คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าเรือนเลขที่ ๔๙ ถนนเสือป่า อำเภอป้อมปราม จังหวัดพระนคร ซึ่งเป็นของพระยาผดุงวิทยาเสริม และต่อมาโจทก์ได้รับเป็นมรดกตามสัญญาเช่าจะให้ผู้อื่นเช่าช่วงไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่า ต่อมาจำเลยได้ให้ผู้อื่นเช่าช่วงไปและ ฯลฯ จึงฟ้องให้ศาลบังคับให้จำเลยออกจากบ้านไปและให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้เป็นประเด็นเฉพาะมาสู่ศาลฎีกาว่าการให้เช่าช่วงจำเลยได้บอกกล่าวให้โจทก์ทราบแล้วตามข้อตกลงในสัญญา (ข้อ ๘)
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชนะคดี
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญาข้อ ๘ ผู้ให้เช่าอนุญาตให้ผู้เช่าทำการให้เช่าช่วงได้ แต่ต้องบอกให้ผู้ให้เช่าทราบทุกคราว เช่นนี้ถือว่ามีข้อตกลงกันไว้ว่าให้เช่าช่วงได้ และเมื่อให้เช่าช่วงไปแล้วผู้เช่าไม่บอกให้ผู้ให้เช่าทราบ ก็ยังไม่เป็นสาระสำคัญขนาดที่จะขับไล่จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าได้ เพราะไม่มีข้อตกลงไว้ให้ชัดเจนว่าจะต้องบอกเมื่อใด หรือถ้าไม่บอกจะว่าอย่างไรก็มิได้ว่าไว้จึง
Result
พิพากษายืน.