ศาลจะฟังว่าถ่านของกลางได้มาจากการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้และได้สั่งริบไปแล้วก็ดี แต่ผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกไม่มีโอกาสต่อสู้คดีกับโจทก์ ผู้ร้องซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของย่อมใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ ที่จะร้องขอให้ศาลสั่งคืนถ่านของกลางแก่ผู้ร้องได้แต่ศาลฎีกาเห็นว่า

ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างแต่เพียงว่าถ่านของกลางที่ศาลสั่งริบเป็นของผู้ร้องเท่านั้น โดยมิได้อ้างว่ามิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดเป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๘๖/๒๕๑๖ ศาลไม่อาจที่จะสั่งคืนของกลางแก่ผู้ร้องได้ จึงไม่จำเป็นต้องไต่สวนคำร้องของผู้ร้องต่อไป

Result

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

Matter details

Panel of judges
ยงยุทธ เลอลภ · กฤษณ์ โสภิตกุล · อุดม จาละ
Lower court
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายประดิษฏ์ ก้อนทอง
ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2498/2531

การมีถ่านไม้อันเป็นของป่าหวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มิใช่การกระทำอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯมาตรา 11,48,54 และ 69 รถยนต์ของกลางซึ่งใช้เป็นยานพาหนะขนถ่านไม้ดังกล่าวจึงไม่อยู่ในข่า…

Supreme Court Judgment No. 3118/2528

รถยนต์ของกลางที่จำเลยใช้บรรทุกไม้ฟืนซึ่งเป็นของป่าหวงห้ามเกินปริมาณที่กฎหมายอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 29 ทวิ นั้น ศาลจะสั่งให้ริบตามพระราชบัญญัติป่าไม…

Supreme Court Judgment No. 1786/2517

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ผู้ที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สินที่ศาลสั่งริบ(ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ)ต้องเป็นเจ้าของอันแท้จริงในทรัพย์สินนั้น เมื่อผู้ร้องเป็นเพียงผู้เช่าซื้อไม่ใช่เจ้าของแท้จริง…

Supreme Court Judgment No. 908/2568

โจทก์มิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35 วรรคสอง โดยครบถ้วนจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการคืนทรัพย์สินตามความในมาตรา…

Supreme Court Judgment No. 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up