Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 178/2496

พ.ศ. 2496 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การมอบอำนาจให้ทนายความบอกกล่าวเลิกการเช่าตึกแถว ไม่จำต้องทำเป็นหนังสือ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ วันที่ 19 สิงหาคม 2480 จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาเช่าตึกแถวเลขที่ 132 (เดิม 438 ค) ตำบลบางขุนพรหมอำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร จากนางสาวสง่า เชี่ยวโอสถ โดยไม่มีกำหนดเวลาเช่า ค่าเช่าเดือนละ 15 บาท ตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้องเมื่อประมาณปีเศษมานี้ นางสาวสง่าตาย โจทก์เป็นผู้รับมรดกตามพินัยกรรมจำเลยใช้ตึกแถวรายนี้ประกอบการค้า โจทก์เคยขอร้องจำเลยให้หาเช่าที่อื่น จำเลยเพิกเฉยเสีย โจทก์จึงได้มอบอำนาจให้ทนายโจทก์มีหนังสือบอกเลิกการเช่าให้จำเลยทราบล่วงหน้า 3 เดือนตามสัญญาครบกำหนดจำเลยหาออกไปไม่ จึงให้ทนายมีหนังสือบอกกล่าวซ้ำไปอีกจำเลยก็เพิกเฉยเสียจึงขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร กับให้ใช้ค่าเสียหายเดือนละ 100 บาท

นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจำเลยแก้ว่า เดิมได้ทำหนังสือสัญญาเช่าจากนางสาวสง่าจริงแต่นางสาวสง่าได้บอกเลิกสัญญาเช่าต่อจำเลยแล้ว แต่ พ.ศ. 2489-2490ต่อมาจำเลยได้เช่าโดยไม่มีหนังสือสัญญาเช่า เนื่องจากนางสาวสง่าได้ขึ้นค่าเช่าเป็นเดือนละ 40 บาท โดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้จำเลยเช่าได้ตลอดอายุของจำเลย เมื่อนางสาวสง่าตายแล้ว โจทก์ก็ได้เช่าต่อมาในอัตราค่าเช่าเดือนละ 40 บาท ในฐานะที่โจทก์เป็นผู้รับมรดกโจทก์ต้องรับข้อผูกพันตามคำมั่นสัญญาเช่า โจทก์หามีอำนาจบอกเลิกการเช่าไม่จำเลยได้เช่าห้องรายพิพาทเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยไม่เคยประกอบการค้าหรือมีสินค้าจำหน่าย จึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน

โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า ห้องซึ่งจำเลยเช่าไม่ใช่เป็นเคหะ ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ต้องห้าม การบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหนังสือบอกกล่าวของทนายโจทก์อ้างแต่เพียงว่า โจทก์ได้มอบอำนาจให้เป็นผู้บอกกล่าว ไม่มีลายเซ็นของโจทก์ การบอกกล่าวจึงหาชอบด้วยกฎหมายไม่ ค่าเสียหายที่เรียกร้องเดือนละ 100 บาท ก็สูงเกินไปห้องพิพาทจะให้เช่าได้เพียงเดือนละ 40 บาท เป็นอย่างสูงศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยได้เช่าห้องพิพาทเพื่อประกอบโรคศิลป์และทำการค้า ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน โจทก์มีสิทธิจะให้ทนายความบอกกล่าวเลิกการเช่าได้ ข้อต่อสู้ของจำเลยยืดยาววนเวียนฟุ่มเฟือยขัดกันเองฟังไม่ขึ้น

ส่วนค่าเสียหายโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าได้เสียหายเดือนละ 100 บาท ควรให้เท่าอัตราค่าเช่าเดือนละ 40 บาท พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ40 บาท ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกจากห้องพิพาท ให้เสียค่าธรรมเนียมค่าทนาย 100 บาท แทนโจทก์ด้วยจำเลยอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาศาลชั้นต้นผู้พิจารณารับรองให้อุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงน่าฟังว่าจำเลยได้เช่าห้องพิพาทเพื่อประกอบการค้า แม้จำเลยจะอยู่ในห้องพิพาทด้วยก็อยู่เพื่อดูแลการค้า ห้องพิพาทไม่ใช่เคหะ จำเลยหาได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันไม่ ที่จำเลยว่าแรกเช่าจำเลยเพียงแต่อยู่อาศัยต่อมาจึงทำการประกอบโรคศิลป์นั้น

พยานจำเลยให้การแตกต่างกันฟังไม่ได้ ข้อที่ว่าการประกอบโรคศิลป์ไม่เป็นการประกอบการค้านั้น จำเลยได้ใช้ห้องพิพาทประกอบโรคศิลป์และขายยาด้วยไม่เป็นปัญหาว่าจำเลยไม่ได้ประกอบการค้า ข้อที่ว่าการมอบอำนาจให้บอกเลิกการเช่าต้องทำเป็นหนังสือเห็นว่าไม่จำต้องทำเป็นหนังสือ เพราะการบอกเลิกการเช่ากฎหมายมิได้บังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือ การมอบอำนาจให้ทนายบอกเลิกการเช่าจึงไม่ต้องทำเป็นหนังสือ ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยเช่าห้องพิพาทเพื่อประกอบโรคศิลป์และทำการค้าชอบแล้ว จึงพิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ 50 บาทจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องพิพาท โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเช่าห้องพิพาทเพื่อประกอบโรคศิลป์และขายยา

