Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 180/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สินค้าเครื่องอบอาหารพร้อมโหลแก้วครบชุดที่จำเลยนำเข้ามาและสำแดงราคามีจำนวน 120 ชุด ซึ่งเป็นจำนวนมากพอที่จะแสดงให้เห็นว่าจำเลยสั่งซื้อและนำเข้ามาเพื่อจำหน่าย ถือได้ว่าราคาที่สำแดงเป็นราคาขายส่งเงินสด แต่สินค้าที่ ว.นำเข้ามาและสำแดงราคามีเพียง 2 ชิ้นเท่านั้น เป็นการสั่งซื้อและนำเข้ามาเพื่อใช้เองมากกว่าจะนำเข้ามาเพื่อจำหน่าย ถือไม่ได้ว่าราคาที่สำแดงเป็นราคาขายส่งเงินสด ทั้งเป็นการนำเข้ามาก่อนที่จำเลยจะนำเข้ามาถึงเกือบ 1 ปี มิใช่การนำเข้า ณ เวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันอันจะนำมาเปรียบเทียบหาราคาอันแท้จริงในท้องตลาดได้ เจ้าพนักงานประเมินอากรของกรมศุลกากรโจทก์ที่ 1 จึงไม่อาจนำราคาสินค้าที่ ว.นำเข้ามาเปรียบเทียบถือเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 2 วรรคสิบสอง เพื่อประเมินให้จำเลยเสียอากรขาเข้าเพิ่มขึ้นได้ ในส่วนของภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลซึ่งเป็นภาษีอากรฝ่ายสรรพากร จำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันรับแจ้งการประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 ภาษีส่วนนี้จึงยุติตามที่เจ้าพนักงานของโจทก์ที่ 1ได้ประเมินเพิ่มแล้ว แม้การประเมินจะไม่ชอบด้วยกฎหมายจำเลยก็ต้องอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เมื่อจำเลยไม่อุทธรณ์จำเลยก็ต้องเสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลตามการประเมินที่ยุติไปแล้วนั้น

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 30 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 Section 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำเครื่องไฟฟ้าสำหรับปรุงอาหารจำนวน120 ชุด เข้ามาในราชอาณาจักรโดยสำแดงราคา 109,509.95 บาท ชำระอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาลแล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานของโจทก์ที่ 1 ตรวจสอบพบว่าราคาที่สำแดงต่ำกว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาด จึงได้ประเมินราคาสินค้าเพิ่มให้ถูกต้องเป็นเงิน178,259.27 บาท และประเมินภาษีอากรเพิ่มขึ้นเป็นอากรขาเข้า58,825.55 บาท ภาษีการค้า 55,003.68 บาท ภาษีบำรุงเทศบาล 5,500.37บาท เมื่อนำเงินภาษีอากรที่จำเลยชำระแล้วไปหักออก จำเลยจะต้องชำระอากรขาเข้า 22,687.27 บาท ภาษีการค้า 21,213.29 บาท และภาษีบำรุงเทศบาล 2,121.33 บาท รวมเป็นเงิน 46,021.89 บาทเจ้าพนักงานแจ้งการประเมินให้จำเลยทราบแล้ว

จำเลยไม่ชำระและไม่อุทธรณ์คัดค้านการประเมินภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน จึงต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มภาษีการค้าอัตราร้อยละ1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือน คิดถึงวันฟ้องเกินจำนวนภาษีการค้าที่ต้องชำระ จึงคิดเพียงภาษีการค้าที่ค้างชำระ 21,213.29 บาทและเงินเพิ่มภาษีบำรุงเทศบาล 2,121.33 บาท รวมภาษีอากรและเงินเพิ่ม69,356.51 บาท โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยสำแดงราคาสินค้าตามราคาซื้อขาย จำเลยเป็นผู้นำเข้าสินค้าตามฟ้องเป็นรายแรก จะถือเอาราคาที่มีผู้นำเข้ามาใน พ.ศ. 2527 มาเทียบเคียงและประเมินย้อนหลังเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า

ราคาสินค้าที่โจทก์ที่ 1นำมาเปรียบเทียบเป็นราคาสินค้าที่นางวรรณชลี กรัยวิเชียรนำเข้ามา แต่ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 2 วรรคสิบสองบัญญัติว่า คำว่า "ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด" หรือ "ราคา"แห่งของอย่างใด นั้น หมายความว่า ราคาขายส่งเงินสด (ในส่วนของขาเข้าไม่รวมค่าอากร) ซึ่งจะพึงขายของประเภทและชนิดเดียวกันได้โดยไม่ขาดทุน ณ เวลาและที่ที่นำของเข้า หรือส่งของออก แล้วแต่กรณีโดยไม่มีหักทอนหรือลดหย่อนราคาอย่างใด" ดังนั้น จึงไม่อาจนำราคาสินค้าที่นางวรรณชลีนำเข้ามาเปรียบเทียบถือเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นได้ ทั้งนี้เพราะสินค้าพิพาทที่จำเลยนำเข้า มีจำนวน 120 ชุด ซึ่งมีจำนวนมากพอที่จะแสดงให้เห็นว่า

จำเลยสั่งซื้อและนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายจึงมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าเป็นราคาขายส่งเงินสด แต่สินค้าที่นางวรรณชลีนำเข้ามามีเพียง 2 ชิ้น เท่านั้น ซึ่งเป็นการสั่งซื้อและนำเข้ามาเพียงจำนวนเล็กน้อยมากจนอาจเรียกได้ว่าเป็นการสั่งซื้อและนำเข้ามาเพื่อใช้เองมากกว่าจะนำเข้ามาเพื่อจำหน่าย ราคาที่นางวรรณชลีสำแดงไว้จึงรับฟังไม่ได้ว่าเป็นราคาขายส่งเงินสดตามที่ระบุไว้ในมาตรา 2 วรรคสิบสอง ดังกล่าวยิ่งกว่านั้นยังปรากฏต่อไปด้วยว่าสินค้าที่นางวรรณชลีนำเข้านั้นนำเข้ามาเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน2525 แต่จำเลยนำสินค้าพิพาทเข้าเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2526อันเป็นระยะเวลาห่างกันถึงเกือบ 1 ปี มิใช่เป็นการนำเข้าณ เวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันอันจะนำมาเปรียบเทียบหาราคาอันแท้จริงในท้องตลาดตามบทนิยามของมาตรา 2 วรรคสิบสอง

ดังกล่าวข้างต้นได้เช่นกัน ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานของโจทก์ที่ 1นำราคาสินค้าที่นางวรรณชลีนำเข้ามาเป็นเกณฑ์คำนวณหาราคาอันแท้จริงในท้องตลาด แล้วประเมินราคาสินค้าพิพาทที่จำเลยนำเข้าเพิ่มขึ้นเป็นราคาชุดละ 136.50 เหรียญสิงคโปร์ จึงเป็นการไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 2 วรรคสิบสอง และย่อมส่งผลให้การประเมินให้จำเลยเสียอากรขาเข้าเพิ่มขึ้นพลอยไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วยประเด็นวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองในประการต่อไปมีว่าจำเลยต้องเสียภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล รวมทั้งเงินเพิ่มภาษีทั้งสองประเภทนี้ให้แก่โจทก์ที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า ในส่วนของภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล ซึ่งเป็นภาษีอากรฝ่ายสรรพากรจำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนด 30 วัน

นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินตามประมวลรัษฎากรมาตรา 30 ภาษีส่วนนี้จึงยุติตามที่เจ้าพนักงานของโจทก์ที่ 1ได้ประเมินเพิ่มแล้ว จำเลยจึงต้องรับผิดชำระภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลพร้อมเงินเพิ่มภาษีทั้งสองประเภทดังกล่าว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 46,669.24 บาท ให้แก่โจทก์ที่ 2 ส่วนที่จำเลยแก้อุทธรณ์ว่า เมื่อการประเมินของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ย่อมไม่อาจเรียกร้องให้จำเลยชำระภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล นั้นก็เห็นว่า ในส่วนของภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล แม้การประเมินจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยก็ต้องอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เมื่อจำเลยไม่อุทธรณ์ จำเลยก็ต้องเสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลตามการประเมินที่ยุติไปแล้วนั้นพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลรวมทั้งเงินเพิ่มภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 46,669.24 บาท ให้แก่โจทก์ที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง

Matter details

Panel of judges
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · ตัน เวทไว · โสภณ จันเทรมะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 12199/2547

การที่จำเลยได้รับแจ้งการประเมินภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาลและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วไม่อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตาม ป. รัษฎากร มาตรา 30 แม้อธิบดีกรมสรรพากร โจทก์ที่ 2 จะมีอำนาจสั่งยึดหรื…

Supreme Court Judgment No. 3060/2538

โจทก์มิได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องหรือยื่นอุทธรณ์ต่อศาลภา…

Supreme Court Judgment No. 3042/2538

สินค้าพิพาทโจทก์สั่งซื้อได้ชำระราคาโดยเปิดเล็ตเตอร์ออฟเครดิตไว้กับธนาคาร และธนาคารได้หักบัญชีค่าสินค้าจากโจทก์ส่งให้ผู้ขาย มีจำนวนเงินตรงกับใบกำกับสินค้า และตรงกับที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้า อี…

Supreme Court Judgment No. 5157/2537

เมื่อโจทก์นำของเข้าในราชอาณาจักร โจทก์ต้องสำแดงราคาสินค้าเพื่อเสียภาษีอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยเห็นว่าโจทก์สำแดงราคาสินค้าไม่ถูกต้องจึงสั่งให้โจทก์เพิ่ม…

Supreme Court Judgment No. 1010/2537

ราคาของที่นำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษีอากรนั้นต้องคิดจากราคาสินค้ารวมกับค่าประกันภัยและค่าระวาง เรียกว่า ราคาซี.ไอ.เอฟ. ที่โจทก์อ้างว่าโต้แย้งเฉพาะค่าขนส่งก็ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับราคาของ เมื่อโ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up