Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1800/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเป็นผู้จัดการสถานธนานุบาล (โรงรับจำนำ) ของเทศบาลนครกรุงเทพ ได้รับจำนำสิ่งของไว้จาก อ. รวม 507รายการ ในราคาสูงกว่าปกติ และส่วนมากสูงกว่าราคาที่จำเลยรับจำนำไว้จากลูกค้ารายอื่น โดยไม่ปรึกษาผู้ช่วยผู้จัดการเมื่อถูกทักท้วง ก็ว่าจะรับผิดชอบเองอ.นำสิ่งของมาจำนำแทบทุกวันวันละหลายๆ ชิ้น มากกว่าลูกค้ารายอื่น สิ่งของบางชิ้น อ.ขอร้องให้จำเลยตีราคาสูงๆ เพื่อเอาเงินไปชำระค่าดอกเบี้ยสิ่งของที่จำนำไว้และจะครบกำหนด ถ้าเอาสิ่งของ 507 ชิ้นที่รับจำนำไว้ออกขายทอดตลาดขาดทุน จำเลยก็ไม่สามารถจะใช้เงินที่ขาดให้ได้หลังจากจำเลยถูกจับ อ.ก็มิได้มาติดต่อกับสถานธนานุบาลอีกเลยแสดงว่าจะปล่อยสิ่งของเหล่านั้นให้หลุด ซึ่งหากนำออกขายทอดตลาดได้ราคาต่ำกว่าราคาที่จำนำไว้ เทศบาลนครกรุงเทพก็ต้องขาดทุนพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยกระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต และทำให้เทศบาลนครกรุงเทพเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินสถานธนานุบาลหรือโรงรับจำนำเป็นธุรกิจอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน จำเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดการทรัพย์สินและธุรกิจนั้นของเทศบาลนครกรุงเทพ กระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต ทำให้เทศบาลนครกรุงเทพเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 354

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของเทศบาลนครกรุงเทพ โดยเป็นผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลกรุงเทพ(ประดิพัทธ์) มีหน้าที่ดำเนินกิจการสถานธนานุบาลครอบครอง ดูแลรักษาจัดการเงินทุนทรัพย์สิน ตีราคาของ จ่ายเงิน รับจำนำของแก่ประชาชนทั่วไปในฐานเป็นผู้มีอาชีพและธุรกิจอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน จำเลยบังอาจกระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต เจตนาเบียดบังเอาทรัพย์ของเทศบาลนครกรุงเทพที่จำเลยครอบครอง ดูแลจัดการนั้นเป็นของตนและบุคคลอื่น โดยจำเลยให้นางอารีย์พวกของจำเลยนำทองรูปพรรณเครื่องเพชรพลอยต่าง ๆ มาจำนำรวม 507 รายการ จำเลยตีราคาของเหล่านั้นโดยทุจริต สูงกว่าราคาประเมินอันจะพึงรับจำนำได้ทุกรายการรวมเป็นเงิน 1,300,000 บาท แล้วเบียดบังเอาเงินส่วนที่ตีราคาสูงกว่านี้ไว้เป็นของตนและผู้อื่น เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของเทศบาลนครกรุงเทพ เป็นเงิน 1,300,000 บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 353, 354, 83, 90, 91 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาเงิน 1,300,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยกระทำผิดดังฟ้อง ส่วนที่ขอให้ใช้หรือคืนเงินแก่ผู้เสียหายนั้น ของทั้ง 507 รายการยังมิได้นำออกขายทอดตลาด จึงไม่ทราบเงินที่ขาดไป โจทก์เสียหายมากน้อยเพียงใดยังไม่ปรากฏชัด บังคับให้จำเลยชดใช้ยังไม่ได้ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ให้จำคุก 3 ปี คำขอที่ให้คืนหรือใช้เงินนั้นให้ยก

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่าจำเลยกระทำโดยทุจริต พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยรับจำนำสิ่งของต่าง ๆ ไว้จากนางอารีย์รวม 507 รายการ ในราคาสูงกว่าปกติ และส่วนมากยังสูงกว่าราคาที่จำเลยรับจำนำจากลูกค้ารายอื่น ๆ จำเลยตีราคาสิ่งของให้นางอารีย์โดยไม่เคยปรึกษานายสถิตย์ผู้ช่วยผู้จัดการ นายสถิตย์เคยทักท้วงในเรื่องราคาสูง จำเลยก็ไม่ฟัง อ้างว่าจำเลยรับผิดชอบเอง นางอารีย์นำสิ่งของมาจำนำแทบทุกวัน ๆ ละหลาย ๆ ชิ้น ไม่มีลูกค้าคนอื่นนำสิ่งของไปจำนำมากชิ้นเหมือนนางอารีย์ สิ่งของบางชิ้นนางอารีย์ขอร้องให้จำเลยตีราคาให้สูง ๆ เพื่อเอาเงินไปชำระค่าดอกเบี้ยสิ่งของที่จำนำไว้และจะครบกำหนด ถ้าเอาของ 507 ชิ้นขายทอดตลาดขาดทุนหนึ่งล้านสามแสนบาท จำเลยก็ไม่สามารถจะใช้เงินที่ขาดให้เทศบาลนครกรุงเทพได้ และเมื่อจำเลยถูกจับแล้ว

นางอารีย์มิได้มาชำระดอกเบี้ยหรือมาขอไถ่สิ่งของที่จำนำ หรือมาติดต่อใด ๆ กับสถานธนานุบาลเลย แสดงว่านางอารีย์จะปล่อยสิ่งของนั้นให้หลุดซึ่งหากว่ามีการขายทอดตลาดสิ่งของที่จำนำได้ราคาต่ำกว่าราคาที่จำนำเทศบาลนครกรุงเทพก็ต้องขาดทุน พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงชัดแจ้งว่าจำเลยกระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต และทำให้เทศบาลนครกรุงเทพเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยที่สถานธนานุบาลหรือโรงรับจำนำเป็นธุรกิจอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน จำเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดการทรัพย์สินและธุรกิจนั้นของเทศบาลนครกรุงเทพ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

Result

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
ผสม จิตรชุ่ม · สุเมธ ทิพยมนตรี · จันทร์ ระรวยทรง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

Supreme Court Judgment No. 5902/2567

จำเลยทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกนำที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกในส่วนที่โจทก์ทั้งสามจะได้รับตามพินัยกรรมไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ของจำเลยทั้งสองถึงสองครั้งโดยไม่ได้รับความเห็นชอบหรือยินยอมจากโจทก์ท…

Supreme Court Judgment No. 4903/2565

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 353 และมาตรา 354 ซึ่งมาตรา 356 ได้บัญญัติว่าเป็นความผิดอันยอมความได้ อีกทั้งการถอนคำร้องทุกข์เป็นสิทธิซึ่ง ป.วิ.อ. มาตรา 126 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้สิทธิแก่ผู…

Supreme Court Judgment No. 8651/2558

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1562 บัญญัติว่า "ผู้ใดจะฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญามิได้ แต่เมื่อผู้นั้นหรือญาติสนิทของผู้นั้นร้องขอ อัยการจะยกคดีขึ้นว่ากล่าวก็ได้" เช่นนี้ แม้โจทก์ทั้งสามเป็นทายาทผู้มีสิ…

Supreme Court Judgment No. 18079/2555

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์มรดก ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานยักยอก แต่ลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานรับของโจร เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วั…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up