ห้องพิพาทไม่ใช่เคหะ จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ให้รับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายข้อ 3 ข. 1, 2, 3 เท่านั้นศาลฎีกาได้ฟังคำแถลงและประชุมพิจารณาแล้ว คดีมีข้อวินิจฉัยเฉพาะข้อที่ศาลชั้นต้นสั่งให้รับฎีกาเท่านั้น ฎีกาข้อ 3 ข. 1 ว่า

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าห้องพิพาทเพื่อใช้เป็นที่ประกอบการค้าโจทก์หาได้บรรยายฟ้องไม่ว่าห้องพิพาทไม่ใช่เป็นเคหะนั้น เห็นว่าโจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยใช้ตึกแถวรายนี้ประกอบการค้า จำเลยเองก็เข้าใจดีแล้วว่าการประกอบการค้าคืออะไร จำเลยจึงได้ต่อสู้ว่าไม่เคยประกอบการค้าหรือมีสินค้าจำหน่าย ข้อ 3 ข. 2 ฎีกาว่าการประกอบโรคศิลป์หาใช่เป็นการค้าไม่นั้นข้อนี้ศาลทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยประกอบโรคศิลป์และขายยา และศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเช่าห้องพิพาทเพื่อประกอบการค้า แม้จะอยู่ในห้องพิพาทด้วยก็อยู่เพื่อดูแลการค้า ห้องพิพาทไม่ใช่เคหะจำเลยจะเถียงว่าจำเลยใช้เป็นเคหะที่อยู่อาศัยนั้นเถียงไม่ขึ้นข้อ 3 ข. 3 ที่ฎีกาว่าการบอกกล่าวของทนายโจทก์เป็นการบอกกล่าวโดยพลการ

หาได้รับมอบอำนาจจากตัวโจทก์เป็นลายลักษณ์อักษรตามข้อความในสัญญาเช่าไม่นั้น ข้อนี้จำเลยเองให้การแก้คดีว่าได้มีการบอกเลิกสัญญาเช่าต่อจำเลยแล้ว แต่ พ.ศ. 2489-2490 ต่อมาจำเลยได้เช่าโดยไม่มีหนังสือสัญญาเช่าอีก และจำเลยยังได้ให้การแก้คดีต่อไปอีกว่า เมื่อได้บอกเลิกสัญญาเช่าฉบับนี้กับจำเลยแล้วโจทก์กับจำเลยจึงหามีข้อผูกพันต่อกันตามหนังสือสัญญาเช่าที่จำเลยอ้างไม่ อีกทั้งการมอบอำนาจให้ทนายบอกกล่าวก็ไม่มีกฎหมายกำหนดให้ทำเป็นหนังสือ ข้อฎีกาต่าง ๆ ของจำเลยจึงฟังไม่ได้ให้ยกฎีกา

Result

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายชั้นฎีกาแทนโจทก์อีก 50 บาท

Matter details

Panel of judges
มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา · ทรงนิติกรณ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 161/2502

การบอกเลิกสัญญาเช่า กฎหมายมิได้บังคับว่า จะต้องทำเป็นหนังสือ ดังนั้น แม้โจทก์จะเพียงมอบอำนาจด้วยวาจาให้บุคคลที่สามบอกเลิกสัญญาเช่าแทนโจทก์บุคคลที่สามที่ว่านั้น ก็ย่อมเป็นตัวแทนของโจทก์โดยชอบเพราะถือได…

Supreme Court Judgment No. 6901/2567

โจทก์มอบหมายให้จำเลยนำเงินไปให้บุคคลภายนอกกู้ยืมโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดแล้วนำผลประโยชน์มามอบให้ จำเลยจึงเป็นตัวแทนของโจทก์ในกิจการดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 กรณีเช่นนี้จึงไม่สามารถแย…

Supreme Court Judgment No. 4404/2565

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคโดยจำเลยที่ 1 มิได้โต้แย้งคัดค้านว่า โจทก์ได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพในคำขอเอาประกันภัยว่า โจทก์มีส่วนสูง 163 เชนติเมตร น้ำหนัก 85 กิโลกรัม ใ…

Supreme Court Judgment No. 1457/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้บรรยายฟ้องถึงองค์ประกอบความผิดว่าจำเลยกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง…

Supreme Court Judgment No. 1435/2563

การที่จำเลยอนุมัติให้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ธ. เป็นบริษัทย่อยของจำเลย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัท ธ. รับงานก่อสร้างของจำเลย และให้พนักงานของจำเลยไปร่วมลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คของบริษัท ธ. เพื่อต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up