คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นบุตรของโจทก์ โจทก์กับสามียกที่ดินให้จำเลยโดยเสน่หาตาม น.ส.3ก. เลขที่ 1288 ตำบลท่าตูมอำเภอศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี เนื้อที่ 26 ไร่เศษเพื่อให้จำเลยอุปการะเลี้ยงดูสามีและโจทก์ยามชรา ประมาณ 2 ปีก่อนฟ้องจำเลยละเลยไม่อุปการะเลี้ยงดูโจทก์ตามหน้าที่และศีลธรรมตามกฎหมายโจทก์มีชีวิตยากไร้ จำเลยได้พูดขับไล่โจทก์ให้ออกจากที่ดินแปลงที่โจทก์ยกให้ การกระทำของจำเลยถือว่าประพฤติเนรคุณ ขอให้บังคับจำเลยคืนที่ดินตาม น.ส.3 ก. เลขที่ 1288 ให้โจทก์กึ่งหนึ่งเนื้อที่ 13 ไร่ 5 ตารางวา กับให้จำเลยยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แยกที่ดินเฉพาะส่วนที่กล่าวให้โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การว่า
จำเลยได้เลี้ยงดูโจทก์ตลอดมาและไม่เคยพูดจาขับไล่โจทก์ออกจากที่ดิน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยพูดกับโจทก์ว่า "แม่จะไปอยู่ที่ไหนก็ตามใจแม่เถอะ เพราะที่นี่เป็นสิทธิขาดของผมแล้ว" นั้นเป็นเพียงคำพูดที่ยืนยันว่าที่ดินที่โจทก์ยกให้นั้นเป็นของจำเลยแล้วโจทก์ไม่มีสิทธิในที่ดิน โจทก์พอใจจะอยู่หรือจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้เท่านั้น ไม่ใช่พูดขับไล่โจทก์ออกไปจากที่ดินของจำเลย อันจะถือได้ว่าเป็นการประพฤติเนรคุณโดยการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531(2) เพียงแต่เป็นคำพูดที่บุตรไม่ควรจะพูดกับมารดาซึ่งมีพระคุณของตนเท่านั้นศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน