Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 18055/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความผิดฐานลักทรัพย์เกิดขึ้นที่บริษัทผู้เสียหายซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบางโปรง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ต่อมามีการนำเช็คที่ถูกลักไปเข้าบัญชีของ ป. ที่ธนาคาร ก. สาขาสมุทรปราการ ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ เพื่อเรียกเก็บเงินจากบัญชีเงินฝากของบริษัทผู้เสียหายที่ธนาคาร ก. สาขาปู่เจ้าสมิงพราย ตั้งอยู่ที่ตำบลสำโรงใต้ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งอยู่ในอำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสำโรงใต้ กรณีจึงเป็นความผิดต่อเนื่องและกระทำต่อเนื่องกันในท้องที่ต่าง ๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป รวมทั้งเป็นความผิดซึ่งมีหลายกรรม กระทำลงในท้องที่ต่าง ๆ กัน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 19 (3) (4) ซึ่งพนักงานสอบสวนในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดที่เกี่ยวข้องมีอำนาจสอบสวนได้ เมื่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสำโรงใต้เป็นผู้รับคำร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสำโรงใต้จึงมีอำนาจสอบสวนและโอนการสอบสวนให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ เป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวนต่อไป เมื่อจับจำเลยได้ตามหมายจับ การสอบสวนดังกล่าวจึงเป็นการสอบสวนที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 264, 266, 268, 335 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาเช็ค 1 ฉบับ ราคา 15 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าว

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก, 226 (4), 268 วรรคแรก, 335 (7) วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันลักทรัพย์ จำคุก 2 ปี ฐานร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ลงโทษฐานร่วมกันใช้เอกสารปลอมแต่เพียงกระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 3 ปี รวมจำคุก 5 ปี คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาเช็คเป็นเงิน 15 บาท แก่ผู้เสียหาย คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า คดีไม่มีเหตุบรรเทาโทษ จึงไม่ลดโทษให้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในส่วนที่จำเลยไม่ได้ฎีกาโต้แย้งว่า นายสมภพ เป็นพนักงานส่งเอกสารของบริษัทฮีดากาโยโก เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้เสียหายซึ่งดูแลระบบการเงินและบัญชีของบริษัทฮีดากา รีไซเคิล อ๊อฟ เอเชีย จำกัด และบริษัทในเครือ นายสมภพลักแบบพิมพ์เช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาปู่เจ้าสมิงพราย เลขที่ 3200341 ของบริษัทฮีดากา รีไซเคิล อ๊อฟ เอเชีย จำกัด ซึ่งอยู่ในครอบครองของผู้เสียหายและต่อมามีผู้นำเช็คฉบับดังกล่าวซึ่งระบุจำนวนเงิน 850,035 บาท ลงวันที่สั่งจ่ายและปลอมลายมือชื่อนายยาซูโอะ ผู้มีอำนาจลงนามในเช็คสั่งจ่ายเงินให้แก่นายประดิษฐ์พงษ์ ฝากเข้าบัญชีของนายประดิษฐ์พงษ์ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาสมุทรปราการ เพื่อเรียกเก็บเงินแทนและธนาคารตามเช็คหลงเชื่อว่า เป็นเอกสารที่แท้จริงจึงโอนเงินตามเช็คเข้าบัญชีเงินฝากของนายประดิษฐ์พงษ์และมีการถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากในเวลาต่อมา

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยข้อแรกตามฎีกาจำเลยว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่คัดค้านว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนและบริษัทผู้เสียหายไม่มีอำนาจร้องทุกข์ เนื่องจากเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยได้ยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีต่อศาลชั้นต้นอ้างว่า เหตุคดีนี้เกิดขึ้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งอยู่ในอำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ ที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสำโรงใต้รับคำร้องทุกข์และต่อมาได้โอนการสอบสวนไปให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการสอบสวน จึงเป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

รวมทั้งทนายจำเลยยังได้ถามค้านพนักงานสอบสวนพยานโจทก์เกี่ยวกับขั้นตอนการสอบสวนดังกล่าว และจำเลยยังยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดในปัญหาข้อกฎหมายเรื่องผู้เสียหาย โดยศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยข้อคัดค้านของจำเลยทั้งสองข้อดังกล่าวไว้ในคำพิพากษา ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยโดยเหตุผลว่า เป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคหนึ่ง ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้นและศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาทั้งสองข้อดังกล่าวโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาพิพากษา สำหรับปัญหาข้อแรกเรื่องเขตอำนาจสอบสวนนั้น เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นที่ยุติว่า

ความผิดฐานลักทรัพย์เกิดขึ้นที่บริษัทผู้เสียหายซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบางโปรง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ต่อมามีการนำเช็คฉบับดังกล่าวไปเข้าบัญชีของนายประดิษฐ์พงษ์ ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาสมุทรปราการ ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ เพื่อเรียกเก็บเงินจากบัญชีเงินฝากของบริษัทผู้เสียหายที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาปู่เจ้าสมิงพราย ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลสำโรงใต้ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งอยู่ในอำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสำโรงใต้ กรณีจึงเป็นความผิดต่อเนื่องและกระทำต่อเนื่องกันในท้องที่ต่าง

ๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป รวมทั้งเป็นความผิดซึ่งมีหลายกรรม กระทำลงในท้องที่ต่าง ๆ กัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 (3) (4) ซึ่งพนักงานสอบสวนในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดที่เกี่ยวข้องมีอำนาจสอบสวนได้ เมื่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสำโรงใต้เป็นผู้รับคำร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสำโรงใต้จึงมีอำนาจสอบสวนและโอนการสอบสวนให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการเป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวนต่อไป เมื่อจับจำเลยได้ตามหมายจับ การสอบสวนดังกล่าวมาข้างต้นจึงเป็นการสอบสวนที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว สำหรับความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์นั้น เมื่อข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบรับฟังว่า การที่นายสมภพลักเช็คของบริษัทฮีดากา

รีไซเคิล อ๊อฟ เอเชีย จำกัด ซึ่งอยู่ในครอบครองของบริษัทฮีดากาโยโก เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้เสียหาย เกิดจากการที่จำเลยบอกนายสมภพให้นำเช็คไปให้จำเลยเพื่อปลอมลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายนำไปเรียกเก็บเงิน โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยมีส่วนร่วมในขณะที่นายสมภพกระทำความผิดหรือแบ่งแยกหน้าที่อย่างใดในการลงมือกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมในการกระทำความผิด แต่ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาเป็นเรื่องที่จำเลยใช้ให้นายสมภพกระทำความผิด เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้ใช้ จึงลงโทษจำเลยได้เพียงฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์เท่านั้น แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกปัญหานี้ขึ้นฎีกา แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

อนึ่ง เมื่อจำเลยเป็นผู้สนับสนุนนายสมภพในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์แล้ว จำเลยเป็นผู้ปลอมเช็คโดยกรอกข้อความและจำนวนเงินในเช็คกับปลอมลายมือชื่อผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเช็ค แล้วนำเช็คดังกล่าวไปเบิกเงินจากธนาคารตามเช็ค แล้วได้รับเงิน 850,035 บาท ไป เป็นการกระทำที่มีเจตนามุ่งหมายเพื่อจะได้เงินจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของบริษัทฮีดากา รีไซเคิล อ๊อฟ เอเชีย จำกัด เป็นหลัก การกระทำต่าง ๆ เป็นเพียงวิธีการเพื่อจะให้ได้เงินไปเท่านั้น แม้การกระทำแต่ละอย่างจะเป็นความผิดแยกต่างหากจากกัน การกระทำของจำเลยก็เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย และปัญหาดังกล่าวนี้เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 (4), 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (4), 334 ประกอบมาตรา 86 เมื่อจำเลยเป็นผู้ปลอมและใช้ตั๋วเงินปลอมจึงให้ลงโทษฐานใช้ตั๋วเงินปลอมตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (4) ตามมาตรา 268 วรรคสอง แต่กระทงเดียว การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานใช้ตั๋วเงินปลอมซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

Matter details

Panel of judges
นิยุต สุภัทรพาหิรผล · วิรุฬห์ แสงเทียน · บูรณ์ ฐาปนดุลย์
Lower court
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายถิรายุ สุวรรณรัตน์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมเจริญ พุทธิประเสริฐ
Supreme Court black case no.
อ.712/2554
Trial court black case no.
อ3273/2551
Trial court red case no.
อ3360/2552
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 345/2568

ปรากฏตามคำเบิกความของร้อยตำรวจโทหญิง ก. พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก้งคร้อ ว่า หลังจากโจทก์ร่วมเข้าแจ้งความต่อพยานให้ดำเนินคดีแก่ ท. และจำเลยทั้งหกกับพวก พยานสอบปากคำโจทก์ร่วมและรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว…

Supreme Court Judgment No. 1599/2563

แม้จำเลยจะส่งมอบนาฬิกาของกลางที่ประเทศกัมพูชา แต่จำเลยแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคาร ก. ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ให้ ว. โอนเงินค่านาฬิกาเข้าบัญชีดังกล่าว ถือว่าจำเลยในฐานะตัวการได้กระทำผิดในราชอาณาจั…

Supreme Court Judgment No. 1691/2561

โจทก์บรรยายฟ้องถึงเนื้อหารายละเอียดทั้งหมดแห่งคำเบิกความของจำเลยที่แตกต่างจากที่จำเลยเคยให้การไว้ในชั้นสอบสวนว่าคำเบิกความเป็นเท็จ การที่จำเลยไม่ได้เบิกความระบุชื่อคนร้ายเป็นการเบิกความเท็จในข้อสำคัญ…

Supreme Court Judgment No. 6733/2560

ร้อยตำรวจเอก ท. และดาบตำรวจ บ. กับพวกตรวจยึดเมทแอมเฟตามีนของกลางได้จากจำเลยที่อำเภอปากพนัง ซึ่งอยู่ในอำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปากพนัง การสอบสวนโดยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศ…

Supreme Court Judgment No. 3118/2559

โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน โดยเหตุเกิดที่ตำบลนากลาง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู และแขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร และประเทศสิงคโปร์ เกี่ยวพันกัน จึงเป็นกรณีก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up