คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันออกเช็คผู้ถือมอบให้แก่นายเฉลิมเพื่อชำระหนี้นายเฉลิมสลักหลังเช็คให้โจทก์ โจทก์สลักหลังเช็คขายให้แก่ธนาคารกรุงเทพ จำกัดเมื่อเช็คถึงกำหนดแต่เรียกเก็บเงินไม่ได้ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด จึงคืนเช็คให้โจทก์และหักเงินตามเช็คจากบัญชีโจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้ทรง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คแก่โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระตามเช็คแก่โจทก์จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เช็คพิพาทจำเลยออกให้แก่ผู้ถือ เช็คนี้ย่อมโอนไปเพียงด้วยการส่งมอบให้กันเท่านั้น การสลักหลังย่อมโอนซึ่งบรรดาสิทธิอันเกิดแก่เช็ค เมื่อเช็คผู้ถือโอนสิทธิได้แต่เพียงด้วยการส่งมอบให้กันจึงไม่จำเป็นต้องสลักหลังแต่อย่างใด
หากมีการสลักหลังเช็คสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 921, 989 จึงบัญญัติว่าเป็นเพียงประกัน (อาวัล) สำหรับผู้สั่งจ่าย หาได้ถือว่าเป็นผู้สลักหลังตามกฎหมายไม่ ดังนั้นการที่โจทก์สลักหลังเช็คพิพาทขายลดให้แก่ธนาคารโจทก์จึงเป็นเพียงผู้ประกัน (อาวัล) จำเลยเท่านั้น เมื่อธนาคารส่งเช็คดังกล่าวกลับคืนมาให้โจทก์ครอบครอง โจทก์จึงเป็นผู้ถือ ย่อมเป็นผู้ทรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 904 โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1002 ซึ่งมีอายุความ1 ปี นับแต่วันเช็คถึงกำหนดชำระเงิน กรณีไม่ต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1003 ซึ่งมีอายุความ 6 เดือน นับแต่วันที่ผู้สลักหลังเข้าถือเอาตั๋วเงินและใช้เงินเพราะโจทก์มิใช่เป็นผู้สลักหลังตามกฎหมายคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความพิพากษายืน