Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1711/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์จำนองที่ดินไว้แก่จำเลยเพื่อเป็นประกันหนี้บริษัท ภ.และหนี้ของโจทก์เองเป็นเงิน 180,000 บาท ในวันเดียวกันนั้นโจทก์ทำสัญญาค้ำประกันเงินกู้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีของบริษัท ภ.สัญญาจำนองและสัญญาค้ำประกันจึงแยกต่างหากจากกัน จำเลยมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินซึ่งจำนองในวงเงิน 180,000 บาท พร้อมทั้งค่าอุปกรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 715 เท่านั้น ส่วนหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีของบริษัท ภ. ที่เกินกว่าจำนวนเงินที่จำนองเป็นประกันนั้นเป็นบุคคลสิทธิที่จำเลยจะต้องติดตามบังคับเอาจากโจทก์ตามสัญญาค้ำประกันในฐานะเป็นเจ้าหนี้สามัญ โจทก์จึงมีสิทธิไถ่จำนองได้โดยไม่ต้องชำระหนี้ของบริษัท ภ. ซึ่งนอกเหนือจากหนี้จำนอง เมื่อสัญญาจำนองมิได้กำหนดระยะเวลาไถ่ถอนไว้ และโจทก์ผู้จำนองแสดงความจำนงขอไถ่ถอนจำนองแล้ว จำเลยจะไม่ยอมให้ไถ่ถอนจำนองโดยอ้างว่า โจทก์ยังมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระหนี้ค้ำประกันอยู่อีกไม่ได้ เพราะเป็นความรับผิดตามสัญญาคนละฉบับซึ่งแยกต่างหากจากกันและไม่เกี่ยวข้องกัน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้จำนองที่ดินไว้ต่อจำเลยเพื่อเป็นประกันหนี้ของบริษัทโภคะนิมิตธัญญพืช จำกัดและหรือของโจทก์เอง ซึ่งหากจะได้เป็นหนี้ต่อไปทั้งหมดเป็นเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท โจทก์ไม่ประสงค์ที่จะจำนองเป็นประกันต่อไปอีกจึงติดต่อกับจำเลยขอทราบยอดหนี้ที่โจทก์จะต้องรับผิดตามสัญญาจำนองเพื่อจะได้ไถ่ถอนจำเลยเพิกเฉย จึงขอให้บังคับจำเลยจดการยินยอมให้โจทก์ไถ่ถอนจำนอง

จำเลยให้การว่า โจทก์ได้จำนองที่ดินเป็นเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาทเพื่อเป็นประกันหนี้ของบริษัทโภคะนิมิตรธัญญพืช จำกัดและหรือของโจทก์เอง นอกจากนั้นโจทก์ยังทำสัญญาค้ำประกันของบริษัทโภคะนิมิตธัญญพืช จำกัด ซึ่งโจทก์ยินยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมให้ไว้แก่จำเลยอีก บริษัทโภระนิมิตธัญญพืช จำกัด เป็นลูกหนี้จำเลยเป็นเงิน ๗,๓๖๔,๑๙๐.๘๙ บาท บริษัทโภคะนิมิตธัญญพืช จำกัด และโจทก์ยังไม่ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองให้จำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับไถ่ถอนจำนองที่ดินของโจทก์ตามฟ้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้โจทก์ชำระดอกเบี้ยตามอัตราและจำนวนเงินในสัญญาจำนองตามฟ้องจนถึงวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๒๔ ให้แก่จำเลยด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.๑ หรือ ล.๒ เป็นสัญญาที่โจทก์เอาทรัพย์สินคือที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๑๘๑๔๖ ตราไว้แก่จำเลยผู้รับจำนองเป็นประกันการชำระหนี้ของบริษัทโภคะนิมิตรธัญญพืช จำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๓ ลักษณะ ๑๒ เป็นการประกันด้วยทรัพย์ซึ่งก่อสิทธิแก่จำเลยผู้รับจำนองให้มีสิทธิเหนือทรัพย์สินที่จำนองเป็นทรัพย์สิทธิประเภทหนึ่งซึ่งผู้รับจำนองมีสิทธิบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินที่จำนองโดยตรง ไม่ว่าทรัพย์สินนั้นผู้จำนองจะได้โอนไปยังบุคคลอื่นแล้วหรือไม่ก็ตาม และจำเลยผู้รับจำนองยังมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินนที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญอีกด้วย ส่วนสัญญาค้ำประกันเงินกู้เอกสารหมาย

ล.๓ แม้จะได้ทำขึ้นในวันเดียวกันกับสัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.๑ หรือล.๒ และมีวัตถุประสงค์ในการประกันหนี้รายเดียวกันคือหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีของบริษัทโภคะนิมิตธัญญพืช จำกัด ก็ตาม แต่สัญญาค้ำประกันเงินกู้เอกสารหมาย ล.๓ เป็นสัญญาค้ำประกันด้วยบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๓ ลักษณะ ๑๑ ซึ่งเป็นบุคคลสิทธิ ที่จำเลยผู้เป็นเจ้าหนี้จะต้องติดตามบังคับเอาแก่โจทก์ผู้ค้ำประกันในเมื่อบริษัทโภคะธัญญพืช จำกัด ลูกหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีผิดนัดไม่ชำระหนี้ และสิทธิและจำเลยตามสัญญาค้ำประกันเงินกู้เอกสารหมาย ล.๓ ก็เป็นเพียงสิทธิของเจ้าหนี้สามัญ หามีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินของโจทก์ผู้ค้ำประกันก่อนเจ้าหนี้อื่นแต่อย่างใดไม่

สัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.๑ หรือ ล.๒ และสัญญาค้ำประกันเงินกู้เอกสารหมาย จ.๓ จึงแยกต่างหากจากกัน หามีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันไม่เมื่อสัญญาจำนองระบุจำนวนเงินที่จำนองไว้เป็นจำนวนเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท โดยชัดแจ้งจำเลยมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินซึ่งจำนองในวงเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งค่าอุปกรณ์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๑๕ เท่านั้นส่วนหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีของบริษัทโภคะนิมิตธัญญพืช จำกัด ที่เกินกว่าจำนวนเงินที่จำนองเป็นประกันนั้น เป็นบุคคลสิทธิที่จำเลยจะต้องติดตามบังคับเอาจากโจทก์ตามสัญญาค้ำประกันเงินกู้เอกสารหมาย ล.๓ ในฐานะเป็นเจ้าหนี้สามัญ จะบังคับเอาจากทรัพย์สินของโจทก์ที่จำนองไว้แก่จำเลยโดยตรงหาได้ไม่

ฉะนั้น เมื่อสัญญาจำนองมิได้กำหนดระยะเวลาไถ่ถอนไว้ เมื่อโจทก์ผู้จำนองแสดงความจำนงขอไถ่ถอนจำนองแล้ว จำเลยจะไม่ยอมให้ไถ่ถอนจำนองโดยอ้างว่าโจทก์ยังมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระหนี้ค้ำประกันตามสัญญาค้ำประกันเงินกู้เอกสารหมายล.๓ อยู่อีกไม่ได้ เพราะเป็นความรับผิดตามสัญญาคนละฉบับซึ่งแยกต่างหากจากกันและไม่เกี่ยวข้องกัน โจทก์จึงมีสิทธิไถ่ถอนจำนองได้โดยไม่ต้องชำระหนี้ของบริษัทโภคะนิมิตธัญญพืช จำกัด ให้เป็นการเสร็จสิ้นครบถ้วนเสียก่อน

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พิชัย วุฒิจำนงค์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · อภินย์ ปุษปาคม
Lower court
ศาลแพ่ง - นายชุม สุกแสงเปล่ง
ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ จูสวัสดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2207/2531

ก. ผู้เป็นสมาชิกสหกรณ์จำเลยได้กู้เงินจำเลยโดยโจทก์ผู้เป็นสมาชิกอีกผู้หนึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาโจทก์กู้เงินจำเลยโดยจำนองที่ดินไว้แก่จำเลยสัญญาจำนองมีข้อความว่า เพื่อประกันเงินซึ่งโจทก์เป็นหนี้จำเลยอย…

Supreme Court Judgment No. 3259/2554

แม้ตามสัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ 5 ทำไว้เมื่อปี 2536 และปี 2538 ระบุให้ค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ที่จะมีต่อไปในภายหน้าด้วย โดยสัญญาค้ำประกันที่ทำเมื่อปี 2536 มีจำเลยที่ 2 และที่ 9 เป็นผู้ร่วมค้ำประกัน…

Supreme Court Judgment No. 11603/2553

จ. ทำสัญญากู้ยืมเงินจากจำเลยเมื่อปี 2534 เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในกิจการ จ. โดยโจทก์จดทะเบียนจำนองที่ดินเพื่อประกันการกู้ยืมเงินและหนี้สินอื่นๆ ของโจทก์ และหรือของ จ. ที่มีอยู่แล้วขณะที่ทำสัญญาและที่…

Supreme Court Judgment No. 1515/2546

หนี้ตามคำพิพากษาคำนวณถึงวันที่โจทก์ขอยึดที่ดินพิพาททั้งต้นและดอกเบี้ยรวมมากกว่า 10,000,000 บาท แต่ทรัพย์จำนองทั้งสามแปลงมีราคาตามราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีรวมไม่ถึง 1,000,000 บาท ที่ดินพิพาทเจ…

Supreme Court Judgment No. 3987/2546

สัญญาจำนองที่ดินระหว่างโจทก์กับธนาคารจำเลยนอกจากจะเพื่อเป็นประกันเงินที่โจทก์กู้จากจำเลยแล้ว ยังเป็นประกันหนี้ทุกประเภทที่โจทก์จะต้องรับผิดต่อจำเลยอีกด้วย ดังนั้น เมื่อโจทก์ยังค้างชำระหนี้ตามสัญญาขายต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up