คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้แสดงตนว่าเป็นบุตรเขยนายแพทย์ ร.พ.ทหารเรือต่อนางปาน แซ่โจ และนายอี แซ่อึ้ง และรับทรัพย์ไปจากบุคคลทั้งสองโดยจำเลยอ้างว่าจะให้แพทย์ทำรายงานตรวจโรคว่าบุตรของบุคคลทั้งสองว่าเป็นโรคติดต่อ แล้วปลดออกจากการเป็นทหาร ต่อมาจำเลยได้ทำหนังสือปลอมโดยจำเลยลงลายมือชื่อ ร.ท.นวม เกษรุ่ง ปลอมรับรองสำเนาหนังสือราชการของกรมนาวิกโยธินแล้วจำเลยเอาหนังสือปลอมนั้นไปให้แก่นางปาน แซ่โจ ๆ จึงได้จ่ายเงินให้แก่จำเลยไป ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.๑๒๓,๒๒๒,๒๒๔,๒๒๒,๒๒๗,๓๐๔,๗๑
จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒ เห็นว่าความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความแล้ว พิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ม.๑๒๓ จำคุก ๖ เดือน และตาม ม.๒๒๒,๒๒๔ จำคุก ๑ ปี
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลทหารกลางพิพากษาแก้เฉพาะกะทงที่สองว่าจำเลยผิด ก.ม.อาญา ม.๒๒๔ จำคุก ๑ ปี
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า (๑) การที่จำเลยพูดว่าจำเลยเป็นหมอแพทย์ พ่อตาจำเลยเป็นหมอใหญ่ ซึ่งความจริงไม่ได้เป็นดังนั้นก็ตามคำกล่าวอ้างนั้นทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและมอบเงินให้จำเลยไป การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๑๒๓ (๒) ที่จำเลยว่าฟ้องโจทก์ข้อ ๑ ก.ผิดตำบลที่เกิดเหตุนั้นศาลฎีกาเห็นว่าหาผิดไม่ เพราะจำเลยพูดแสดงตนว่าเป็นคนสนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงานให้นางอี้ ให้เงินจำเลยที่ตำบลหนองครกแล้วรุ่งขึ้นนางอี้ก็มอบเงินให้คนเอาไปให้จำเลยรับที่ตำบลพนัสนิคม การกระทำผิดเกี่ยวเนื่องติดต่อกัน ฟังได้ว่าเหตุเกิดที่ตำบลพนัสนิคมดังฟ้องโจทก์ (๓) ที่จำเลยโต้แย้งว่าการปลอมหนังสือราชการต้องปรากฎว่ามีแบบที่แท้จริงก่อนนั้นเห็นว่าสำเนาหนังสือราชการปลอมที่จำเลยทำขึ้นนั้นทำให้เห็นว่าเป็นสำเนาหนังสือที่เจ้าหน้าที่เรียบเรียงและรับรองว่าเป็นสำเนาอันแท้จริงตรงตาม ก.ม.อาญา ม.๖(๑๙) ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
Result
พิพากษายืน