Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1749/2499

พ.ศ. 2499 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เกี่ยวกับฟ้องขอให้เพิ่มโทษจำเลยนั้น อัยการโจทก์บรรยายว่า " ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษทำร้ายร่างกาย ถูกศาลจังหวัดชุมพรพิพากษาจำคุก 10 วันปรับ 25 บาทตามคดีหมายเลขแดงที่ 347/2495 จำเลยพ้นโทษยังไม่ครบ 5 ปี กลับมากระทำผิดในคดีนี้อีก หาเข็ดหลาบไม่ ขอให้ศาลเพิ่มโทษตาม มาตรา 72 อีกโสดหนึ่งด้วย"ศาลสอบจำเลยจำเลยรับว่าเคยต้องโทษตามฟ้องโจทก์เป็นความจริงและจำเลยเบิกความตามคำซักค้านของโจทก์ว่า " ข้าพเจ้าจำเลยเคยต้องโทษของศาลฐานทำร้ายร่างกายนายเปรื่องมีบาดเจ็บ "ดังนี้ข้อเพิ่มโทษตามที่บรรยายในฟ้องของโจทก์โจทก์ระบุเพียงว่าจำเลยเคยต้องโทษฐานทำร้ายร่างกาย ซึ่ง กฎหมายอาญาระบุไว้ในส่วนที่ 7 หมวดที่ 2 ซึ่งกินความถึงความผิดฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บโดยเจตนา บาดเจ็บสาหัสโดยเจตนาบาดเจ็บโดยเจตนาและประมาทก็มี ระบุเป็นหัวข้อเรื่องลหุโทษตาม มาตรา338 ก็มีจึงไม่แน่ว่าตามที่โจทก์บรรยายมานั้นอยู่ในความผิดส่วนไหน เพราะอัตราโทษครั้งก่อนที่จำเลยรับโทษจำคุก 10 วันปรับ 25 บาทนั้นก็เบามีลักษณะเป็นได้ทั้งเจตนา ประมาทและลหุโทษจึงอาศัยแต่เพียงคำรับของจำเลยดังกล่าวมาเพิ่มโทษจำเลยตามฟ้องไม่ได้ ข้อเพิ่มโทษจึงต้องยกเสียอ้างฎีกาที่ 366/2499

Provisions the court ruled on

กฎหมายลักษณะอาญา Section 72

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้จำเลยต่อสู้ว่าได้กระทำร้ายนายแม้นโดยทางป้องกันตัว แต่ศาลทั้งสองพิพากษาต้องกันว่ามิใช่ป้องกันตัว จำเลยบังอาจกระทำร้ายนายแม้นบาดเจ็บสาหัสตามฟ้อง มีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 256 จำคุกจำเลย 2 ปี ข้อนี้ยุติเพียงชั้นศาลอุทธรณ์เหลือแต่ข้อขอให้เพิ่มโทษจำเลยซึ่งโจทก์ยกขึ้นโต้เถียงตั้งแต่ชั้นศาลอุทธรณ์ตลอดมาจนฎีกาประเด็นข้อนี้โจทก์ระบุในคำฟ้องว่า "ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษฐานทำร้ายร่างกายถูกศาลจังหวัดชุมพรพิพากษาจำคุก 10 วัน ปรับ 25 บาท ตามคดีหมายเลขแดงที่ 247/2495 จำเลยพ้นโทษไปยังไม่ครบ 5 ปีกลับมากระทำผิดในคดีนี้อีก หาเข็ดหลาบไม่ ขอศาลได้โปรดเพิ่มโทษจำเลยตาม มาตรา 72 อีกโทษหนึ่งด้วย"ศาลสอบจำเลย ๆ รับเคยต้องโทษตามฟ้องโจทก์เป็นความจริงและจำเลยเบิกความตามข้อซักค้านของโจทก์ว่า "ข้าพเจ้าเคยต้องโทษของศาลฐานทำร้ายร่างกายนายเปรื่องมีบาดเจ็บ"

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าโทษที่จำเลยได้รับครั้งก่อนนั้น ไม่ทราบว่าเป็นความผิดลหุโทษหรือความผิดอย่างอื่น โจทก์เพียงแต่บรรยายไว้ในฟ้องเท่านั้น จะให้ศาลหยิบยกสำนวนแดงที่ 347/2495 ซึ่งโจทก์มิได้อ้างหลักฐานในระบุพยานขึ้นมาเป็นทางเพิ่มโทษนั้นไม่ชอบ จึงให้ยกคำขอข้อนี้เสียและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่มีผู้พิพากษานายหนึ่งแย้งว่าข้อที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลย ๆ เข้าใจข้อหาได้ดีทั้งมิได้แก้ว่าเป็นความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ จึงเป็นการเพียงพอที่จะเพิ่มโทษจำเลยตามที่โจทก์ขอได้หรืออย่างน้อยก็ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะเรียกเอาสำนวนนั้นมาตรวจดูเสียก่อนเพราะการตรวจเช่นนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องฟังพยานหลักฐานแต่เป็นเรื่องที่ศาลเอาสำนวนที่จำเลยรับอยู่แล้วโดยไม่มีข้อโต้แย้งมาวินิจฉัยตาม 1201-1203/2498 ระหว่างอัยการจังหวัดนราธิวาส

โจทก์ นายอัมรินทร์ จินตานนท์ กับพวกจำเลยศาลฎีกาเห็นว่าตามที่โจทก์บรรยายขอเพิ่มโทษมานั้นระบุมาเพียงว่าจำเลยเคยต้องโทษฐานทำร้ายร่างกายหรืออีกรับหนึ่งก็คือฐานประทุษร้ายร่างกายอันความผิดฐานประทุษทำร้ายร่างกายนี้กฎหมายอาญาระบุเป็นหัวข้อหมวดไว้ในส่วนที่ 7 หมวดที่ 2 (ซึ่งกินถึงฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บโดยเจตนา บาดเจ็บสาหัสโดยเจตนาและประมาท) ก็มีระบุเป็นหัวข้อเรื่องลหุโทษภายใต้ มาตรา 338 ก็มี จึงไม่แน่ว่าตามที่โจทก์บรรยายมานั้นอยู่ในความผิดส่วนไหน เพราะอัตราโทษครั้งก่อนที่จำเลยได้รับโทษจำคุก 10 วัน และปรับ 25 บาท นั้นก็เบา มีลักษณะเป็นได้ทั้งเจตนา ประมาทและลหุโทษหากจำเลยไม่คัดค้านหรือรับรองยอมข้อหาเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบด้วยก็พอเป็นทางให้เห็นว่า

คงรับฐานเคยทำให้เขาบาดเจ็บโดยเจตนาแต่จำเลยก็มิได้รับถึงขนาดนั้นเป็นแต่รับว่าเคยต้องโทษตามฟ้องโจทก์เป็นความจริง เมื่อโจทก์ไม่ระบุในฟ้องให้ชัดแจ้งแล้วจะเกณฑ์ให้ศาลไปดูสำนวนเก่าของเอาเองโดยมิได้ระบุเป็นพยานหลักฐานไว้นั้นหาชอบไม่ ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 366/2499 ระหว่างอัยการจังหวัดลำปาง โจทก์ นายอ้วยหรือโอ ตะริกุล จำเลย และจำเลยจะเบิกความว่าเคยทำร้ายร่างกายนายเปรื่องมีบาดเจ็บ แต่จะเป็นรายเดียวกับคดีแดงที่ 347/2495 หรือไม่ก็ไม่ปรากฏ เพราะดูตามคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยก็ปรากฏว่าเคยทำร้ายร่างกายคนอื่นมาแล้ว 2 ครั้งมิใช่ครั้งเดียวพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · มนูกิจวิมลอรรถ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1524/2500

ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 72 เพราะจำเลยเคยต้องโทษปรับฐานมีอาวุธปืนไม่รับอนุญาตมาแล้ว ไม่เข็ดหลาบนั้น บัดนี้ ได้มีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 บัญญัติให้เพ…

Supreme Court Judgment No. 1006/2500

ต้องคำพิพากษาให้ลงโทษก่อน 8 พ.ย. 2499 และพ้นโทษไปแล้วก่อนวันที่ พ.ร.บ.ล้างมลทินในโอกาศครบ25พุทธศตวรรษ พ.ศ.2499 ใช้บังคับ (13 พ.ค. 2500) ดังนี้ ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิดในคดีนั้น…

Supreme Court Judgment No. 564/2500

โทษปรับเป็นโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 12 ทั้งเป็นโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา18 ด้วยแต่การจะเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92(กฎหมายอาญามาตรา72) นั้น จะกระทำได้เฉพาะผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลง…

Supreme Court Judgment No. 1150/2499

ความผิดฐานพยายามฆ่าคนตายนั้น ศาลต้องกำหนดโทษจำเลยอย่างกระทำผิดสำเร็จก่อนแล้วจึงลดฐานพยายามตาม กฎหมายอาญามาตรา 60 เมื่อมีเหตุจะต้องเพิ่มโทษจำเลยจึงให้เพิ่มทีหลัง จะเอาเหตุเพิ่มโทษมาหักกลบลบกับโทษฐานพยา…

Supreme Court Judgment No. 512/2498

จำเลยฉุดคร่าผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารและเมื่อพาไปถึงบ้านผู้อื่นแล้ว จำเลยยังได้บังอาจหน่วงเหนึ่ยวกักขังผู้เสียหายไว้อีกดังนี้ เป็นการกระทำผิด 2 ตอน ต่างกรรมต่างวาระกัน จำเลยย่อมมีผิดฐานฉุดคร่าห์อนาจา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up